อ๊ะอาย 4EVE กับบทพิสูจน์ว่า ‘จังหวะชีวิตที่ใช่’ เราสร้างเองได้
เบื้องหลังแสงไฟและรอยยิ้ม อ๊ะอาย 4EVE จากเด็กหญิงที่เคยพ่ายแพ้ต่อความขี้อาย สู่บทพิสูจน์บนเวทีโลกว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่คือการกล้า “เลือก” และ “แลก” เพื่อสิ่งที่รัก
หากพูดถึงเจ้าแม่โวคอลในวงการ T-Pop หนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึงคือ “อ๊ะอาย กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ วัย 20 ปี สมาชิกน้องเล็กแห่งวง 4EVE ศิลปินรุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยความสามารถรอบด้าน
เธอเริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ 7 ขวบ และตลอดเส้นทางที่ผ่านมาก็ฝากผลงานไว้มากมาย ทั้งโฆษณา ละคร ภาพยนตร์ และซีรีส์ เช่น เรื่อง เรือนทาส, เดอะสโตน พระแท้ คนเก้ รวมถึงละครเวที นิทานหิ่งห้อย เดอะมิวสิคัล และผลงานพากย์เสียงระดับโลกในการ์ตูนเรื่อง Turning Red จาก Disney and Pixar ในฟาก ของการเป็นศิลปินยังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกของไทยที่ได้ขึ้นสองเวทีระดับตํานานอย่าง Head in the Clouds Los Angeles และ Tokyo Dome Music Expo Live 2025 และเป้าหมายถัดไป คือ Coachella แม้เธอจะบอกว่าเส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล แต่สักวันต้องทําให้ได้

Born to Shine
“อ๊ะเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่และพี่ชายซัพพอร์ตความฝันของเราอย่างเต็มที่ นั่นคือการเป็น นักร้อง นักแสดง และศิลปิน เพราะเป็นสิ่งที่ชื่นชอบและถนัดที่สุดแล้ว ทุกครั้งที่คุณครูถามถึงอาชีพในฝัน มักตอบสามข้อนี้เสมอ ตอนอายุประมาณ 6 ขวบมีโอกาสไปแคสติ้งโฆษณา แต่พอถึงวันจริงกลับทําไม่ได้ ร้องไห้ หนักมาก เพราะไม่กล้าแสดงออกและขี้อายมาก จนวันถัดไปลูกค้าโทร.กลับมาขอให้ไปแคสติ้งอีกครั้ง แต่รอบนี้ พิเศษเพราะจะได้เวิร์กช็อปกับนักแสดงดังจากช่อง 7 จึงตัดสินใจไปทันที พอไปถึงก็เขิน ไม่กล้าเล่น และจบ ด้วยการร้องไห้เหมือนเดิม กลายเป็นความผิดหวังที่อยู่ในใจมาตลอด ยิ่งเห็นโฆษณาตัวนั้นในทีวียิ่งรู้สึกเสียดาย ทั้ง ๆ ที่เขาให้โอกาสเราถึงสองครั้ง เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เราฮึดสู้ เปลี่ยนตัวเองให้มั่นใจและกล้า แสดงออกมากขึ้น หลังจากนั้นก็ไม่เคยร้องไห้ในงานแคสติ้งที่ไหนอีกเลย

