“คุณดอกอ้อ ใจตั้ง”

“คุณดอกอ้อ ใจตั้ง” หัวใจวัยรุ่นในร่างนักสะสมตัวแม่

จากวันที่เคยเชื่อว่าศิลปะคือเรื่องไกลตัววันนี้เธอค้นพบโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุข ผ่านการสะสมอาร์ตทอยและงานศิลปะของศิลปินไทยและ ต่างประเทศนับหมื่น ๆ ชิ้น ถึงขั้นที่บ้านแต่ละหลังมีไว้เพื่อให้งานศิลปะและอาร์ตทอย เพราะสําหรับ “คุณดอกอ้อ ใจตั้ง” ศิลปะไม่ใช่แค่ของที่มีไว้โชว์ แต่มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากกว่านั้น

20 Years Ago

“ต้องเล่าก่อนว่าตอนเด็กๆ ไม่เคยสนใจงานศิลปะเลยค่ะ อาร์ตทอยคืออะไร ก็ไม่รู้จัก เคยเห็นแต่รูปปั้นตัวการ์ตูนกระเบื้องที่ตั้งอยู่ตามบ้าน อาจเป็นเพราะเติบโต มาในยุคที่ศิลปะไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก แต่เป็นเรื่องของคนเฉพาะกลุ่มที่มีความสนใจ ด้านนี้ เพราะฉะนั้นเวลามองงานศิลปะจึงรู้สึกเฉย ๆ และการเป็นนักสะสมก็ไม่เคย อยู่ในความคิดเลย กระทั่งเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนได้มีโอกาสช่วยสามีทําร้านขายของตกแต่งอยู่ที่จตุจักร เพราะเขาชอบของแต่งบ้าน ทั้งตู้ โต๊ะ เก้าอี้ แจกัน โคมไฟ รวมถึงงานศิลปะที่มีสไตล์แปลกใหม่ไม่ซ้ําใคร เขาจะไปกว้านซื้อมาสะสมและแบ่งขายตลอด

“จนวันหนึ่งเรากับสามีไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกัน แล้วไปเจอร้านขายรูปปั้น สไตล์ป็อปอาร์ตที่รวมผลงานของศิลปินต่างชาติเอาไว้ ด้านในมีแต่ของน่ารัก ๆ ละลานตา จนไปสะดุดตากับรูปปั้นตัวการ์ตูนเด็กตาโตหน้าตาดุ ๆ ตัวหนึ่งที่ดึงดูดเรา ทั้งคู่มาก ๆ เป็นของศิลปินชาวญี่ปุ่น ชื่อโยชิโตโมะ นาระ (Yoshitomo Nara) ซึ่งนอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแล้ว ยังให้ความรู้สึกขัดแย้งบางอย่าง คือ ใบหน้าน้องน่ารัก แต่แฝงไปด้วยความดื้อรั้นและความเกรี้ยวกราดในเวลาเดียวกัน จึงอยากนําเขากลับไปตกแต่งที่ร้านด้วย แต่พอดูป้ายราคาก็อึ้งเลยค่ะ เพราะราคา เกือบหมื่น เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ารูปปั้นตัวเล็ก ๆ เหล่านี้มูลค่าเป็นอย่างไร แต่ด้วย ความที่สามีชอบมาก จึงตัดสินใจซื้อกลับไทยมา 2-3 ตัว โดยเก็บไว้ 1 ตัว ที่เหลือก็แบ่งมาขายต่อ

