แหวนแหวนชี้เป้า 10 สิ่งที่ต้องทำยามท่องตุรกี!

10สิ่งที่ต้องทำยามท่องตุรกี เป็นกิจกรรมที่เกิดจากการที่แหวนไปเที่ยวที่นั่น ซึ่งเป็นประเทศในฝันที่มีประวัติศาสตร์และงานศิลปะเก่าแก่น่าสนใจ ผสมผสานระหว่างยุโรปและเอเชีย บวกกับคุณยายสปัน เธียรประสิทธิ์ ไปเที่ยวมาแล้วรอบโลก แต่ท่านชอบตุรกีที่สุด ยิ่งทำให้แหวนอยากไป จนกลายมาเป็นทริปในฝันรอบนี้

ตลาดแกรนด์บาซาร์

1)ช็อปปิ้งเสื้อหนังและเฟอร์ที่ Grand Bazaar!

หลายคนอาจไม่รู้ว่าแจ็คเก็ตหนัง และเสื้อขนเฟอร์ที่ติดแบรนด์ดังขายกันในยุโรป ส่วนใหญ่ผลิตจากตุรกี ใครมีเวลาช้อปน้อย แนะนำให้เลือกซื้อจากร้านใน Grand Bazaar ได้เลยค่ะ มีให้เลือกหลายร้านมาก แหวนไปเดินโฉบเดียว ได้เสื้อโค้ทตัวใหญ่ (เน้นว่าโค้ทนะคะ ไม่ใช่แจ๊คเก็ตตัวเล็กๆ เป็นของผลิตใหม่หมด ไม่ใช่ second hand) ทั้งหนังแกะ ขนห่าน เฟอร์ขนสุนัขจิ้งจอก มิ้งค์ แรคคูน ราคาหลักพันถึงหมื่นบาทต้นๆ แต่คุณภาพดีมากๆๆๆๆ คุ้มเกินคุ้ม!! อย่าลืมต่อราคาด้วยนะคะ ตัวนึงอยู่ประมาณ 200-300 ยูโร ขึ้นอยู่กับศิลปะการต่อราคา! ถ้าเป็นแจ๊คเก็ตราคายิ่งถูกไปอีก! (ช่วงนี้ค่าเงินตุรกีถูก ยิ่งน่าช้อป)

2)นั่งเรือส่วนตัวข้ามจากฝั่งยุโรปผ่านช่องแคบ Bosphorusไปทานข้าวฝั่งเอเชีย

Bosphorusคือช่องแคบที่แบ่งดินแดนระหว่างยุโรปกับเอเชีย มีป้อมปราการสวยๆ ริมทะเลมากมาย มีร้านอาหารเก๋ๆ อยู่หลายร้าน ซึ่งส่วนใหญ่มีบริการเรือส่วนตัวให้ลูกค้าอยู่แล้ว เราสามารถให้ทางร้านนำเรือส่วนตัวมารับที่ท่าแถว RumeliHisariฝั่งยุโรป ข้ามไปกินร้านอาหารแถว Beykozฝั่งเอเชียได้ จะได้เห็นวิว Bosphorus bridge สะพานข้ามสองทวีป และ Rumeli Fortress แบบชิลๆ รับลมชมวิวแบบไม่ต้องมีใครบัง ใช้เวลาข้ามทวีปไม่เกิน 10 นาที! ที่สำคัญอาหารทะเลแถวนี้ อร่อยและสดมากๆ ร้านสุดอร่อย

ที่อยากแนะนำ :Uskumruและ Lacivert

 

