ย้อนดูคำพูด เป้ย-ป๊อป เคลียร์ใจประเด็นร้อน “เราผ่านเรื่องร้าวมาได้เพราะสิ่งนี้…”

“ถ้าคนรักของคุณทำผิด คุณพร้อมจะให้อภัยไหม…”

คำถามสุดคลาสสิกที่คนมีชีวิตคู่อาจเคยคิดเตรียมคำตอบไว้ แต่เอาเข้าจริง จะมีสักกี่คู่ที่พร้อมให้อภัย และจับมือกันก้าวข้ามความรู้สึกมัวหมองและคำวิจารณ์ที่บั่นทอนจิตใจไปได้

เหมือนอย่างครอบครัวตัว ป.  เป้ย-ป๊อป  ที่หลายปีก่อน ‘เป้ย-ปานวาด’ เคยออกมายอมรับว่ามีปัญหากับสามี ‘ป๊อป-ร.อ.นิธิ  บุญยรัตกลิน’ จริง แต่หลังจากผ่านมรสุมร้ายมาได้ทั้งคู่ก็จับมือกันมาเคลียร์ใจกับ “แพรว” เกี่ยวกับประเด็นร้อนสนั่นเมืองให้แฟนๆ ได้รับทราบกัน

“แพรว” ได้แต่หวังว่า ทุกคำพูด คำตอบในวันนั้น จะย้อนกลับไปเยียวยาให้เป้ยก้าวข้ามวิกฤตชีวิตครั้งนี้ได้อีกครั้ง

ขออนุญาตถามถึงปัญหาชีวิตคู่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ช่วงนั้นเป็น อย่างไรบ้างคะ

เป้ยนิ่งไปสักพัก  “ทำอะไรไม่ได้เลย  เสียใจ  มีท้อ  ร้องไห้  กินข้าวไม่ลง  แอบคิดว่าไม่เอาแล้ว  แต่สักพักก็รู้สึกตัวว่าจะมานั่งจมปลัก ไม่ได้  ต้องรีบแก้ปัญหา  ลูกยังรอเราดูแลอยู่”

ตอนเกิดเรื่อง เปิดอกคุยกันอย่างไร

ป๊อปเปิดใจก่อน  “เรื่องที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เหมือนในข่าวที่ออกไป  แต่ผมยอมรับว่ามีส่วนที่ผมผิด  ผมก็ขอโทษเขา  เราต้องแก้ที่ตัวเราด้วยว่าจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร  พยายามคิดว่าเป็นโอกาสที่จะได้พูดคุยกันในเรื่องที่อาจไม่เคยเปิดใจคุย  เพื่อที่จะทำความเข้าใจ  และปรับปรุงในส่วนที่ผมทำไม่ถูก  หรืออะไรที่ทำให้แล้วเขารู้สึกสบายใจ ซึ่งเราอาจจะเคยมองข้ามไป  เช่น เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเป้ยอยากให้ผมเล่นกับลูก  อ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอน  แต่ที่ผ่านมาเขาอาจหงุดหงิดเวลาผมไม่ทำ พอเราได้คุยกัน  รู้ว่าเขาชอบแบบนี้  เราก็ทำให้มากขึ้น”

เป้ยเล่าบ้าง  “ตอนนั้นเป้ยต้องใช้เวลาเคลียร์กับความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน  ถามใจตัวเองว่าจะทำอย่างไรต่อ  คำตอบคือในเมื่อเรายังรักกัน  บางอย่างที่ให้อภัยได้ก็ต้องอภัย  เพราะนี่คืออนาคตของลูกที่เราต้องช่วยกันดูแลด้วย  แต่ไม่ใช่ว่าเอะอะจะบอกว่าทำเพื่อลูกนะคะ ความรู้สึกของเราสองคนก็สำคัญ  ถ้าตัดประเด็นเรื่องโปรดออกไป  เป้ยพูดได้เต็มปากว่ารักป๊อปมาก  เขาก็รู้  ตอนที่เกิดปัญหา  ป๊อปบอกเป้ยว่า ไม่มีอะไรสำคัญมากกว่าที่เรารักกัน”