“แต่อย่างที่บอกว่าคนสมัยนั้นส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่างานศิลปะร่วมสมัย คืออะไร คนก็หาว่าบ้า ตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ อะไรราคาสูงมาก ผ่านไปเกือบ 2 ปี ของตกแต่งทุกอย่างในร้านขายได้เกือบหมด ยกเว้นตุ๊กตาตัวนี้ที่ตั้งอยู่ในร้าน เราเกือบนําเก็บเข้าลังไปแล้ว วันหนึ่งมีลูกค้าผู้หญิงต่างชาติสองคนเดิน เข้ามาในร้านและขอซื้อตุ๊กตาตัวนั้น รวมถึงงานศิลปะอื่น ๆ ด้วยท่าทางที่ ตื่นเต้นมาก รวมทั้งหมดล้านกว่าบาท เพียงแค่เขาอยากน่าไปสะสมและ ตกแต่งบ้าน นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนสําคัญที่ทําให้เราเริ่มมองเห็นและเข้าใจ ในคุณค่าที่แท้จริงของงานศิลปะว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อใจและสร้างความสุข ให้คนได้จริงๆ และยังเข้าใจอีกว่าการที่ตุ๊กตาตัวนั้นขายไม่ได้ ไม่ใช่ เพราะราคา แต่เป็นเพราะเขากําลังรอเจ้าของที่เห็นคุณค่าอยู่ต่างหาก 

“เรื่องที่ท่าให้อึ้งได้อีกคือการได้เห็นผลงานแบบเดียวกัน กับตุ๊กตาตัวนั้นถูกนําไปประมูลที่ Christie’s ลอนดอน ซึ่งเป็น สถาบันประมูลผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในโลก โดยราคาพุ่งไปถึงสองล้านกว่าบาท ซึ่งการที่งานชิ้นไหน ได้ขึ้นประมูลที่นี่ หมายความว่าเป็นของสะสมที่มีคุณค่าและได้รับ การยอมรับในระดับนานาชาติ ยิ่งทําให้เราตระหนักได้ว่ารูปปั้นตัวเล็ก ๆ ก็มีคนรักและให้คุณค่ามากมาย เหตุการณ์เหล่านี้เปิดโลกของเรามากๆ ค่ะ จนเกิดเป็นความรัก หลังจากนั้นจึงเข้าวงการศิลปะอย่างจริงจัง ศึกษาผลงาน ต่าง ๆ ด้วยตนเอง ทั้งหาหนังสือมาอ่าน ค้นหาทางออนไลน์ ไปเดินตาม พิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการที่จัดงานอาร์ตทั้งหมด เพื่อดูว่างานชิ้นไหน น่าสะสมบ้าง จนต่อยอดสร้าง Trendy Gallery ให้กลายเป็นพื้นที่สําหรับ คนที่รักศิลปะเหมือนกัน

Focused on Story and Detail

“สําหรับเกณฑ์ในการเลือกสะสม ด่านแรกที่พิจารณาคือประวัติของศิลปิน เพราะเราเชื่อว่างานศิลปะทุกชิ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ เพราะทุก ฝีแปรง ทุกสีสันในผลงาน ล้วนสะท้อนตัวตน ความคิด และประสบการณ์ชีวิตของผู้สร้างด้วยไม่มากก็น้อย ฉะนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ เราต้องทราบว่าชีวิตของศิลปิน เป็นอย่างไร มีเรื่องราวน่าสนใจไหม ชื่อเสียงเป็นไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ การเข้าใจ ตัวตนเขาอย่างแท้จริงจะทําให้รู้ว่าผลงานต้องการสื่ออะไร ซึ่งจะทําให้การเก็บสะสม มีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น

“อีกอย่างคือยังช่วยให้เราแยกของแท้จากของปลอมได้ทันที เป็นทริค อย่างหนึ่งที่เราใช้มาตลอด เพราะถ้าสังเกตให้ดี งานที่ปลอมขึ้นมามักไม่สอดคล้อง กับสไตล์หรือท่าทางของผลงานต้นฉบับ เราจะรู้ว่าศิลปินคนนั้น ๆ ใช้ลายเส้น แบบไหน โทนสีแบบไหน อาศัยการดูเยอะๆ ก็จําได้เองค่ะ เพียงแต่ต้องพิจารณา ให้ละเอียด แต่สีเพี้ยนไปนิดเดียวก็รู้แล้ว