ที่พักราคาไม่แพง แต่วิวสวยเทียบเท่าพักโรงแรมหรูเลยนะเนี่ย

3) ชมวิว Panorama ย่านเมืองเก่า Sultan Ahmed

Istanbul เป็นหนึ่งในเมืองที่มี panoramic view สวยที่สุดในสายตาของแหวน ทั้งสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และสามารถมองเห็นวิวสองทวีปได้ในเวลาเดียวกัน ถ้าจะรอถ่ายรูปวิว panorama ที่สถานที่ท่องเที่ยว กว่าจะได้ถ่ายรูป อาจโดนเหยียบแบนแต๋ก่อน แหวนแนะนำว่าหาร้านคาเฟ่ หรือร้านอาหารที่เห็นวิว หรือพักโรงแรมวิวสวยๆ ดีกว่า ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นโรงแรม local ราคาไม่แพง แต่วิวสวยสลบ ห้องพักสวยงามสะดวกสบาย จะนอน จะทานอาหารเช้า หรือจะหันไปทางไหน ก็เห็นแต่วิวสวยๆ ไม่ว่าจะเป็น Hagia Sofia, Blue Mosque รวมทั้งวิวฝั่งเอเชีย แบบ all in one ไม่ต้องไปยืนเบียดถ่ายรูปกับใครที่ไหน

Blue Mosque เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ควรค่าแก่การเข้าชม

Tips: ใครที่จะไปเที่ยวชม Blue Mosque ด้านใน ต้องแต่งกายตามระเบียบอย่างเคร่งครัดนะคะ เพราะที่นี่ยังเป็นสุเหร่า ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ไม่มีค่าเข้าชม ถ้าแต่งผิดระเบียบ เขามีผ้าคลุมและกระโปรงให้ กลายเป็นเพนกวินสีฟ้าแบบแหวนในรูป หมดสวยเลย!

4) ทาน Lokum (Turkish Delight) ที่ร้านขนม local

หลายคนอาจได้ชิมหรือได้ยินชื่อขนม Lokumหรือที่เรียกกันว่า Turkish Delight แต่กินที่ไหนก็ไม่ฟินเท่าร้านขนมที่ทำสดๆ ในตุรกี ที่นี่ขายเป็นแท่งยาวๆ ให้เราหั่นได้ตามชอบ มีให้เลือกกว่า 50 รส ด้วยวัตถุดิบสดๆ ใหม่ๆ ได้รสขาติและความหอมถึงเนื้อ ต่างจากที่ซื้อทานเป็นกล่องอย่างสิ้นเชิง คนรักขนมหวานบอกเลยว่าห้ามพลาด รสโปรดของแหวนคือรสทับทิมผสมน้ำกุหลาบและถั่วพิสตาชิโอ หุ้มด้วยกลีบกุหลาบอีกที อร่อยและหอมกลิ่นกุหลาบขึ้นจมูก ฟินน้ำตาไหล ถ้าไม่ได้มาทานถึงถิ่นที่ตุรกี ไม่ได้รสชาติแบบนี้แน่นอน

5)ชมความงามกระเบื้องเซรามิคในฮาเร็มสุลต่านที่พระราชวัง Topkapi

สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาตร์Istanbul มีมากมาย แต่ที่แหวนฟินสุดคือ Harem ในพระราชวัง Topkapiไม่ใช่แค่เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลังฉากการเมืองการปกครองที่สำคัญในยุคนั้น แต่เพราะกระเบื้องค่ะ!!! กระเบื้องที่นี่เป็น 1 ใน 4 จุดเด่นของการตกแต่งยุค Ottoman Empire ใครที่ชอบดีไซน์และความงามของกระเบื้อง Iznikและศิลปะสไตล์ Ottoman ที่ผสมผสานหลากหลายวัฒนธรรมไว้ด้วยกัน กระเบื้องที่นี่เป็นหนึ่งในกระเบื้องสวยที่สุดในโลกแน่นอน ใครจะมาเที่ยววังนี้ ต้องซื้อตั๋วเข้าชม Harem แยกนะคะ ทัวร์หลายที่พาชมแค่วังรวมๆ แต่แหวนว่าฮาเร็มนี่แหละ…ไฮไลท์เลย!

