ครอบครัว พิม-พิมประภา

เปิดเรื่องราวแท้จริงของ ครอบครัว พิม-พิมประภา “เขาหาว่าเป็นคุณหนูพันล้าน!”

ครอบครัว พิม-พิมประภา
ครอบครัว พิม-พิมประภา

เปิดเรื่องราวที่แท้จริงของ ครอบครัว พิม-พิมประภา นางเอกสาวหน้าหวาน ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเธอเป็นลูกมหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งเธอได้ขอมาเคลียร์ใจถึงเรื่องนี้แบบหมดเปลือก

หากลองเสิร์จชื่อของนักแสดงสาว พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร เราจะได้เห็นมุมชีวิตของเธอหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการแสดงที่ทำได้ดีมากๆ งานเพลง (อดีตนักร้องจากค่ายกามิกาเซ) งานถ่ายแบบ งานอินฟลูเอนเซอร์ และ ยูทูปเปอร์ รวมไปถึงเธอยังเป็นพี่สาวแท้ๆ ของนางเอกภาพยนตร์ “พลอยไพลิน ตั้งประภาพร “ อีกด้วย

แต่ในโลกโซเชียลมีเดียมีทั้งเรื่องจริงและไม่จริง ซึ่งหนึ่งเรื่องที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดก็คือ ความร่ำรวยของครอบครัวเธอ เนื่องจากมีสื่อออนไลน์หลายสำนักได้บอกว่า เธอเป็นลูกคุณหนู ที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยระดับพันล้าน แม้เจ้าตัวจะเคยชี้แจงผ่านช่อง YouTube ของตัวเองไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เข้าใจผิดๆ อยู่ดี

ล่าสุด แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอในเรื่องนี้ ระหว่างโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง “วัยอลวนฮ่า!” ของค่าย เอ็ม พิคเจอร์ส ซึ่งนักแสดงสาวได้ขอใช้พื้นที่แก้ข่าว พร้อมเล่าให้ฟังเกี่ยวกับชีวิตส่วนในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแบบที่หลายคนคิดกัน!

เปิดเรื่องราวแท้จริงของ ครอบครัว พิม-พิมประภา “เขาหาว่าเป็นคุณหนูพันล้าน!”

พิม-พิมประภา ตั้งประภาพร

มารับบทอั้มในเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

เรื่องนี้เนื้อเรื่องมันเบา แค่จะหนักบ้างในพาร์ที่ไม่เข้าใจกับคุณพ่อ ก็เลยจะมีดราม่านิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เล่นยากนะคะเพราะสำหรับพิมแล้วพาร์ที่เล่นง่ายที่สุดสำหรับพิมก็คือพาร์ครอบครัวค่ะ ไม่ต้องบิวต์อะไรเยอะก็เข้าใจ นึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่เราก็อินแล้ว เพราะสำหรับพิมคนที่มีผลต่อความรู้สึกมากที่สุดก็คือครอบครัว ในเรื่องเราเข้าใจว่าพ่อไปมีชู้ แล้วทำให้แม่เสียใจ กระทั่งเสียชีวิตเพราะทะเลาะกันในคืนนั้น พูดแค่นี้มันก็ทำให้สะเทือนใจแล้ว”

ในฐานะที่เคยเป็นวัยรุ่น อยากบอกอะไรกับน้องๆ ให้เข้าใจคุณพ่อคุณแม่เพิ่มขึ้นบ้าง?

“อย่างที่คนเคยพูดกันตอนเด็กๆ เราจะมองพ่อแม่เป็นฮีโร่ โตมาเราจะมองพ่อแม่ไม่เก่งเลย บางทีเราก็ไม่เชื่อพ่อแม่เพราะเรารู้สึกว่าเราเก่งกว่า จนบางทีเราลืมนึกถึงเขาไปเลยด้วยซ้ำ เวลาที่เรามีปัญหาเราก็มักไปปรึกษาคนข้างนอกทั้งที่คนในครอบครัวคือที่ปรึกษาที่ให้คำตอบจริงใจมากที่สุด แม้คำตอบนั้นอาจไม่ได้ถูกใจเราทุกอย่างแต่มันคือความจริงที่สุด บางทีคนข้างนอกเค้าก็แค่ให้คำปรึกษาที่มันถูกใจเรา ฉะนั้นเราอย่าลืมที่จะถามพ่อกับแม่ด้วย แม้บางทีเราจะมองว่าพ่อแม่ของเราไม่เก่งเลย คนอื่นเก่งกว่าอีก แต่คนที่หวังดีกับเรามากที่สุดคือคนที่บ้านนะคะ”

คิดว่าเรื่องนี้จะให้อะไรกับคนดูบ้าง?

