เปิดประสบการณ์เฉียดตายของ ‘ป้าตือ-สมบัษร’

เปิดประสบการณ์เฉียดตายของ ‘ป้าตือ-สมบัษร’ หลังติดเชื้อ Salmonellosis ซึ่งมักเกิดจากการทานอาหารดิบหรืออาหารปรุงไม่สุก

เมื่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอีเวน้ต์ อย่าง ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช ต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU นานกว่า 6 วัน โรคที่ป้าตือเผชิญคือ Salmonellosis หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella ซึ่งมักเกิดจากการทานอาหารดิบหรืออาหารปรุงไม่สุก

เมื่อย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เข้าใกล้ความตายที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต ป้าตือยังคงมีอารมณ์ขันเหมือนเคย และอยากให้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นเครื่องเตือนใจว่า “ชีวิตคนเรา…อะไรก็เกิดขึ้นได้”

ธาตุแข็ง…แต่เกือบไม่รอด

“ตั้งแต่เกิดมาตือไม่เคยแพ้อาหารเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารดิบ หรือซาชิมิ ก็กินได้มาตลอด จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตือนัดเพื่อนๆ ไปดินเนอร์ที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง หนึ่งในเมนูที่เสิร์ฟคือ กุ้งดองซีอิ๊วท็อปด้วยไข่ปลาคาเวียร์ ทุกคนบนโต๊ะรับประทานเหมือนกันหมด ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกผิดปกติอะไรเลย

“แต่พอกลับถึงบ้าน ประมาณตีสอง อยู่ๆ ตือก็ปวดท้องอย่างรุนแรง เป็นความปวดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนลำไส้ถูกบิด แต่ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย ตอนแรกคิดว่าเดี๋ยวคงหาย จึงนอนทนอยู่แบบนั้นถึง 7 โมงเช้า แต่อาการยิ่งหนักขึ้น จนทนไม่ไหว ต้องให้พี่เลี้ยงพาไปโรงพยาบาล

“เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ตัดสินใจรับตัวเข้าห้อง ICU ทันที ก่อนอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว มีอาการถ่ายเหลวต่อเนื่องถึงขั้นควบคุมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมผู้ใหญ่วันละ 25-30 แผ่น ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำจำนวนมาก เวลานั้นตือยังไม่ได้คิดว่าตัวเองป่วยหนัก คงแค่อาหารเป็นพิษ

“ผลตรวจเลือดและอุจจาระในเวลาต่อมาพบว่า ตือติดเชื้อ Salmonellosis ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย Salmonella ที่มักปนเปื้อนในอาหารดิบหรืออาหารปรุงไม่สุก ซึ่งคนอื่นอาจเคยป่วยด้วยโรคนี้ แต่ระดับเชื้อไม่รุนแรงเท่า ร่างกายจึงสามารถสู้กับโรคได้ น่าจะเป็นความโชคร้ายของตือ และเพื่อนที่ไปด้วยกันคืนนั้น ไม่มีใครเป็นอะไรเลย

“หลังจากวินิจฉัยโรคแล้ว คุณหมอเริ่มให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดทันที พร้อมกับสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ยังจำได้ตอนที่ป่วย คุณหมอมาอัพเดทอาการของโรค แล้วถามว่า คุณตือจะให้รักษาอย่างไร ตือตอบกลับไปว่า หน้าที่ตือคือป่วย หน้าที่หมอคือรักษา

“แต่ตือมาทราบภายหลังจากคุณหมอสยาม ไทยอุดม อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหาร เจ้าของเคสว่า ในช่วง 1-3 วันแรก ต้องเรียกประชุมทีมแพทย์หลายสาขากลางดึกเพื่อวางแผนการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด  เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เชื้อจะลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด แต่ตือไม่รู้เรื่องเลย ยังคงนอนเล่นโทรศัพท์ ถ่ายคลิป และคุยกับลูกสาว (รุ่นน้องคนสนิทในวงการ) เหมือนมาพักผ่อนมากกว่าป่วย”