6.นอนโรงแรมถ้ำที่ Cappadocia

จะมาให้ถึง Cappadocia นอกจากนั่งบอลลูนแล้ว ต้องได้นอนโรงแรมถ้ำ ที่ห้องพักของโรงแรมอยู่ในถ้ำของจริง (มีทั้งแบบ cave และ fairy chimney) เพื่อสัมผัสประสบการณ์คน Cappdociaสมัยก่อนว่าเขาอยู่กันยังไง เดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลายโรงแรม ห้องพักสะดวกสบายเหมือนโรงแรม 5 ดาวทุกอย่าง แต่อาจรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออกเล็กน้อย เพราะมันจะทึบๆ หน่อย แต่ได้ฟีลเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคหินสุดๆ หาประสบการณ์แบบนี้ที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว นอกจากที่ cappadocia!

7.ชมวิว 12 หุบเขาที่งดงามแห่ง Cappadocia+โรงแรม+ร้านที่ถ่ายรูปได้ photogenic สุดๆ

Cappadocia คือหนึ่งในเมืองที่ถ่ายรูปมันส์ที่สุดในโลก!!! เพราะมีหุบเขาสวยงามถึง 12 แห่ง มีจุดชมวิว panorama อีกหลายจุด แต่ละจุดอยู่ใกล้กัน ลักษณะคล้ายกัน แต่มีความงามต่างกันไป แถมมี Evil Eye Tree เป็นพร็อพเก๋ๆ มีอูฐให้เราถ่ายรูปด้วย สาวๆ หลายคนที่กังวลว่าจะลำบากปีนเขาขึ้นไปถ่ายรูปบอกเลยว่าสบายมากๆ เพราะเราสามารถขับรถขึ้นไปถึงได้หมด ก้าวลงจากรถถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย  ใครไม่ได้มากับทัวร์ สามารถเหมาแท็กซี่ทั้งวัน (ต่อรองราคาดีๆ นะคะ ควรอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 150-200 ยูโรสำหรับทั้งวัน) ให้เขาขับพาไปจุดต่างๆ และให้จอดรอระหว่างที่เราถ่ายรูปชมวิวแต่ละจุด แนะนำว่าให้เปิดรูป reference ที่ต้องการให้คนขับดูเลย ไม่งั้นแท็กซี่อาจพาไปสถานที่เดียวกัน แต่วิวคนละมุมนะ

มีอูฐให้ขี่ด้วยน้าา

นอกจากทิวทัศน์สวยงามแล้ว ใครที่ชอบพรมและโคมไฟ รวมถึงร้านน่าถ่ายรูปและชอปปิ้ง ก็มีหลายร้านอยู่นะคะ เช่น ร้านยอดฮิต GallerieIkmanที่มีคอสตูมเก๋ๆ ให้ใส่ถ่ายรูปเล่น (ถ้าไม่ซื้อของในร้านมีค่าถ่ายรูป 50 lira นะคะ ประมาณ 290 บาท) หรือจะถ่ายรูปตามโรงแรมวิวสวยอย่าง Mithra Cave Hotel, Museum Hotel ที่ไม่เก็บเงิน และมีช่างภาพของโรงแรมให้บริการช่วง Balloon Hour ก็ได้ แต่ถ้าใช้ช่างภาพต้องจ่ายเงินช่างภาพนะคะ รับรองว่าคุณได้ภาพสวยๆ มาลง IG เพียบ! แหวนเองยังถ่ายไปแค่ไม่กี่พันรูปเอ๊ง!

Tips:โอกาสที่จะได้ขึ้นบอลลูนช่วงหน้าหนาวมีน้อยมาก เนื่องจากอากาศไม่อำนวย แต่มีข้อดีคือนักท่องเที่ยวไม่แน่น และได้เห็นวิวหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งเป็นวิวสวยงามแปลกตา แตกต่างจากช่วงอื่นๆ ของปี

8.ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ Red Rose Valley

จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดของ Cappadocia ที่ต้องไปเห็นกับตาตัวเองเท่านั้น! ถึงจะเคยเห็นภาพสวยๆ ที่หลายคนถ่ายมา ก็ไม่เท่ากับการได้สัมผัสกับบรรยากาศและอารมณ์ของการนั่งชมพระอาทิตย์ตกที่นั่นจริงๆ ความงดงามของหุบเขาสีแดง สะท้อนแสงสีทองของพระอาทิตย์ สวยงามจนน่าขนลุก