ทำให้เห็นคุณค่าของครอบครัวมากขึ้น เราต้องคุยกัน การคุยกันเป็นสิ่งสำคัญมาก อีโก้ไม่ควรมีเลยในบ้าน มีอะไรให้พูดกันตรงๆ อย่าง เช่นอั้มกับพ่อจะไม่เกิดเรื่องเข้าใจผิดเลย ถ้าพูดคุยกันตั้งแต่ต้น แต่อั้มมีอีกก็เลือกที่จะไม่พูด เลือกที่จะไม่ฟังพ่อ และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบที่เขาคิดเลย สุดท้ายกลายเป็นรู้สึกผิดและคิดได้ว่าน่าจะคุยกับพ่อตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่พิมพ์รู้สึกเลยก็คือมีอะไรก็คุยมีอะไรก็ถามกันตรงๆ เพราะคำตอบอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดก็ได้ค่ะ

นางเอก พิม-พิมประภา

สำหรับในเรื่องนี้พิมต้องขัดแย้งกับพ่อตั้ม อยากรู้ว่าในชีวิตจริง พิมเคยทะเลาะหรือไม่เข้าใจกับคุณพ่อคุณแม่บ้างหรือเปล่า?

“พิมว่าไม่มีครอบครัวไหนที่ไม่เคยทะเลาะกัน เพียงแต่ว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ส่วนตัวที่พิมเจอเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่บางทีเราไม่มีความเข้าใจกันหรือมีความเห็นแตกต่างกัน อย่างเช่นเรื่องเก็บผ้า รดน้ำต้นไม้ ตากผ้า ความสะอาดไม่เรียบร้อย เพราะที่บ้านพิมทำความสะอาดกันเอง ก็เลยมักจะโดนตำหนิแต่เรื่องทำความสะอาดมากกว่าค่ะ”

ไม่น่าเชื่อเลย เพราะเห็นตามข่าวมักบอกว่าพิมเป็นลูกคุณหนู คุณพ่อเป็นเศรษฐีพันล้าน แล้วทำไมถึงต้องมาทำความสะอาดหรือเก็บผ้าเอง?

” (หัวเราะ) เพื่อนๆ ก็ส่งมาในกรุ๊ป เรื่องนี้พิมค่อนข้างงงมาก จริงๆ พิมก็เคยอธิบายไว้ในช่อง YouTube ของตัวเองว่าเราไม่ได้รวยขนาดนั้น จริงๆ พ่อหนูเป็นแค่ลูกจ้างบริษัท พิมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนถึงคิดว่าเป็นเจ้าของ”

“ถึงแม้พิมจะเคยอธิบายไปแล้ว แต่พิมยังเห็นข่าวอยู่เลยไม่อยากให้คนเข้าใจผิด และกลัวคนไม่จ้าง (หัวเราะ) คนอาจจะคิดว่าเรารวยอยู่แล้ว ลูกค้าไปให้โอกาสคนอื่นที่เขาลำบากกว่า หนูขอบคุณมากนะคะที่มองเป็นอย่างนั้น แต่ไม่อยากเป็นอะไรที่เราไม่ได้เป็น พิมเองก็เคยมีปัญหาที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมตอนอยู่มหาวิทยาลัย ไม่อยากให้คนมองว่าเป็นพิมอะไรก็ง่าย รวย ลูกคุณหนู มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย”

พิมประภา

แล้วจริงๆ คุณพ่อทำหน้าที่อะไร?

“คุณพ่อเป็นผู้บริหารระดับสูงค่ะ ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงนี้ก็ไม่ได้มาง่ายๆ  พ่อพิมทำงานที่นี่มาประมาณ 30 ปีแล้ว เข้ามาเป็นพนักงานตั้งแต่แรกๆ เลย ทำทุกอย่างตั้งแต่ขนของแบกของ พ่อพิมเป็นคนขยันมากค่ะ  คุณพ่อมักเล่าให้ฟังตลอดว่าสมัยก่อนทำอะไรมาบ้าง คุณพ่อคุณแม่พิมโตมากับสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างจะต้องสู้ ท่านเลยสอนพิมและน้องๆ ให้รู้สึกขอบคุณกับทุกอย่างที่ทำให้เรามีวันนี้ ซึ่งจากชีวิตของคุณพ่อและคุณแม่มันทำให้เรามีแรงขับเคลื่อนในเรื่องความขยัน มุมานะความซื่อสัตย์ในการทำงาน มีความรับผิดชอบ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เราเห็นโดยที่ท่านไม่ได้สอนเลยค่ะ”

ครอบครัว พิมประภา

ถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตลูกคุณหนูแล้วชีวิตในวัยเด็กของพิมเป็นอย่างไร?

