Kida Motokuni

Kida Motokuni คุณหมอความงามที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น

ทำความรู้จัก Kida Motokuni คุณหมอความงามสุดหล่อที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น

หากคุณสงสัยว่าคุณหมอหน้าหล่อคนนี้คือใคร ขอเล่าย่อๆ ให้ฟังว่า

หนึ่ง เขาเป็นเจ้าของคลินิกความงาม THE BEAUTE CLINIC  ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านชิบูย่า ย่านเศรษฐกิจที่คึกคักที่สุดในกรุงโตเกียว

สอง เขาคือคุณหมอความงามที่จองคิวยากที่สุดในญี่ปุ่น และในบรรดาแวดวงหมอความงามด้วยกัน เขามียอดผู้ติดตามในอินสตราแกรมสูงที่สุดกว่า 2 แสนคน
สาม นอกจากการเป็นหมอ เขายังมีความฝันอยากทำงานในวงการบันเทิงในเมืองไทย

ก่อนจะมาเปิดคลินิก เส้นทางการทำงานของคุณหมอเป็นอย่างไรคะ

“หลังจากเรียนจบที่ Osaka Medical University ผมทำงานเริ่มจากดูแลแผนกกุมารเวชที่ Toranomon Hospital จากนั้นก็เบนเข็มมาทำงานในคลินิกความงามราว 5 ปี เริ่มจากรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแพทย์ที่ Shinagawa Beauty Clinic และเป็นผู้อำนวยการแพทย์ที่ BIANCA CLINIC  ก่อนตัดสินใจเปิดคลินิก THE BEAUTE CLINIC ของตัวเองที่ชิบูย่า เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วครับ

“คลินิกของผมมีแนวคิดว่า Love Yourself เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเข้ารับบริการ หลายคนไม่พอใจใบหน้าตัวเอง พวกเขาอยากจมูกโด่งขึ้น ตาโตขึ้น หรือหน้าเล็กลง แต่เมื่อมองลึกลงไป หลายคนเพียงต้องการความมั่นใจ หรืออยากได้รับการยอมรับมากขึ้น ผมจึงตั้งคำถามว่า ความสวยที่แท้จริงคืออะไร สำหรับผม ความงามไม่ได้เกิดขึ้นจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากจิตใจ เมื่อเรารักตัวเอง ความมั่นใจและเสน่ห์จะสะท้อนออกมาเอง นี่คือแก่นของคำว่า Love Yourself”

คุณหมอมีเทคนิคการดูแลคนไข้อย่างไร จนขึ้นชื่อว่าจองคิวยากที่สุดคะ 
 “จุดเด่นของผมคือการรักษาด้วยสารเติมเต็ม ไม่ใช้วิธีผ่าตัดเลยครับ หลายคนอาจคิดว่าสารเติมเต็มเปลี่ยนใบหน้าได้ไม่มาก แต่ผมพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่า ที่จริงเทคนิคนี้สามารถปรับรูปหน้า เสริมจมูก หรือแก้ไขจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ที่จริงผมไม่ได้ต่อต้านการศัลยกรรมนะครับ แต่การผ่าตัดมีความเสี่ยง และเมื่อลงมือผ่าแล้ว หากเกิดความผิดพลาดจะแก้ไขได้ยาก คนไข้บางคนถึงขั้นไม่มีความสุขเมื่อมองใบหน้าตัวเอง ในขณะที่การใช้สารเติมเต็ม เป็นหัตถการที่สามารถปรับแก้หรือคืนสภาพได้ เพราะสารเติมเต็มจะคงสภาพได้ราวๆ 1-2 ปี (ขึ้นกับการดูแลตัวเอง) ผมมองว่านี่เป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงและทำให้คนไข้มีความสุขกับผลลัพธ์มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสารเติมเต็มเองก็มีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้หรือผลข้างเคียงเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต”

เวลาคนไข้เข้ามาปรึกษา คุณหมอวางแผนการรักษาอย่างไร

“สิ่งแรกที่ผมจะถามคือคนไข้คาดหวังอะไร และอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองในแบบไหน เพราะผมให้ความสำคัญกับพื้นฐานและมุมมองชีวิตของพวกเขามาก ทุกคนมีเหตุผลที่เข้ามารักษาแตกต่างกัน จากนั้นจึงแนะนำแนวทางการปรับรูปหน้า โดยไม่มากเกินความจำเป็น”

เทรนด์ความงามของสาวญี่ปุ่นเป็นอย่างไรคะ

“เน้นความน่ารักครับ สาวๆ กำลังฮิตหน้ากลม แก้มกลม คางสั้น ไม่ต้องดูสวยจัดๆ แล้วก็เน้นเรื่องงานผิว ที่ต้องสวย เรียบเนียน ซึ่งน่าจะเป็นเทรนด์ฮิตของคนทั้งโลกนะ”