นอกจากนี้ยังมีร้านคาเฟ่น่ารักๆ ให้นั่งชมพระอาทิตย์ตกดินหลายร้าน มีทั้งที่อยู่ริมเหว และที่อยู่ติดขอบเหวเลย ใครไม่กลัวความสูง ขอแนะนำอย่างยิ่ง จะได้ประสบการณ์แสนพิเศษ เหมือนได้นั่งจิบกาแฟอยู่บนฟ้า มองลงมาที่หุบเขาเลยค่ะ

9.ชมการทำและเหมาซื้อเซรามิคที่ Avanos กลับเมืองไทย

เมือง Avanos ใน Cappadocia เป็นสวรรค์ของคนรักเซรามิคที่แท้ทรู! เพราะโด่งดังเรื่องการทำเซรามิคมาหลายพันปี ตั้งแต่ยุค Hittites มีการปั้นโอ่ง จาน ชาม กระเบื้องเซรามิคและอีกมากมาย อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นของที่นี่ คือการเพ้นท์มือบนเซรามิคด้วยลวดลายสไตล์ Ottoman (โดยเฉพาะลาย Tree of Life ซึ่งเป็นลายเก่าแก่และความหมายดีมาก) เป็นงานศิลปะที่มีความงดงาม ละเอียดปราณีตมาก ที่สำคัญราคาถูกมากๆๆๆๆๆๆๆ ชิ้นละหลักร้อยบาทเท่านั้น (ไม่นับชิ้นที่ใหญ่มากๆนะ) แถมมีลายให้เลือกเยอะมากจนตาลายไปหมด ร้านส่วนใหญ่มีบริการจัดส่งให้ถึงเมืองไทย แม้ว่าค่าขนส่งรวมค่าประกันจะแพงมาก แต่ยังถือว่าราคาถูกกว่าไทยเยอะ โดยเฉพาะถ้าต่อรองราคาได้อีก แหวนเองสั่งกลับไปเมืองไทยเพียบ เพื่อนๆแหวนเห็นรูปในไอจี ฝากซื้อกันตรึมค่ะ!

10.ชิลริมทะเล Izmir +เที่ยวเมืองประวัติศาสตร์แถบทะเล Aegean

อีกหนึ่งเมืองไม่ควรพลาดของตุรกี คือ Izmir เมืองริมทะเลแสนชิล เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านเหมือนเมืองอื่น มี bazaar ชื่อดังอย่าง Kemeralti Bazaar (ไปสำรวจมาแล้วสาวกแฟชั่นไม่น่าโดน) เมืองนี้เป็นจุดศูนย์กลาง สามารถนั่งรถต่อไปยังเมืองสำคัญทางประวัติศาตร์แถบทะเล Aegean ได้มากมาย

ที่พลาดไม่ได้ คือ เมือง Ephesus หนึ่งในสถานที่สำคัญของโลกลำดับต้นๆ ที่คนรักประวัติศาสตร์ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะที่นี่คืออดีตเมืองหลวงของเขตปกครองฝั่งเอเชียในจักวรรดิโรมัน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นสถาปัตยกรรมยุคโบราณ ที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน มีบุคคลสำคัญของโลกมาเยือนมากมาย รวมทั้งพระนางคลีโอพัตรา พระแม่มารี ใช้เวลานั่งรถห่างจาก Izmir ไม่ถึงชั่วโมง เดินทั่วเมืองแบบชิลๆ ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง แถมได้รูปสวยๆ เพียบ เพราะหันไปทางไหน มีแต่มุมสวยๆ ไม่ว่าจะเป็น Library of Celsusหรือโรงละครกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุคโบราณ รวมทั้งทึ่งไปกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองที่น่าสนใจ

ถ้ามาตุรกีแล้วไม่ได้มา Ephesus เรียกว่ามาไม่ถึงตุรกีจริงๆ ค่ะ!


เรื่องและภาพ : แหวน ปวริศา เพ็ญชาติ

 

keyboard_arrow_up