BURBERRY เปิดตัว “GABARDINE CAPSULE” เฉลิมฉลองผ้ากาบาดีนอันเป็นเอกลักษณ์

ถ้าพูดถึง Burberry มีสิ่งหนึ่งที่เป็นมากกว่า “ซิกเนเจอร์” แต่คือ จุดเริ่มต้นของนวัตกรรม และเป็นรากฐานของมรดกที่แบรนด์ยืนหยัดมายาวนาน นั่นคือ ผ้ากาบาดีน (Gabardine) ผ้าที่ทำให้คำว่า “Outerwear ของอังกฤษ” กลายเป็นนิยามที่คนทั้งโลกจดจำ

BURBERRY เปิดตัว “GABARDINE CAPSULE” เฉลิมฉลองผ้ากาบาดีนอันเป็นเอกลักษณ์

และในครั้งนี้ Burberry กลับมาสานต่อประวัติศาสตร์อีกครั้งกับ Gabardine Capsule คอลเล็คชั่นใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเสน่ห์ของผ้าระดับตำนาน พร้อมตีความไอเท็มสำหรับการรับมือทุกสภาพอากาศให้ร่วมสมัยและสวมใส่ได้จริงยิ่งกว่าเดิม

นวัตกรรมคือหัวใจของ Burberry มาโดยตลอด และหนึ่งในผลงานที่ถูกยกให้ “ทรงอิทธิพลที่สุด” คือ ผ้ากาบาดีน ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ.1879 โดย โทมัส เบอร์เบอรี่ (Thomas Burberry)

จุดเด่นของผ้าชนิดนี้คือ กันฝน ทนต่อสภาพอากาศ และปกป้องผู้สวมใส่ได้จริง คุณสมบัติที่ทำให้กาบาดีนถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องมานานเกือบ 150 ปี ตั้งแต่นักสำรวจที่เดินทางสู่ทวีปแอนตาร์กติกา ไปจนถึงภาพคุ้นตาของชาวลอนดอนที่สวมเทรนช์โค้ทท่ามกลางสายฝน

เรียกได้ว่า กาบาดีนไม่ใช่แค่ “เนื้อผ้า” แต่คือ บทบันทึกของการเดินทาง และเป็น DNA ที่ทำให้ Burberry โดดเด่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องเสื้อผ้าชั้นนอกอย่างแท้จริง

เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปี ของเบอร์เบอรี่ คอลเล็คชั่น Gabardine Capsule เป็นการแสดงความเคารพต่อเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ผ้าปฏิวัติวงการที่ โทมัส เบอร์เบอรี่ (Thomas Burberry) คิดค้นขึ้น และถูกสวมใส่โดยทั้งนักสำรวจและนักผจญภัยในชีวิตประจำวัน คอลเล็คชั่นนี้ประกอบด้วยไอเท็มที่รังสรรค์จากผ้ากาบาดีน หรือตกแต่งด้วยผ้ากาบาดีน รวมถึงเสื้อผ้านิตแวร์และไอเท็มสำหรับการเลเยอร์ที่ผลิตจากผ้าคอตตอนเจอร์ซีย์เนื้อนุ่ม ซึ่งช่วยเสริมกันอย่างลงตัว

ไอคอนแห่งอาวต์เตอร์แวร์ของ Burberry ตั้งแต่ พาร์กา เสื้อขนเป็ด แจ็คเก็ตควิลท์ แฮร์ริงตัน ไปจนถึงบอมเบอร์ ถูกนำมาตีความใหม่ด้วย ผ้ากาบาร์ดีนไนลอนคอตตอนเนื้อนุ่ม ย้อมสีในพาเลตต์เฉพาะของแคปซูล ได้แก่ hamper beige และ juniper green ด้านในเน้นการเลเยอร์ด้วยนิตแวร์ทอหนาจาก วูลแคชเมียร์ ฮู้ดดีคอตตอนเมลานจ์ กางเกงจ็อกกิ้ง และเสื้อยืด เพื่อให้ความอบอุ่นและสวมใส่สบาย โดยยังคงกลิ่นอายของเทรนช์โค้ทผ่านรายละเอียดซิกเนเจอร์ อย่าง อินทรธนู (epaulette) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

เพื่อสะท้อนความผูกพันของ Burberry กับชนบทและการใช้ชีวิตกลางแจ้ง คอลเล็คชั่นนี้มาพร้อมป้ายดีไซน์พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากแคมเปญในอาร์ไคฟ์ปี ค.ศ.1993 พร้อมข้อความ ‘Burberrys grew out of country life’ ซึ่งถูกนำไปใช้ทั้งการเย็บไว้ด้านในเสื้อโค้ทและแจ็คเก็ต การปักบนไอเท็มผ้าเจอร์ซีย์ รวมถึงปรากฏบนสเวตเตอร์ถักลายด้วยเทคนิค อินทาร์เซีย (Intarsia) ช่วยตอกย้ำรากเหง้าของแบรนด์ที่เติบโตจากธรรมชาติ ก่อนจะกลายเป็นนิยามของอาวต์เตอร์แวร์ที่คนทั้งโลกหลงรัก