La Boutique คอลเลกชั่นรับลมหนาว ‘เลส์แมร์เวยเยิสส์’ แรงบันดาลใจจากไอดอลสาวยุค 80s

La Boutique คอลเลกชั่นรับลมหนาว ‘เลส์แมร์เวยเยิสส์’ แรงบันดาลใจจากไอดอลสาวยุค 80s
La Boutique คอลเลกชั่นรับลมหนาว ‘เลส์แมร์เวยเยิสส์’ แรงบันดาลใจจากไอดอลสาวยุค 80s

งานดีไซน์มุมมองใหม่ในคอลเลกชั่นรับลมหนาว ปรับลุคหญิงสาวด้วยการบุกเบิกความงามครั้งใหม่กับซิลลูเอทที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และงานดีไซน์สุดเนี้ยบที่จะช่วยเผยความโก้หรู มอบความมั่นใจแก่หญิงสาว ภายใต้ชื่อ ‘เลส์แมร์เวยเยิสส์’ (Les Merveilleuses)

‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) แบรนด์แฟชั่นสตรีสัญชาติไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘เดอะ นิว วินเทจ’ ที่นำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัย มาผสมผสานกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำ หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายที่จะทำหญิงสาวดูโดดเด่นมีรสนิยม และสัมผัสได้ถึงแฟชั่นชั้นสูงขณะสวมใส่ ดูดีในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

1

สำหรับคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016 ‘เลส์แมร์เวยเยิสส์’ (Les Merveilleuses) ถ่ายทอดงานดีไซน์ล่าสุดผ่านแรงบันดาลใจจากวาทะอันโด่งดังในปี 1980 ที่ว่า ‘Greed is Good’ (ความโลภเป็นสิ่งที่ดี) ของ ‘Gordon Gekko’ (กอร์ดอน เก็กโก) จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Wall Street’ ที่รับบทโดย ‘Michael Douglas’ (ไมเคิล ดักลาส) ผนวกกับเหล่าดีว่าส์แห่งดนตรีดิสโก้ในยุค 80s ผู้มีชีวิตชีวาและพลังความเย้ายวนอันน่าค้นหาอย่าง ‘ทีน่า เทอร์เนอร์’, ‘ไดอาน่า รอสส์’ และ ‘ดอนน่า ซัมเมอร์’ ได้ถูกนำมาเป็นแบบฉบับหญิงสาวของ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ในคอลเลกชั่นนี้ ซึ่งแรงบันดาลใจดังกล่าวได้นำไปสู่การพัฒนาและเสาะแสงหาสิ่งที่ดีสุดให้กับหญิงสาวของ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ทั้งการคัดสรรวัสดุเกรดพรีเมี่ยมไปจนถึงการคิดค้นเทคนิคในการตัดเย็บอันแยบยลไร้ที่ติ มอบความงามอันสมบูรณ์แบบให้แก่หญิงสาวผู้สวมใส่

2

คอลเลกชั่นนี้เราอยากเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้หญิงลาบูทีคส์ให้ดูโตขึ้น ด้วยการปรับซิลลูเอทส่วนใหญ่ให้ใส่ง่าย สามารถใส่ไปทำงานได้จนถึงไปปาร์ตี้ในยามค่ำคืนได้ ซึ่งซิลลูเอทหลักจะมาจากงานดีไซน์ในยุค 80s เพราะชื่นชอบในความเย้ายวนของเหล่าดีวาส์ยุคนั้น เสื้อผ้าที่เขาใส่มันทำให้เขาเป็นผู้หญิงที่สนใจ ดึงดูดสายตา และงามอย่างสมบูรณ์แบบ

3

ในคอลเลกชั่นนี้ ‘ลาบูทีคส์’ (La Boutique) ได้นำเสนอลุคโก้หรูด้วยการหยิบยืมโมทีฟเด่นประจำทศวรรษที่ 80s มาจำลองเป็นลานดิสโก้สุดหรูในปี 2016 ด้วยชิ้นเด่นอย่าง เสื้อแขนค้างคาว, เสื้อบอดี้สูท, กระโปรงทรงสอบทั้งแบบสั้นและยาว, กางเกงห้าส่วน, กางเกงเอวสูง และสูทเทเลอร์สไตล์มาสคิวลีน รวมถึงรายละเอียดในการตัดเย็บที่ถูกสอดแทรกเอาไว้ในทุกชิ้นของงานดีไซน์ และเทคนิคการประดับตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ของยุค 80s และของ ‘ลาบูทีคส์’ (La Boutique) เช่น การจับจีบบนหุ่นเสื้อแบบมูลาจ (Moulage), งานปักเพชรและเลื่อม, แต่งริมด้วยขนนกพู่ระบายติดเพชร และระบายที่สร้างวอลุ่มพลิ้วไหวให้ราวกับเนื้อผ้าเต้นรำไปกับทุกจังหวะการก้าวเดิน

5

และพิเศษกับความโดดเด่นของเนื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ ‘ลาบูทีคส์’ (La Boutique) ได้คัดสรรผ้าที่สวมใส่สบายได้ตลอดทั้งวัน เช่น ผ้าแจ็กการ์ดทอลายเสือดาว, ผ้ากลิตเตอร์, ผ้ากำมะหยี่, รวมถึงผ้าหนังกลับที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของเหล่าดีว่าส์สาวยุคดิสโก้ ขาดไม่ได้กับผ้าลูกไม้ชีฟองและผ้าซิลค์ลูกฟูก ที่มาช่วยเพิ่มผิวสัมผัสโปร่งเบาสุดเฟมินีนได้อย่างลงตัว

4

ถ่ายทอดโทนสีคลาสสิคประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2016 อย่างสีขาว, สีน้ำตาลและสีดำ โดยสอดแทรกคู่สีฝาแฝดที่ชวนให้นึกถึงความโก้หรูและดนตรีดิสโก้ยุค 80s อาทิ สีออฟไวท์, สีเบจ, สีน้ำตาลดำ, สีน้ำตาลทอง, สีเทาอ่อน  และสีเทาควันบุหรี่ เพิ่มลูกเล่นด้วยการหักมุมของสีให้มีมิติน่าค้นหาทำให้หญิงสาวของ ‘ลาบูทีคส์’ (La Boutique) ปรากฏตัวได้อย่างงามสง่า และเย้ายวนในทุกโอกาสตั้งแต่เช้าจวบจนปาร์ตี้ยามค่ำคืน

เรียบเรียงโดย : saipiroon_แพรวดอทคอม

ภาพ : La Boutique

keyboard_arrow_up