เมื่ออายุได้ 7 ขวบ คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าเราชอบร้องเพลงมาก เวลานั่งรถไปไหนก็ร้องตลอด โดยเฉพาะ เพลงพี่บี้ สุกฤษฎ์ ท่านจึงส่งไปเรียนร้องเพลงและส่งประกวดทั้งรายการ The Voice Kids Thailand และ We Kid Thailand ถึงไม่ชนะแต่ได้ผ่านเข้ารอบลึก ๆ พอช่วงมัธยมต้นมีโอกาสเล่นซิตคอมเรื่อง บางรักซอย 9 ทําให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จากนั้นค่าย YG Entertainment จากเกาหลีก็มาทาบทามให้ไปออดิชั่น โดยขอคลิปร้อง และเต้นของอ๊ะ เราสนใจจึงส่งไป แต่เขาตอบกลับมาว่าให้ไปเรียนเต้นมาใหม่ สงสัยคงแย่มาก (หัวเราะ) จึงไป เรียนเต้นเพิ่มเอง แต่ก็ยังไม่พัฒนา จนช่วง ม.3 ไปออดิชั่นอีกครั้ง ครั้งนี้ YG Entertainment หาครูมาสอนให้ แม้สุดท้ายจะไม่ผ่าน แต่ได้ประสบการณ์ เพราะถือว่าทําดีที่สุดแล้ว ไม่เสียดายอะไร
“พอขึ้น ม.4 ทางเวิร์คพอยท์ประกาศว่าจะทํารายการเกิร์ลกรุ๊ปในไทย รู้สึกว่าโอกาสที่จะทําตามฝันมาถึงแล้ว จึงตัดสินใจไปออดิชั่นและแข่งขันในรายการ 4EVE Girl Group Star เป็นรายการเรียลิตี้ค้นหาศิลปินเกิร์ลกรุ๊ปจนได้เป็น 1 ใน 7 สมาชิกที่ได้เดบิวต์วง 4EVE ค่ะ”

The Turning Point
ความสําเร็จในวันนี้ไม่ได้มาโดยบังเอิญ สําหรับอ๊ะอายในวัย 20 ปี ทุกก้าวที่เดินล้วนเต็มไปด้วยการแลก และการเลือก “กว่าจะมาอยู่จุดนี้ สิ่งที่แลกไปมากที่สุดคือเวลาค่ะ เราไม่มีโอกาสไปเที่ยวกับเพื่อนหรือ ไปพักผ่อนนาน ๆ เพราะหลังเลิกเรียนก็ต้องรีบขึ้นรถคุณพ่อไปทํางานหรือซ้อมเต้นต่อ แต่อ๊ะไม่ได้รู้สึกว่าเป็น การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ เพราะมองว่าการได้ทํางานตรงนี้เหมือนได้เพื่อนอีกรูปแบบหนึ่ง ทั้งเพื่อนในกองถ่าย หรือพี่ ๆ ในวง
“อีกเรื่องที่ยากคือตั้งแต่เป็นศิลปิน ตารางชีวิตค่อนข้างแน่น บาลานซ์ได้ยาก ช่วงที่หนักคือตอน กําลังเรียนจบ ม.6 ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร วิชาเอกดุริยางคศิลป์ ซึ่ง ด้านปฏิบัติดนตรีเราทําได้ แต่ทฤษฎีคือไม่ได้เลย ต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มถึงจะเรียนจบ ขณะเดียวกันเป็นช่วงที่ 4EVE กําลังมีคอนเสิร์ตครั้งแรก แล้วก็เป็นจังหวะที่ช่อง 3 ติดต่อมาให้ไปเป็นนางเอกละครเรื่อง เรือนทาส ทุกอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ร้องไห้กับแม่หนักมาก ไม่รู้จะจัดการกับชีวิตตัวเองอย่างไร คุณแม่ก็ถาม ตรงๆ ว่าไหวไหม อยากทําหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวก็โฟกัสแค่วงกับการเรียนไปก่อนได้นะ แต่เรารู้สึกว่าถ้าพลาด โอกาสนี้ไปต้องเสียดายทีหลังเหมือนตอนไปแคสติ้งโฆษณาสมัยเด็กแน่ ๆ อ๊ะจึงตัดสินใจลองทําดู ช่วงนั้นหัวหมุน พอสมควรค่ะ วันไหนไม่มีคิวถ่ายละครก็สลับไปซ้อมเต้น พอกลับถึงบ้านก็อ่านหนังสือ ใช้ชีวิตวนอยู่แบบนี้ ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ผ่านมาได้