“ตอนเด็กๆ เลย พิมได้เงินไปโรงเรียนประมาณ 20 บาท แต่ได้ค่าขนมเยอะขึ้นตอนที่เรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์ประมาณ 100 บาท (พอเหรอคะ?) แม้ค่าข้าวจะแพง แต่ก็พอค่ะ ข้าวจานหนึ่งประมาณ 60-70 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เราจะกินแค่ข้าวเที่ยง (แล้วเวลาอยากได้ของทำยังไง?) คุณพ่อคุณแม่มักจะสอนให้เราทำความดีค่ะ บ้านพิมมีกระดานทำความดี ใครทำดีอะไรก็จะได้รับดาว ถ้าครบ 10 ดวงก็จะได้ของเล่นชิ้นหนึ่ง ราคาไม่เกินที่คุณพ่อกำหนด รวมถึงถ้าเรียนดีก็จะได้ดาวด้วยค่ะ แต่กว่าจะได้ของเล่นมาชิ้นหนึ่งนั้นยากมากจริงๆ แต่พิมว่าก็เป็นการสอนในแบบคุณพ่อ เพื่อให้เราเรียนรู้ว่าอยากได้อะไรก็ต้องลงมือทำ เพราะสิ่งที่ได้มานั้นมันต้องมาจากตัวเราเอง”

พิม กามิกาเซ
ภาพจาก : ZHEZACOM

คุณพ่อพิมดูเป็นคนใส่ใจกับเรื่องเรียนมากๆ ตอนที่เข้าวงการบันเทิงมีปัญหาบ้างไหม?

“ใช่ค่ะ คุณพ่อพิมเป็นคนที่ให้ความสำคัญทางด้านการศึกษามากๆ ตอนแรกที่คุณแม่จะพาพิมไปเล่นละคร คุณพ่อก็ไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกว่าไม่อยากให้เราเสียการเรียน พิมเลยต้องให้สัญญากับคุณพ่อว่าจะไม่ทำให้เสียการเรียน และทำให้คุณพ่อเห็นว่าการเรียนของเรายังเหมือนเดิมแม้เราจะทำงานในวงการบันเทิงไปด้วยคุณพ่อจึงอนุญาต”

พิมยังผลักดันน้องสาวคนสุดท้อง “พลอยไพลิน ตั้งประภาพร ” เข้าสู่วงการบันเทิงด้วยใช่ไหม?

“ใช่ค่ะ พิมเป็นคนพาพลอยเข้าวงการ ด้วยการเอารูปของพลอยไปให้ผู้กำกับดู ที่ทำอย่างนั้นเพราะรู้สึกว่าน้องเราสามารถไปทางนี้ได้ นอกจากเขาจะมีความสดใสแล้ว เขายังมีเอกลักษณ์ด้วย ซึ่งพิมเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้คนดูรักพลอย แต่ตอนแรกๆ ที่เป็นห่วงก็คือพลอยเป็นคนที่ค่อนข้างรักอิสระมาก ต้องมาทำงานในวงการบันเทิงที่เวลาเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เป็นอะไรที่ยากสำหรับพลอย ซึ่งทำให้ต้องปรับและพิมเองก็สอนน้องบ่อยว่าความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ที่ผ่านมาพลอยให้คิวกองละครน้อยมาก แต่ให้คิวไปเที่ยวตัวเองเป็นหลัก แต่พอน้องทำงานมาเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าใจว่าความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะทำงานกับกลุ่มคนเยอะๆ เพราะไม่ได้มีแค่พลอยคนเดียว ซึ่งพอเขาได้เข้ามาลองดูได้เจอประสบการณ์กับตัวเอง ตอนนี้เขาก็รู้ พิมก็แทบไม่ได้สอนอะไรเลย”

พิมดูภูมิใจมากๆ เลยเมื่อพูดถึงน้องสาว?

” (หัวเราะ) เวลาที่คนมาทักเรื่องน้องของพิม พิมจะภูมิใจกว่าผลงานตัวเองอีกค่ะ เวลาที่มีคนบอกว่าได้ดูผลงานน้องเรา เรารู้สึกภูมิใจมากๆ ทุกคนรักน้องเรา เรายิ่งดีใจค่ะ”

พิมพลอย

ตอนแรกเห็นอะไรในตัวพลอยถึงคิดว่าเขาจะเดินบนเส้นทางบันเทิงได้?

