“โยคะหน้า” เอาใจคนรักสุขภาพผิวอย่างแท้จริง
@skinexercise จัดกิจกรรมเวิร์คชอป “โยคะหน้า” เอาใจคนรักสุขภาพผิวอย่างแท้จริง
สรรสร้างดวงตาให้โดดเด่นไม่ใช่เรื่องยาก... สาว ๆที่อยากมีดวงตาสวย ให้เป็นที่ดึงดูดกับคนรอบกาย ต่างสรรหาวิธีการเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ดวงตา บางวันคุณอาจจะอยากเปลี่ยนลุคของคุณเสมือนเป็นนางแบบบนแคทวอล์ค หรืออยากดูเป็นสาวยุค 70’s
ฮันแน่…สาวๆ บางคนกำลัง ลดน้ำหนัก กันอยู่ใช่ไหมคะ อย่าแอบไปกินพวกยาลดความอ้วนกันนะ รู้ว่าไม่ดีก็อย่าเอาสุขภาพเข้าไปเสี่ยงละ นอกจากจะเสียสุขภาพแล้ว ยังไม่ช่วยให้ผอมแบบยืนยาวหรอก มันก็แค่หลอกเราชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น สู้เราลดน้ำหนักแบบวิธีธรรมชาติจากอาหารหรือเครื่องดื่มที่ต้องดื่มเป็นประจำทุกวันจะดีกว่า อยาก ลดน้ำหนัก ควรดื่ม “ชา”หรือ”กาแฟ” ?? ที่จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ วันนี้ แพทย์หญิงฐานิสร ธรรมลิขิตกุล เลยขอขยายความ สรุปง่ายๆ สั้นๆ เกี่ยวกับเรื่องการดื่มชาและกาแฟมีสารที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญ หลายคนคงเคยได้ยินคุณสมบัติของเครื่องดื่มสองชนิดนี้มาบ้างว่าทั้งชาและกาแฟช่วยกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งกาแฟในที่นี้หมายถึงกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลและครีมเทียม ส่วนชาหมายถึงชาร้อนชงสดไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใช่ชาพร้อมดื่มแบบขวดที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมอยู่ด้วยนะคะ ทีนี้มาดูประโยชน์ของเครื่องดื่มทั้งสองชนิดนี้กันค่ะ กาแฟมีสารกาเฟอีน ซึ่งจากการวิจัยพบว่า สารกาเฟอีนปริมาณ 100 มิลลิกรัมจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้จริง แต่น้อยมาก หรือไม่เพียงพอที่จะส่งผลถึงขั้นดื่มแล้วจะผอมเพรียวหรือช่วยลดน้ำหนักได้ค่ะ นอกจากไม่ผอมแล้ว ถ้าดื่มมากเกินไป งานวิจัยใหม่ๆยังระบุด้วยว่าจะมีผลเสีย คือ กาเฟอีนจะขับแคลเซียมออกไปจากร่างกายของเรา ซึ่งองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA ได้กำหนดปริมาณกาเฟอีนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คือ ไม่ควรเกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบได้กับการดื่มกาแฟไม่เกิน 2 – 3 แก้วต่อวันค่ะ ส่วนชานั้นมีหลากหลายชนิด ทั้งชาขาว […]
ตามที่มีสื่อออนไลน์ให้ข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ตรวจเจอเพียงสองเดือนแล้วเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลล่าสุดพบว่าปัจจุบันประเทศไทยพบจำนวนผู้เสียชีวิตจาก มะเร็งตับ สูงประมาณ 16,000 รายต่อปี โดยสาเหตุหลักของการเสียชีวิตเนื่องมาจากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระยะแสดงอาการแล้ว มักจะเป็นระยะท้ายของโรค ซึ่งมะเร็งตับจะเริ่มแสดงอาการเมื่อมีภาวะตับวายเกิดขึ้น โดยเมื่อถึงภาวะดังกล่าวถือเป็นระยะที่ยากต่อการรักษาให้หายขาด มีโอกาสเสียชีวิตสูง โดยความเสี่ยงสำคัญของ มะเร็งตับ ได้แก่ ภาวะไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง และภาวะตับแข็ง จากทุกสาเหตุ อย่างไรก็ตามหากตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีและซีได้เร็ว ก็จะสามารถได้รับการรักษา และตรวจคัดกรองหามะเร็งตับได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังและตับอักเสบซีเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไม่ค่อยแสดงอาการ บางรายอาจพบค่าการอักเสบของตับสูงเกินเกณฑ์จากผลตรวจสุขภาพนำไปสู่การสืบค้นหาไวรัสตับอักเสบบีตามมา ซึ่งหากมีภาวะตับอักเสบต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับตามมาได้ ในปัจจุบันผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังและไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง เมื่อเข้ารับการตรวจรักษาจะได้รับการประเมินโดยแพทย์ 2 ประการ ประการแรก คือประเมินข้อบ่งชี้การกินยาต้านไวรัส โดยประโยชน์ของการกินยาต้านไวรัสในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ จะช่วยลดอัตราการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับตามมาในอนาคตได้ ประการที่สอง แพทย์จะทำการตรวจคัดกรองมะเร็งตับด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ตับและเจาะเลือดดูสารบ่งชี้มะเร็ง(Tumor marker) ที่ชื่อ Alpha fetoprotein โดยประโยชน์ที่สำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งตับ ช่วยทำให้เพิ่มโอกาสการตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มแรกในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการรักษาตามแต่ระยะของโรค อาทิ การผ่าตัดรักษา การจี้ด้วยไฟฟ้า และอื่นๆ ให้มะเร็งตับระยะเริ่มแรกหาดขาดได้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโรคมะเร็งตับอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ จึงกำหนดนโยบายกระทรวงสาธารณสุขด้านมะเร็งครบวงจรในการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง สำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 ในสถานพยาบาลใกล้บ้านทั่วประเทศโดยตั้งเป้าหมายคัดกรอง […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4300
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]