“ด่านที่สองคือรูปแบบและสไตล์ผลงาน เรามักจะเสียเงินให้กับชิ้นที่ศิลปิน ออกแบบเป็นคาแร็คเตอร์ มีลิขสิทธิ์ชัดเจน ยิ่งถ้ามีจํานวนจํากัดหรือคอลเล็คชั่น แบบลิมิเต็ดจะดีมาก เพราะเราชอบชิ้นงานที่ไม่เหมือนใคร ไม่อยากเก็บตัวซ้ํากับ คนอื่น ยกเว้นว่าชิ้นไหนเป็นผลงานของศิลปินไทยที่เราชื่นชอบคอนเซ็ปต์ก็อยาก สนับสนุนเขา โดยจะตามเก็บเกือบทุกคอลเล็คชั่นเลยค่ะ ความจริงเราชอบทุกแนว แต่ถ้าให้เลือกที่ชอบที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นชิ้นงานสไตล์น่ารัก สีสันสดใส แต่ แฝงไปด้วยเรื่องราว เช่น ผลงานของ Maokoha หรือน้องแม็กกี้ (ชรารัต สาระอาภรณ์) เธอเป็นที่รู้จักจากคาแร็คเตอร์ Chalotta เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผมหยิก สีขาว ตาสีฟ้า แววตาภายนอก สดใส แต่ถ้ามองลึกเข้าไปจะแฝงด้วยความเศร้า รายละเอียดในองค์ประกอบต่าง ๆ ก็ชัดมาก โดยเฉพาะลายเส้นผม เราก็ไม่พลาด ที่จะเก็บ ซึ่งในหนึ่งคอลเล็คชั่นจะมีหลายสี เราสะสมไว้ทุกแบบ เพราะเวลานํามา จัดที่แล้วไล่ระดับสีเรียงกันไปก็ดูสวยดี เช่น GOFISH รุ่น Fish Stainless,Fish Orange และ Gold Fish อีกแบบที่ชอบคือ QUEEN CHALOTTE รุ่น Shallow Crown, Ivory Crown และ Deep Crown เป็นรุ่นที่มีจํานวนจํากัด รวม ๆ หลายแสนค่ะ

“งานของศิลปินไทยอีกคนที่น่าสนใจคือ 2CHOEY โดยค่าว่า เฉย” มาจาก ค่าภาษาไทยที่ไม่ได้หมายถึงความไม่สนใจหรือเฉยเมย แต่สะท้อนถึงแนวคิด ส่วนตัวของเขาที่ไม่ยึดติดกับสิ่งใดเป็นพิเศษ และไม่ยอมถูกจํากัด ผลงานของเขา จึงโดดเด่นด้วยความนอกกรอบ เห็นแล้วรู้ได้ทันทีเลยว่างานใคร อย่างภาพแคนวาส ที่ติดตามผนังบ้านเราก็เป็นผลงานของเขา จะสังเกตได้ว่าแม้สีสันในภาพจะดู เรียบเนียน แต่ยังมีบางส่วนที่สีล้นออกนอกเส้น เพื่อไม่ให้ผลงานดูเป๊ะเกินไป การลากเส้นที่ไม่แม่นยํากลับทําให้ภาพดูนุ่มนวลขึ้น เหมือนเขาใส่ตัวตนลงไปใน ทุกชิ้นงาน นอกจากนี้ก็มีรูปปั้น FINGY BOY ของเขา ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ตั้งอยู่ตามมุมของบ้าน เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่มีจํานวนจํากัดมาก ๆ

“แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้เริ่มสนใจศิลปินต่างชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Bankay เป็นศิลปินสตรีทอาร์ตชาวอังกฤษที่ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าต่อสังคม ดูลึกลับน่าค้นหา เขาเริ่มเป็นที่รู้จักจากการพ่นสีกราฟฟิตีบนกําแพงก่อน สไตล์ ผลงานเป็นเอกลักษณ์ มีการเสียดสีแง่มุมทางสังคม การเมือง และสงครามเอาไว้ ผ่านผลงานเสมอ ทําให้ชื่อของเขาเป็นที่จดจํา อย่างรูปปั้นของเขาที่เราสะสม ก็มาจากภาพวาดที่ชื่อ Love Is In the Air เป็นหนึ่งในงาน Anti-War ที่มีรูป ผู้ชายแต่งตัวเป็นนักรบ โพกผ้าปิดหน้าปิดตา สวมหมวก และกําลังขว้างปาดอกไม้ แทนที่จะเป็นระเบิด ซึ่งงานชิ้นนี้ซ่อนนัยทางการเมืองไว้ เป็นผลงานที่โด่งดังที่สุด เราสั่งมาจากแพลตฟอร์ม eBay ได้มาในราคาประมาณหมื่นกว่าบาท

“ถ้าที่หนึ่งในใจคงต้องยกให้โยชิโตโมะ นาระ เช่นเดิม เขามีชื่อเสียงจาก ผลงานภาพวาดตัวการ์ตูนเต็กตากลมโตที่ดูน่ารักสดใส แต่กลับซ่อนความโกรธความขุ่นเคืองไว้ในใจ เหมือนสื่อให้เข้าใจว่าเด็กไม่ใช่ผ้าสีขาวหรือไม่รู้เรื่องอะไร แต่มีอารมณ์ซับซ้อนเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ คอนเซ็ปต์เขาน่าสนใจดีค่ะ รวมถึงลายเส้น ก็เป็นสไตล์มินิมัล เรียบง่าย แต่ดูมีอะไร อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นคือรูปปั้น Your Dog สุนัขตัวสีขาว จมูกสีแดง ซึ่งเปรียบเสมือนเพื่อนในจินตนาการที่ เข้ามาเยียวยาความเหงาในใจศิลปิน เช่นเดียวกับที่มันอยู่เคียงข้างเด็กคนนั้นที่เป็น คาแร็คเตอร์หลัก ฉะนั้นเราจึงต้องสะสมตัวละครทั้งสองเป็นเซตคู่กัน จําได้ว่าซื้อที่ ฮ่องกง พนักงานขายบอกว่าเหลือไม่กี่ชิ้นแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะหายากมากแล้วนะคะ”

Art Lives Here

ในบ้านของคุณดอกอ้อที่จังหวัดสมุทรปราการแห่งนี้เต็มไปด้วยอาร์ตทอย และงานศิลปะ ซึ่งเธอบอกว่าตั้งใจให้เป็นที่อยู่ของชิ้นงานเหล่านั้น พร้อมตกแต่ง สไตล์สตรีท เพื่อให้เข้าบ้านมาเมื่อไรก็รู้สึกสนุกเสมอ แต่คลังเก็บผลงานของเธอไม่ได้มีแค่นี้ แต่ยังมีอีกหลายหลังทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล แม้ว่าทุกหลังจะเต็ม ไปด้วยผลงานหลายร้อยชิ้น แต่คุณดอกอ้อเล่าว่า ยังมีอีกเพียบที่ยังไม่ได้แกะออกมา จากกล่อง หากอยากจัดโชว์ทั้งหมดจริงๆ คงต้องสร้างบ้านเพิ่มอีกหลายหลัง 

“ด้วยความที่เราชอบสะสมบ้านด้วย ทําให้แต่ละหลังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ การใช้งาน เพราะเราไม่ค่อยอยู่ จะอยู่บ้านที่กรุงเทพฯมากกว่า บ้านที่เหลือจึงตกแต่ง ด้วยของสะสม เพื่อให้งานศิลปะได้มีชีวิต ได้โชว์ความสวยงามอย่างเต็มที่ นอกจาก รูปปั้นและอาร์ตทอย เราก็สะสมภาพวาดต่าง ๆ ล่าสุดเพิ่งไปขอซื้อจากพี่โน้ส อุดม แต้พานิช) เป็นภาพที่สะท้อนเรื่องราวที่พบเห็นในชีวิตของเขา สีสันสดใสสะดุดตา มาก ตอนเห็นภาพนี้ครั้งแรกรู้สึกได้รับพลังงานดี ๆ จึงอยากเก็บสะสมไว้ค่ะ