“อย่างแรกเลยคือหน้าตาน่ารักค่ะ เป็นคนที่หน้าตาจิ้มลิ้มและยังมีคาแร็คเตอร์ พิมรู้สึกว่าในวงการบันเทิงยังไม่ค่อยมีคนแบบนี้สักเท่าไหร่ พลอยเข้ามาก็คิดว่าพลอยน่าจะโดดเด่น เลยถามน้องว่าอยากลองไหม ซึ่งตอนแรกน้องก็บอกว่าไม่อยากทำ น้องบอกว่าไม่อยากเอาชีวิตไปอยู่ในกองถ่าย พิมก็เลยเอาเรื่องท่องเที่ยวมาล่อเนื่องจากเขาเป็นคนชอบเที่ยว ก็บอกเขาไปว่าจะขอเงินพ่อแม่ไปเที่ยวมันยากไหม แต่ถ้าหาเงินได้เองก็ได้เที่ยวทุกที่เลยนะ ซึ่งเขาก็เห็นด้วย จึงทำงานเพื่อที่จะได้เที่ยว ซึ่งตอนแรกก็มีงอแงบ้างเหมือนกัน แต่พอได้ผลตอบรับดี มีคนรักมีแฟนคลับมันก็เลยเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาอยากจะทำต่อไป”

พี่น้องทะเลาะกันบ้างไหมและทะเลาะเรื่องอะไรบ่อยที่สุด?

“ไม่ค่อยทะเลาะกันค่ะ ถ้าพูดถึงการทะเลาะคงเป็นช่วงสมัยเด็กอย่างเดียวเลย ซึ่งมันก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเอาของไปใช้แล้วทำของพัง อันที่จริงเราไม่เคยทะเลาะอะไรกันเรื่องใหญ่โตเลย อาจเพราะพิมไม่ได้ดูแลน้องเหมือนพี่สาวอะไรขนาดนั้น แต่ดูแลแบบเพื่อนมากกว่าอยากเป็นคนที่สามารถเล่าทุกอย่างให้ฟังได้ อย่างบางเรื่องน้องไม่กล้าเล่าให้แม่ฟัง ก็สามารถเล่าให้เราฟังได้”

คุณพ่อกับคุณแม่มีหลักคำสอนอะไรเกี่ยวกับพี่น้องบ้าง?

“บ้านพิมปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กแล้วว่าเราต้องอยู่ด้วยกัน ต้องดูแลกัน ไม่ว่าใครจะมีปัญหาก็ต้องดูแล พิมก็เป็นคนที่รักพี่รักน้อง แม่จะชมมากๆ เวลาที่เรารักกัน หรือช่วยเหลือน้อง ทำให้เห็นว่านี่เป็นสิ่งที่ดีจนเราชินและซึมซับไปเอง”

ในฐานะพี่สาวคนโตของบ้านวางแผนในอนาคตไว้อย่างไร?

“ตอนนี้กำลังย้ายบ้านอยู่ค่ะ พอดีคุณแม่เจอบ้านที่ถูกใจเพราะมีพื้นที่เยอะ เราทั้ง 5 คนก็เลยช่วยกัน สำหรับบ้านหลังเดิมตอนแรกที่ซื้อคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้คิดว่าจะมีลูกถึง 3 คนเพราะฉะนั้นพื้นที่มันเลยจำกัด ก่อนที่พิมจะย้ายออกมาอยู่คอนโด เรานอนด้วยกัน 5 คน ตลอดกระทั่งขึ้นปีหนึ่งพิมถึงแยกห้องเพราะต้องทำงานจนถึงตอนเช้า เลยกลัวว่าจะรบกวนคนอื่นๆ ”

“สำหรับบ้านหลังใหม่นี้พิมก็รู้ตัวว่าต้องเป็นเราที่หนักที่สุด ตอนแรกก็ลังเลเหมือนกันว่าตัวเองจะไม่พร้อม แต่ก็รู้สึกว่าแล้วมันจะเมื่อไหร่ ไม่ใช่ตอนนี้แล้วตอนไหน อย่างนั้นก็ทำเลยแล้วกัน ดังนั้นต่อจากนี้เราก็คงต้องทำงานให้หนักขึ้นและรับผิดชอบให้มากขึ้น พิมยังไม่กล้าบอกว่าตอนนี้เป็นหัวหน้าครอบครัว เพราะยังไงก็ยังเป็นคุณพ่ออยู่ แต่สักวันเราก็อยากจะพูดได้เต็มปากว่าเราคือหน้าครอบครัวนั่นแหละค่ะ อยากที่จะดูแลทุกคนได้ เพราะคุณพ่อก็คงทำงานอีกไม่นานเขาก็คงต้องพักจริงๆ”

ครอบครัว พิม-พิมประภา


ภาพจาก : ชวกิจ อินทร์พุก และ  @pimprapa.t

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

ไม่ได้มีแค่สวย พิม – พิมประภา นักแสดงสาววัย 24 ปี ฝีมือครบเครื่อง มาแรงจนน่าจับตา

หน้าเหมือน ลิซ่า ไหม? เปิดวาร์ป พลอยไพลิน น้องสาวนางเอกชื่อดังช่อง 7

Praew Recommend

keyboard_arrow_up