ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พระเศวตฉัตร ๙ ชั้น ถวายแด่ “พระพันปีหลวง”
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่พระบรมวงศ์ฝ่ายในได้รับพระเกียรติยศระดับสูงสุดเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ พระเศวตฉัตร ๙ ชั้น ถวายแด่ “พระพันปีหลวง” ผู้เป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” และเป็นศูนย์รวมดวงใจของปวงชนชาวไทย
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทย
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราชสำนักไทยที่ได้จารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ในฐานะวันที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วย พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ๙ ชั้น เหนือพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งนี่นับเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระบรมวงศ์ฝ่ายในที่ได้รับพระราชอิสริยยศระดับ “พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพระบรมราชอิสริยยศสูงสุด


ที่มาและความหมายแห่งบรมเดชานุภาพ
พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือ ฉัตร ๙ ชั้น คือเครื่องสูงที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึง พระบรมราชอิสริยยศ และความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ แห่งประเทศไทย คำว่า “นพปฎลมหาเศวตฉัตร” แปลว่า “ร่มขาว ๙ ชั้นที่ยิ่งใหญ่” โดยที่มาและความเชื่อ ลักฐานเก่าแก่ที่สุดของพระเศวตฉัตร ๙ ชั้น ปรากฏอยู่ใน กฎมณเฑียรบาล ของกฎหมายตราสามดวง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมฉัตรมีความหมายเปรียบเสมือน สวรรค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งจักรวาล และหมายถึง ความเป็นพระราชามหากษัตริย์ ที่มีชัยชนะอันเป็นสิริมงคล คติแต่เดิมเป็นเศวตฉัตร ๖ ชั้น อันหมายถึงสวรรค์ ๖ ชั้น แต่ฉัตร ๙ ชั้นที่ใช้ในปัจจุบัน สื่อถึง พระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีชัยชนะเหนือกษัตริย์อื่น ๆ ทั้ง ๘ ทิศ และรวมกับพระองค์เองอีก ๑ อันเป็นที่สุดแห่งอำนาจและพระเกียรติยศ

การถวายพระเกียรติยศเหนือประเพณี
ตามโบราณราชประเพณี ฉัตร ๙ ชั้นสงวนไว้สำหรับพระบรมโกศของพระมหากษัตริย์ที่ทรงรับบรมราชาภิเษกแล้วเท่านั้น การถวาย พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เหนือพระบรมโกศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงเป็นการตัดสินพระทัยและพระมหากรุณาธิคุณที่ ก้าวข้ามแบบแผนเดิม
อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่พระบรมราชวงศ์ฝ่ายในได้รับพระราชอิสริยยศเทียบเท่าพระมหากษัตริย์ ซึ่งตอกย้ำถึง พระราชศรัทธาและความอาลัยอันลึกซึ้ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อพระราชมารดา และ การสดุดีพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ของพระองค์ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดรัชสมัยรัชกาลที่ ๙ จนเป็นที่ประจักษ์ในพระฐานะ “แม่แห่งแผ่นดิน”