“อีกช่วงหนึ่งที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่คือช่วงคอนเสิร์ตครั้งที่สอง ซึ่งตรงกับตอนที่เราเรียนอยู่ปี 1 ที่วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เรียนได้ประมาณหนึ่งเทอมก็ตัดสินใจดร็อปไป เพราะตารางเรียนแน่นมาก แต่เราอยากทุ่มเทกับการซ้อมคอนเสิร์ตให้เต็มที่ จําได้ว่าพวกเราซ้อมตั้งแต่หัวค่ํา จนถึงประมาณตี 4 หลังคอนเสิร์ตจบจึงตัดสินใจชั่ว เพราะถ้าฝืนเรียนต่อไปคงไม่รอดแน่ๆ
“ปัจจุบันจึงมาเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งเราสามารถจัดสรรเวลาได้ดีขึ้น เพราะ มีเรียนเฉพาะวันเสาร์ ทําให้ไปทํางานในวันอื่น ๆ ได้ แต่ช่วงนี้ 4EVE กําลังจะคัมแบ็กแล้ว ต้องบินไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศค่อนข้างบ่อย จึงมีขอให้อาจารย์ช่วยบ้าง อย่างเรื่องเงื่อนไขในการส่งงาน เราอาจจะขอส่งแบบ ออนไลน์แทน ส่วนเนื้อหาในห้องเรียนก็มีเพื่อน ๆ ที่คอยช่วยติวให้เสมอ แต่เราก็ไม่ลืมที่จะหาเวลาเติมความสุข ให้ตัวเองอย่างการไปเที่ยวคาเฟ่ ถ่ายรูปเล่น หรือยิงธนูค่ะ
“ถ้าถามว่าทํางานหนักขนาดนี้เคยคิดอยากเลิกทําไหม บอกเลยว่างานหนักจะไม่กลัว แต่กลัวว่าจะไม่ได้ทํา มากกว่า เพราะการเป็นศิลปินคือสิ่งที่เรารักและอยู่กับมันมาตลอดเกือบทั้งชีวิต และเชื่อว่าเราสามารถเดินเส้นทางนี้ ต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีอะไรมาหยุดได้ค่ะ (ยิ้ม)

“สําหรับเวทีที่ภูมิใจที่สุดตลอดการเป็นศิลปิน คงเป็นเทศกาลดนตรี Head in the Clouds Los Angeles 2025 เพราะเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีดังของฝั่งตะวันตกที่รวบรวมศิลปินเอเชียแนวหน้ามาไว้ที่นี่ อย่าง G-Dragon หรือ 2NE1 แล้ว 4EVE ได้เป็นหนึ่งในนั้น เป็นโมเมนต์ที่สุดในชีวิตแล้ว ตอนแรกก็กังวลว่า คนที่นั่นจะรู้จักเราไหม แต่ปรากฏว่ามีแฟนคลับชาวต่างชาติมาเชียร์เยอะมาก รวมถึงงาน Music Expo Live 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น ภูมิใจมาก เพราะเราเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกในประเทศไทยที่ได้ขึ้นโชว์ใน Tokyo Dome เป็นอีกหนึ่งความฝันในการเป็นศิลปิน และเป้าหมายต่อไปคือการได้ขึ้นแสดงบนเวที Coachella แม้เป็น ความฝันที่ค่อนข้างไกล แต่พวกเราก็จะพยายามเดินไปถึงตรงนั้นให้ได้ค่ะ”
Life Lessons
ในพาร์ตของการเป็นศิลปินที่เติบโตท่ามกลางสปอตไลต์และสายตาผู้คน อ๊ะอายค้นพบบทเรียนสําคัญ ที่เปลี่ยนมุมมองชีวิตของเธอไปอย่างสิ้นเชิง “ช่วงที่เพิ่งเริ่มเป็นศิลปินใหม่ ๆ เราเล่นโซเชียลหนักมาก เพราะการ ทํางานด้านนี้ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับ ต้องโพสต์รูปหรือพูดคุยกับพวกเขาบ่อย ๆ เราอยากให้เขารัก เอ็นดู และติดตามไปนาน ๆ เพราะในฐานะศิลปิน ผู้ดูและผู้ฟังสําคัญกับเราอย่างยิ่ง แต่เมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้วอ๊ะรู้สึกว่า โลกโซเชียลค่อนข้างท็อกซีก มีประเด็นดราม่าต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย แม้จะไม่ใช่เรื่องของเราโดยตรง แต่กลับรู้สึก เครียดและกดดัน กลัวว่าตัวเองจะทําให้คนอื่นไม่พอใจ จึงตัดสินใจถอยออกมา แต่ไม่ได้หายไปไหนนะ ยังคง พูดคุยกับแฟนคลับเหมือนเดิม แค่ไม่ได้อัพเดตเหมือนเมื่อก่อน เพราะรู้สึกว่าต้องเซฟใจตัวเองด้วย จากที่เคย คิดแค่ว่าอยากให้คนเอ็นดูเราเยอะ ๆ ก็คิดได้ว่าเราไม่จําเป็นต้องนําทุกเรื่องในชีวิตไปลงโซเชียลหรือต้องเปิด ทุกมุมของตัวเองให้ทุกคนเห็นก็ได้ เราสามารถเลือกแชร์แค่ในสิ่งที่อยากแบ่งปันก็พอค่ะ”

