Floral Jewelry เทรนด์เครื่องประดับดอกไม้ที่กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง

ช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา “ดอกไม้” ปรากฏอยู่บนรันเวย์มากกว่าการเป็นลายพิมพ์บนเสื้อผ้า ดีไซเนอร์นำดอกไม้จริง งานผ้า เรซิน โลหะ และอัญมณีมาสร้างเป็นต่างหู เข็มกลัด และคอร์ซาจขนาดใหญ่ บางชิ้นมีขนาดเกือบเท่าดอกไม้จริง ขณะที่บางชิ้นถูกออกแบบให้ทอดยาวลงมาจากใบหูจนกลายเป็นจุดเด่นของทั้งลุค

กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแบรนด์แฟชั่น แต่ยังเห็นได้ในผลงานของเมซงจิเวลรี่และนักออกแบบเครื่องประดับหลายราย ตั้งแต่ CHANEL, Van Cleef & Arpels ไปจนถึงนักออกแบบชาวเอเชียอย่าง Anna Hu และ Michelle Ong

Dior เปลี่ยนดอกไม้ในสวนให้กลายเป็นต่างหู

ดอกไม้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ Dior มาตั้งแต่ยุคของ Christian Dior ผู้หลงใหลการทำสวนและมักนำรูปทรงของดอกไม้มาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้า เมื่อ Jonathan Anderson เข้ามารับหน้าที่ออกแบบคอลเล็คชั่นผู้หญิง เขาจึงหยิบเรื่องราวนี้กลับมาใช้ในรูปแบบที่เห็นได้ชัดยิ่งขึ้น

ในคอลเล็คชั่น Haute Couture Spring/Summer 2026 ดอกไซคลาเมนถูกนำไปพัฒนาเป็นลายพิมพ์ งานปัก และดอกไม้ผ้าบนชุด รวมถึงเครื่องประดับใบหูรูปดอกไม้ที่ทำจากทองเหลืองเคลือบแลกเกอร์และผ้าไหม

ต่อมาในคอลเล็คชั่น Autumn/Winter 2026–2027 ซึ่งจัดแสดงที่ Jardin des Tuileries กรุงปารีส Jonathan Anderson เลือก “ดอกบัว” มาเป็นองค์ประกอบสำคัญ ตั้งแต่ดอกบัวประดิษฐ์ที่ลอยอยู่บนสระน้ำของสถานที่จัดโชว์ ไปจนถึงต่างหูและเข็มกลัดดอกบัวขนาดใหญ่ที่ทำจากเรซิน ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าทรงเรียบให้สะดุดตาขึ้นทันที Dior

CHANEL กับดอกไม้สองชนิดบนรันเวย์และงานจิเวลรี่

สำหรับคอลเล็คชั่น Ready-to-Wear Spring/Summer 2026 ของ CHANEL, Matthieu Blazy นำต่างหูรูปดอกเบญจมาศและคอร์ซาจขนาดใหญ่มาใช้คู่กับเสื้อผ้า ดอกไม้จึงทำหน้าที่คล้ายเครื่องประดับชิ้นหลัก มากกว่าจะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ติดอยู่บนชุด

ขณะเดียวกัน ดอกคามิลเลียยังคงเป็นดอกไม้ประจำเมซงที่ปรากฏอยู่ในงานออกแบบมาอย่างต่อเนื่อง CHANEL นำรูปทรงกลีบดอกห้ากลีบไปใช้กับทั้งงานผ้า เครื่องประดับแฟชั่น ไฟน์จิวเวลรี และไฮจิวเวลรี โดยปรับรูปแบบได้ตั้งแต่ดอกไม้ที่ดูใกล้เคียงธรรมชาติ ไปจนถึงเส้นสายเรขาคณิตประดับเพชร

หนึ่งในรายละเอียดที่ทำให้คามิลเลียเหมาะกับงานเครื่องประดับคือรูปทรงกลีบดอกที่โค้งมนและวางซ้อนกันได้ ช่างจิวเวลรีจึงสามารถขยาย ย่อ หรือแยกส่วนกลีบดอกเพื่อนำไปออกแบบเป็นแหวน ต่างหู สร้อยข้อมือ และสร้อยคอได้หลายรูปแบบ CHANEL

Van Cleef & Arpels วาดกลีบดอกไม้ด้วยทองและเพชร

Van Cleef & Arpels เป็นอีกหนึ่งเมซงที่นำดอกไม้มาใช้ในงานจิเวลรี่มาอย่างยาวนาน โดยคอลเล็คชั่น Flowerlace นำรูปทรงของดอกไม้มาเชื่อมกับรายละเอียดคล้ายริบบิ้นและลูกไม้

แต่ละชิ้นใช้ทองคำสีเหลืองหรือทองคำขาวขึ้นรูปเป็นเส้นกลีบดอกแบบโปร่ง แล้วประดับเพชรขนาดต่างกันบริเวณเกสรและขอบกลีบ วิธีนี้ช่วยลดพื้นที่ทึบของตัวเรือน แม้ดอกไม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ยังดูเบาเมื่อสวมบนใบหู นิ้วมือ หรือลำคอ

คอลเล็คชั่นนี้ยังมีชิ้นงานที่ปรับเปลี่ยนวิธีสวมได้ เช่น คลิปเพนแดนต์ที่ใช้เป็นทั้งจี้และเข็มกลัด จึงนำดอกไม้ชิ้นเดียวไปใช้กับเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับได้หลายแบบ Van Cleef & Arpels

ยิ่งใหญ่ขึ้น แต่ต้องสวมใส่ได้จริง

จากดอกไม้ชิ้นเล็กที่เคยเป็นเพียงส่วนประกอบ เครื่องประดับดอกไม้ในปี 2026 ถูกขยายให้ใหญ่และโดดเด่นขึ้น ทั้งต่างหูระย้า เข็มกลัด และคอร์ซาจ พร้อมการเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาเพื่อให้สวมใส่ได้จริง จึงกลายเป็นชิ้นเด่นที่กำหนดภาพรวมของลุคได้ด้วยตัวเอง