เบลอได้…แต่คอนเทนต์ต้องมา

แม้จะอยู่ในห้อง ICU แต่ความเป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ของป้าตือก็ไม่เคยหายไป“หลังได้รับยาปฏิชีวนะ ทำให้มีอาการเบลอพอสมควร ถึงขั้นโทรหามิกซ์-เฉลิมศรี (หนึ่งในลูกสาวของป้าตือ) ว่า อยากกินข้าวขาหมู แล้วยังสั่งเสียสารพัด บอกให้มิกซ์เอากระเป๋าใบโน้นใบนี้ไปใช้ แต่ตือจำไม่ได้เลยว่าพูดอะไรไปบ้าง

“ที่พีคสุดคือ เช้าวันหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาเปิด TikTok แล้วพบว่า คลิปของตัวเองมียอดคนดูหลักแสน จนพี่เลี้ยงบอกว่า ตอนตี 2 ตือปลุกพี่เลี้ยงให้มาถ่ายคลิปตัวเองนอนป่วยอยู่ในห้อง ICU ที่รอบตัวเต็มไปด้วยสายระโยงระยาง แล้วโพสต์ลง TikTok ด้วยตัวเองระหว่างรักษาตัว สิ่งที่กังวลที่สุดกลับไม่ใช่อาการป่วย

“ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยนอนคนเดียว ถึงขั้นร้องขอคุณหมอว่า ขอให้แฟนกับพี่เลี้ยงนอนเฝ้าในห้องด้วย แล้วก็ขอใช้โทรศัพท์คุยกับลูกสาว ซึ่งบรรดาลูกสาวกว่า 30 คน ไม่ว่าจะ มิกซ์-เฉลิมศรี นินิว-คริสติน่า แซ่แต้ และฝน-ทัตชญา ศุภธัญสถิต ต่างโทรมาให้กำลังใจไม่ขาดสาย แต่ตือเชื่อว่า พวกเขาต้องแอบประชุมลับกันแล้วว่า ถ้าตือเป็นอะไรไป จะลอบเข้าบ้านเพื่อจับจองสมบัติของตือ โดยเฉพาะกระเป๋าแบรนด์เนม” (หัวเราะ)

เมื่อผ่านความตาย…ชีวิตก็เปลี่ยนไป

หลังจากรักษาตัวในห้อง ICU ครบ 6 วัน ป้าตือพักฟื้นต่อในห้องปกติอีก 2 วัน ก่อนกลับบ้าน แม้โรคจะหายดี แต่ร่างกายกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

“เหมือนได้รับผลข้างเคียง ทำให้ระบบภายในร่างกายรีเซ็ตใหม่ โดยเฉพาะระบบน้ำย่อยเมื่อก่อนกว่าตือจะรับประทานอาหารมื้อแรกก็หลังหกโมงเย็นไปแล้ว แต่ตอนนี้ตื่นเช้ามาก็รู้สึกหิวทันที ต้องพกกล้วยน้ำว้าติดตัวตลอด

“ปัจจุบันตือยังต้องรับประทานยาตามแผนการรักษาจนครบ 6 เดือน ขณะที่เรื่องอาหารสามารถรับประทานได้ปกติ เพียงแค่ลดอาหารดิบและอาหารหมักดองลงเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความโชคร้าย ก็มีเรื่องดีๆ ที่อดขำไม่ได้“เพราะตอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ตือต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมวันละ 25-30 แผ่น หลังจากออกจากโรงพยาบาล แบรนด์ผ้าอ้อมเข้าเลยค่ะ ติดต่อมาให้ตือเป็นพรีเซ็นเตอร์เลย” (หัวเราะ)

ท้ายที่สุด ป้าตือบอกว่า สิ่งที่ได้จากความเจ็บป่วยครั้งนี้ไม่ใช่ “บทเรียนชีวิต” แต่เป็นการค้นพบว่า ตลอด 6 วันที่อยู่ใน ICU ตัวเองไม่เคยปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำ

“เพราะความเครียดทำให้คนเราทุกข์ เมื่อไม่เครียด ตือจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังป่วย”ก่อนทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะท้อนตัวตนของป้าตือได้ดีที่สุด

“เมื่อใจไม่ป่วย ก็สามารถชนะทุกอย่างได้”


สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ในนิตยสารแพรว ฉบับ กรกฎาคม-สิงหาคม
เรื่อง กิดานันท์