Growth through Challenges
จากเด็กขี้อายในวันนั้นสู่ศิลปินแถวหน้าที่ต้องรับมือกับหลายหน้าที่ เบื้องหลังความสามารถรอบด้าน บทบาทที่ยากที่สุดสําหรับเธอก็คือ “ถ้าเป็นช่วงนี้คือพาร์ตการเป็นศิลปินค่ะ เพราะอย่างที่รู้กันว่าวง 4EVE อยู่มาประมาณ 5 ปีแล้ว ซึ่งถือว่านานพอสมควร เราจะทําอย่างไรให้ทั้งวงและตัวเราเองพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ พร้อมกับที่แฟนคลับยังคงเซอร์ไพรส์และตื่นเต้นไปกับการคัมแบ็กเพลงใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราและทีม ต้องไปทําการบ้านมาค่ะ รองลงมาคือพาร์ตการแสดง ความยากคือบทบาทของตัวละครที่แตกต่างกันไป รวมถึง ต้องจูนเคมีกับนักแสดงคนอื่นให้รับส่งกันได้ ที่ท้าทายที่สุดตั้งแต่แสดงมาคือเรื่อง เดอะสโตน พระแท้ คนเก้ ในบทหมวยที่เล่นเป็นเซียนพระ คาแร็คเตอร์นี้ต่างจากนิสัยเราค่อนข้างมาก คือเขาจะทําทุกอย่างเพื่อให้ได้ ในสิ่งที่ต้องการไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี นิสัยพูดตรงและหยาบคาย ซึ่งตรงกันข้ามกับนิสัยเราทุกอย่าง จึงต้อง ทําการบ้านหนัก โดยทําความเข้าใจตัวละครให้มากที่สุด ศึกษาวิธีคิด น้ําเสียง ท่าทาง และฝึกซ้อมซ้ํา ๆ จนชิน พยายามแยกตัวเองออกจากตัวละคร และกล้าปล่อยอารมณ์ในแบบที่ไม่เคยทํามาก่อน แต่ก็เป็นบท ที่ทําให้เราโตขึ้นในฐานะนักแสดง

“อันดับสุดท้ายคือการเป็นนักพากย์ แม้ว่าเราไม่เคยเรียนด้านนี้มาก่อน แต่ด้วยพื้นฐานชอบร้องเพลง อยู่แล้วจึงพอทําได้ แต่ก็กังวลว่าเสียงจะเข้ากับคาแร็คเตอร์ไหม คนดูจะอินหรือเปล่า พี่ๆ ทีมพากย์ให้คําแนะนํา ดีมาก เขาให้อิสระนักพากย์ในการออกแบบเสียงของตัวเองให้เข้ากับตัวละคร ถ้าเสียงยังไม่ได้ เขาจะช่วย ไกด์ให้เข้าที ทั้งสามอย่างนี้คือสิ่งที่สะท้อนความเป็นตัวตนของเราได้ดีที่สุด เพราะในแต่ละพาร์ตเราสามารถใส่ ความเป็นตัวเองในแบบที่ต่างกัน และทําให้รู้จักตัวเองมากขึ้นทุกครั้งที่ก้าวไปลองสิ่งใหม่ ๆ
“สุดท้ายนี้อ๊ะอยากส่งกําลังใจให้ผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าตอนนี้จะยืนอยู่ตรงจุดไหนหรือยังไม่รู้ว่าความฝัน คืออะไร ขอให้เชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง ค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตไปตามจังหวะชีวิต ไม่จําเป็นต้องเร่งรีบ หรือเหมือนใครเพราะเราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีพลังและศักยภาพมากกว่าที่คิดค่ะ”
ข้อมูล นิตยสารแพรว MAR/APR 2026
เรื่อง Prince
ภาพ อิทธิศักดิ์