ป๊อปพยักหน้าพูดต่อ  “ถามว่าลูกช่วยให้ปัญหาคลี่คลายเร็วขึ้น และทำให้มีเหตุผลขึ้นไหม… มีส่วนมากครับ  บางครอบครัวที่มีปัญหาอาจตัดสินใจด้วยความคิดและอารมณ์ตัวเองล้วนๆ  จึงทำให้มีปัญหาง่ายกว่า ส่วนครอบครัวที่มีลูก  แทนที่ทำอะไรด้วยอารมณ์  จะคิดถึงลูกมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความรู้สึกของเรา  ผมคุยกับเป้ยเสมอว่าลูกคือส่วนสำคัญที่เติมเต็มให้ครอบครัวสมบูรณ์  แต่ถ้าทะเลาะกันแล้วจำเป็นต้องอยู่เพื่อลูก  ผมว่าอย่าอยู่ดีกว่า  แบบนั้นไม่แฟร์  เราต้องอยู่เพราะรักกันด้วย

เป้ย ไอดอลเมียหลวง

หลังจากเกิดเรื่อง เป้ยรู้สึกระแวงบ้างไหม 

“ยอมรับว่ามีบ้าง  และถึงตอนนี้เป้ยก็ยังไม่ลืม  ทุกอย่างคงต้องให้เวลาพิสูจน์  ซึ่งป๊อปก็พร้อมนะคะ  ทุกคนผิดพลาดกันได้  และถ้าเราบอกว่าจะให้อภัย  ให้โอกาสเขา  ก็ต้องให้จริงๆ  ไม่ใช่ให้แค่ปาก  ถ้าถามว่าลืมไหม  ไม่ลืมหรอก  มีร้องไห้บ้าง  แต่ชีวิตก็แบบนี้  ถ้าเราเข้มแข็งพอ ที่สุดก็จะผ่านไปได้  อยู่ที่เราเลือกและตัดสินใจแบบไหน  ถ้าเรารักเขา และเขารักเรา  ก็จบ  อย่างอื่นไม่ใช่ปัญหา คงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ  ต้องเรียนรู้กันไป  เป้ยเลือกและตัดสินใจแล้วว่าคนของเราดี  เขาอาจมีผิดพลาดบ้าง  แต่ไม่ได้หนักหนาเกินให้อภัย และไม่ใช่ว่าเป้ยไม่เคยทำความผิด  ต่างคนก็ต้องให้อภัยกัน  ชีวิตอาจไม่ได้เพอร์เฟ็คท์เต็มร้อย  แต่ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขที่สุด”

ป๊อปเคลียร์ใจต่อ  “สำหรับผม  ครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด  ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไร  เราจะแก้ปัญหาอยู่บนพื้นฐานที่ว่า  ครอบครัวต้องมาก่อน ใช้อารมณ์ให้น้อย  ใช้เหตุผลให้เยอะๆ  อย่างเรื่องที่เกิดขึ้น  แน่นอนว่าอะไรที่ผมทำผิดก็ต้องจัดการ  ความสัมพันธ์อาจไม่ได้กลับมาเหมือนเดิมทันที  แต่เราจะค่อยๆ พัฒนาให้ดีเท่าเดิม”

รู้สึกอย่างไรที่มีกระแสยกให้เป้ยเป็นไอดอลเมียหลวง

“เป้ยไม่ใช่ไอดอลหรอก  กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ผ่านความเจ็บปวดมาเหมือนทุกคน  พูดตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม มีสองทางให้เลือกคือสุขและทุกข์  อยู่ที่เราจะเลือกไปทางไหน  จะทำใจได้ไหม  ปรับเปลี่ยนความคิดได้ไหม  ที่สำคัญก่อนจะคาดหวังคนอื่น ควรมองที่ตัวเราก่อนว่าทำอะไรผิดพลาดหรือเปล่า  และให้อภัยกันได้ไหม”

เป้ย ไอดอลเมียหลวง

เป้ย ไอดอลเมียหลวง

หลังผ่านเหตุการณ์ทดสอบหัวใจกันมา รู้สึกรักกันมากขึ้นไหมคะ

เป้ยยิ้มหวาน  “ความรักมีอยู่แล้ว  แต่พอมีเหตุการณ์นั้นทำให้โตขึ้น เหมือนเรียนรู้ชีวิตคู่ในอีกสเต็ป  ซึ่งหลายครอบครัวก็อาจเกิดปัญหาแบบนี้ และตัดสินใจในแนวทางของตัวเอง  แต่เป้ยมีคำตอบในหัวอยู่แล้วว่าไม่ต้องการให้ครอบครัวแตกแยก  เพราะเรายังมีพื้นฐานของความรักอยู่  ซึ่งเป็นทางออกที่เราสามารถเลือกได้  ถึงตอนนี้เป้ยกับป๊อปก็ยังมีมุมหวานๆ ให้กัน  เมื่อก่อนเป้ยชอบแกล้งกระโดดเข้าไปกอดเขา  ตอนนี้ก็ยังทำ เหมือนเดิม” (ยิ้ม)