“คุณดอกอ้อ ใจตั้ง”

“นอกจากนี้ก็มี Bearbrick ของสะสมสุดฮิตที่คนชอบของเล่นน่าจะมีกันเกือบ ทุกบ้าน แต่ก่อนสามีชอบนํามาตกแต่งร้าน พอเราเห็นอยู่รวมกันเยอะ ๆ แล้วน่ารักดี จึงชอบสะสมไปด้วย แต่ด้วยความที่ไม่ชอบซ้ําใคร จึงเก็บเฉพาะคอลเล็คชั่นรุ่นลิมิเต็ด ทีคอลแล็บกับศิลปินต่าง ๆ อย่าง Jean-Michel Basquiat หรือ Hajime Sorayamaนอกจากนี้ก็มีสะสม Bearbrick 200 เปอร์เซ็นต์ วัสดุจากเหล็กล้วนๆ น้ําหนักจึง ค่อนข้างเยอะ มีเกือบครบทุกคอลเล็คชั่น ลิมิเต็ดทุกชิ้น ตอนนี้น่าจะหาซื้อที่ไหนไม่ได้แล้ว

“ส่วนเรื่องการดูแลรักษา เราจะให้แม่บ้านเข้ามาทําความสะอาดเป็นประจํา ทุกสัปดาห์ เพื่อให้งานศิลปะอยู่กับเราได้นานที่สุด บ้านแต่ละหลังจึงกลายเป็นเหมือน แกลเลอรี่ส่วนตัวที่เก็บสะสมสิ่งที่เรารักไว้ทั้งหมด ทุกครั้งที่มีแขกมาบ้านแล้วชม ชิ้นงานที่เรามี จะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งเลยค่ะ

No Life without Art

การสะสมงานศิลปะและอาร์ตทอยของคุณดอกอ้อเป็นเรื่องของใจล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับเงิน “ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาในการสะสม เราไม่กล้านับเลยค่ะ ว่าหมดเงินไปเท่าไร น่าจะเยอะมาก (หัวเราะ) เวลาสะสมเราจะตั้งงบไว้ล่วงหน้าก่อน ว่าเดือนนี้จะซื้อเท่าไร บางเดือนแตะหลักแสนถึงหลักล้านก็มี เลือกเฉพาะชิ้นที่ อยากได้จริง ๆ เท่านั้น แต่ถ้าเจอชิ้นงานหายากหรือแบบลิมิเต็ดก็มักจะเกินงบตลอด ส่วนใหญ่ต้องบินไปต่างประเทศเพื่อตามหา อย่างฮ่องกงและญี่ปุ่นที่มีแหล่งของเล่น เยอะมาก แต่ไม่ได้ไปได้บ่อย ๆ ฉะนั้นเมื่อเจอของที่ถูกใจแล้วจะรีบซื้อทันที ไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสเด็ดขาด

“ทุกวันนี้งานศิลปะกลายเป็นส่วนสําคัญในชีวิตไปแล้ว ขาดไม่ได้จริงๆ ตั้งแต่ ตื่นเช้ามา หันไปทางไหนก็เจอ การได้อยู่ท่ามกลางงานเหล่านี้สร้างทั้งความสุขและ แรงบันดาลใจให้ริเริ่มท่าสิ่งใหม่ ๆ เสมอ แม้ว่าจะมีมูลค่ามากหรือน้อย แต่เราเชื่อว่า คุณค่าทางจิตใจมีมากกว่าแน่นอน“เพราะสําหรับอ้อ งานศิลปะคือชีวิต”


เรื่อง นิตยสารแพรว

เรื่อง Prince

ภาพ วรสันต์