คุณหมอมีเทคนิคการดูแลตัวเองอย่างไรคะ   

“เดิมทีสภาพผิวผมมีปัญหา เพราะผมเป็นผู้ชายผิวจึงมันง่าย และแต่ก่อนก็มีความเชื่อว่าถ้าอยากผิวดีต้องโบกครีมเยอะ ครีมจึงอุดตันรูขุมขน สิวก็ยิ่งขึ้น ผมเปลี่ยนสกินแคร์มาหลายครั้ง จนกระทั่งเจอสูตรที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ โปรดักส์ที่ผมใช้จะมีอยู่ 3 ตัวหลัก ๆ ได้แก่ โฟมล้างหน้าจากแบรนด์ Skin Amure ที่ชอบแบรนด์นี้เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังคิดค้นขึ้น และการใช้โฟมล้างหน้าที่เป็นฟอง จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินได้ จากนั้นก็จะใช้เซรั่ม และตบท้ายด้วยสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีซึ่งเป็นของแรนด์ Skin Amure เช่นกันครับ”

เรื่องส่วนใหญ่ที่คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้สกินแคร์คืออะไรคะ

“สำหรับคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ผิวต้องชุ่มชื่นไว้ก่อนจึงทาครีมเยอะ แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายครับ เพราะหน้าจะยิ่งมันและสิวขึ้นง่ายกว่าเดิม ส่วนอีกหนึ่งความเชื่อคือ มาส์กหน้าทุกวันแล้วผิวจะดี ที่จริงวิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว เพราะผลิตภัณฑ์ยิ่งเข้าไปอุดตัน หากผิวมัน ความถี่ในการมาส์กควรอยู่ที่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งก็พอและให้มาส์กเฉพาะวันที่ออกแดดจัด แนะนำว่า ในมาส์กควรมีสารบำรุงผิวอย่างอย่าง Glutathion ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และ Tranexamic acid ที่ช่วยลดความหมองคล้ำด้วย

“อย่างสาวไทยผิวมัน เป็นสิวง่าย สิ่งที่คุณควรทำคือ ตอนเช้าให้ล้างหน้าด้วยโฟม และใช้ สกินแคร์ที่ช่วยลดความมัน เช่น วิตามินซี ตอนกลางคืนให้ใช้เรตินอลหรือวิตามินเอ หากสิวขึ้นเยอะแนะนำให้กินวิตามินเอเสริม สิ่งสำคัญที่สุดคืออาหารครับ ผมแนะนำให้กินบลูเบอร์รี่, อะโวคาโด, แซลมอน จะดีกับผิว ควรงดของทอด  สำหรับครีมกันแดดควรทาซ้ำทุกๆ  2-3 ชั่วโมง ผมแนะนำให้ฉีดสเปรย์กันแดด ผมเองก็พกตลอดเวลา”

แอบขอนอกเรื่องค่ะ คุณหมอหล่อขนาดนี้ เคยมีแมวมองชักชวนเข้าวงการไหมคะ

“เคยครับ อย่างที่ญี่ปุ่นเคยมีคนชวนผมทำงานสายวงการบันเทิงเหมือนกัน แต่ผมยังไม่เคยตอบรับเพราะบทบาทของผมคือหมอ แต่ก็อยากชาเลนจ์ตัวเองในสายเอนเตอร์เทนเมนต์เหมือนกันนะ จึงเป็นเหตุผลที่มาเมืองไทย เพราะอยากลองทำงานวงการบันเทิงที่นี่ จะเป็นนักแสดงหรือนายแบบก็ได้ครับ เพราะผมคิดว่า นอกจากความเป็นหมอ ผมยังมีความเป็นอาร์ติสในตัวเองด้วย ผมชอบเรื่องแฟชั่น หากใครสนใจ ติดต่องานได้นะครับ

“ผมมาเมืองไทยบ่อยมาก เพราะชื่นชอบคนไทย คนที่นี่หน้าตายิ้มแย้ม มีความสุข ต่างจากคนญี่ปุ่นที่เคร่งเครียด  ผมชอบเวลาที่คนไทยพูดคำว่า ไม่เป็นไร มันคล้ายคลึงกับแนวคิด love yourself ของผม เพราะก่อนที่เราจะรักอะไรได้ เราต้องรักตัวเองให้เป็นครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากรู้จักวัฒนธรรมและมายด์เซ็ตของคนไทยมากขึ้น

“นอกจากงานบันเทิงผมคิดว่า ตลาด T- Beauty ในเมืองไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งผมเองก็มีแพลนจะทำธุรกิจเครื่องสำอาง และอยากร่วมงานกับแบรนด์ไทยด้วย”

ถ้าอยากรู้จักคุณหมอ Kida เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ IG @Dr.Kida

  • เรื่อง : Fai
  • ภาพ : วรสันต์ ทวีวรรธนะ