ป๊อปขอเน้น  “อย่างที่เป้ยบอกว่า  เรายังมีความหวานให้กันเสมอ แต่อาจจะเติมให้มากขึ้น  ช่วงที่ผ่านมาผมค่อนข้างยุ่งกับงาน  มีเวลาให้ลูกน้อย  จากนี้ก็ต้องให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น”

ถึงวันนี้ ทั้งคู่เรียนรู้อะไรจากชีวิตคู่บ้าง

เป้ยสารภาพว่า  “ประสบการณ์ทำให้เป้ยรู้ว่า  ถ้าหากเรางอน หรือน้อยใจเรื่องอะไรควรบอกเขาไปตรงๆ ว่าไม่โอเคกับเรื่องนี้  ผู้หญิงเราชอบคิดว่าผู้ชายจะรู้ว่าเรางอนอยู่  แต่ความจริงคือเขาไม่รู้หรอก  เขาจะรู้ได้อย่างไร  ต้องบอก  ยิ่งประชดประชันใส่  เขาจะยิ่งคิดว่าเรางี่เง่า บ้าหรือเปล่า  ทุกวันนี้เป้ยจึงเปิดใจมากขึ้น มีอะไรก็จะคุยกันละเอียดขึ้น  อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะรู้ทุกอย่าง  เพราะบางเรื่องเราก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน  ถ้าครั้งไหนที่รู้สึกเหนื่อยมากๆ เพราะเราทั้งทำงานและเลี้ยงลูก  เป้ยจะหาทางออกด้วยการนึกย้อนกลับไปว่า  เราชอบทำอะไรกับแฟนที่สุด  แล้วเรียกความรู้สึกดีๆ ในโมเม้นต์นั้นกลับคืนมา

“เคล็ดลับอีกอย่างคือหาเวลาปลีกตัวไปอยู่ด้วยกันสองคนบ้าง  อย่างตอนนี้ก็มีแว่บไปดูหนัง  กินข้าวกัน  แต่เวลาทิ้งลูกไว้ที่บ้าน แล้วเห็นเขาเล่นคนเดียวก็สงสาร  อยากมีอีกคน  ความจริงเราปล่อยแล้ว  แต่ยังไม่มา  เป้ยว่าบางทีผู้หญิงเราไม่ได้ต้องการอะไรมาก  แค่อยู่ด้วยกันแล้วมีกอดบ้าง  หอมบ้าง มีอกให้ซบ  หรือจับมือกันบ้าง  ก็เหมือนได้ชาร์จแบตแล้วนะคะ  หรือเวลาเรางอนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง  แค่เขามากอดก็หายแล้ว  เป้ยว่าชีวิตคู่ต้องมีตรงนี้บ้าง”

ป๊อปทำหน้าเขินก่อนเสริมปิดท้าย  “เวลาเป้ยโกรธจะมีหลายระดับ ถ้าเบาๆ ก็จะนิ่งๆ  แต่ถ้าหนักก็จะระเบิดลงทีเดียวแล้วเงียบไป  โชคดีว่าเขาโกรธง่ายหายเร็ว  ทำให้โกรธกันไม่นาน  อีกอย่างเราเคยตกลงกันไว้ว่า ถึงจะโกรธแค่ไหนก็ต้องนอนด้วยกัน  ยังไม่ต้องดีกันก็ได้  แต่อย่าแยกห้อง ซึ่งส่วนใหญ่พอตื่นมาแล้วก็จะหาย  ผมเองเวลาโกรธ  ส่วนใหญ่ใช้วิธีนิ่ง เพราะไม่ชอบคุยเวลาอารมณ์เสีย  กลัวพูดอะไรไม่ดีออกไป  พออารมณ์ดี ขึ้นแล้วก็จะเป็นผมนี่แหละครับที่เป็นฝ่ายง้อ

“เพราะคุณพ่อบอกว่า  ผิดถูกก็ให้ง้อไว้ก่อน” (ยิ้ม)

 

ที่มาข้อมูล : สัมภาษณ์ เป้ย-ป๊อป  นิตยสารแพรว ฉบับ 25 ต.ค. 2559

เสื้อผ้าเป้ย Chloe เสื้อผ้าป๊อป Dior Homme เสื้อผ้าโปรด Dior Kids, Gucci Kids

เรื่อง : Fantastic Five

ภาพ : กฤตธี

keyboard_arrow_up