กลยุทธ์ลงทุนให้มั่งคั่ง เพื่อคนที่คุณรัก ในสไตล์คุณหมอ

ด้วยหน้าที่การงาน ทำให้นายแพทย์วิศิษฎ์ รังษิณาภรณ์ ต้องสวมบทบาทหลากหลาย ทั้งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการรักษาและผ่าตัดกระดูก เป็นอาจารย์แพทย์ รวมถึงการเป็นหัวหน้าครอบครัว คุณหมอวิศิษฎ์จึงเลือก “กองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) ในการบริหารเงินลงทุน เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีของครอบครัว

คุณหมอวิศิษฎ์พูดถึงชีวิตการทำงานในแต่ละวันว่า “งานหลักที่ผมทำตอนนี้มีอยู่ 3 ส่วนครับ คือ ตรวจคนไข้ ผ่าตัด สอนนักเรียนแพทย์กับแพทย์ประจำบ้านที่เป็นหมอกระดูก โดยผมจะแบ่งงานออกเป็นวัน ๆ แยกกันชัดเจนไปเลย เช่น วันนี้ตรวจคนไข้ก็ตรวจไปเลยทั้งวันจนกว่าคนไข้จะหมด วันไหนผ่าตัดก็ผ่าตัดอย่างเดียว ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาทั้งวัน อีกวันก็สอนหนังสือไปเลย

“ความจริงอาชีพหมอก็มีความเครียดประมาณหนึ่ง เพราะงานของเราคือการแก้ปัญหาให้คนไข้ ดังนั้นเราต้องหาปัญหาจริง ๆ ให้เจอ เพื่อหาวิธีรักษาให้ถูกต้อง แล้วคนไข้แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ต่อให้กระดูกหักเหมือนกัน วิธีการรักษาก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเวลาสอนหมอรุ่นน้อง ผมจะเน้นเสมอว่าเราต้องหาปัญหาหลักให้เจอก่อน แล้วค่อย ๆ แก้ไปทีละจุด เน้นตามลำดับความสำคัญ ที่สำคัญคือ เราต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าเขาเป็นอะไร เวลาตรวจผมจึงเน้นให้เวลาคนไข้อย่างเต็มที่

“คนไข้ส่วนใหญ่จะเป็นนักกีฬาหรือคนทั่วไปที่บาดเจ็บ กระดูกหัก เอ็นขาด เดินไม่ได้ ซึ่งหากได้รับการผ่าตัดที่ถูกต้องก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตต่อได้ แต่ด้วยความที่โรงพยาบาลที่ผมทำอยู่เป็นศูนย์รับคนไข้ที่ส่งต่อมาจากจังหวัดใกล้เคียง ส่วนใหญ่จึงเป็นเคสยาก ๆ ที่เกินขีดความสามารถของที่อื่น เขาจึงส่งมาให้เรารักษาต่อ อย่างอาทิตย์ที่แล้วผมมีเคสผ่าตัดถึง 2 ทุ่ม แต่ผมชอบนะ ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ผมอินกับอาชีพหมอที่สุดคือตอนกำลังผ่าตัดนี่แหละ เพราะต้องมีสมาธิและโฟกัสอยู่กับสิ่งนั้น แล้วก็จะทำให้ดีที่สุด ถ้าการผ่าตัดคือการแก้ปัญหา ผมก็จะแก้ไปจนกว่าจะเป๊ะ สมมติต้องจัดกระดูก ผมก็จะจัดให้ดีที่สุด นอกจากนี้การเป็นหมอยังต้องคอยอัพเดตความรู้และวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ใหม่ ๆ อยู่ตลอด หยุดนิ่งไม่ได้เลย

 “แต่ถึงจะทำงานหนักแค่ไหน เมื่อมีครอบครัวแล้ว ผมก็ต้องแบ่งเวลาให้ลูก ๆ ด้วย ทุกวันนี้ผมจึงทำงาน 5 วัน ส่วนเสาร์- อาทิตย์เป็นเวลาพักผ่อนของผมกับครอบครัว ส่วนใหญ่ก็จะไปเล่นกีฬากับลูก เขาชอบเล่นบาสเกตบอล เพราะผมพาเขาไปฝึกเล่นตั้งแต่เด็ก ๆ เล่นด้วยกันมาตลอด แต่ตอนนี้เขาบอกว่าเขาเล่นเองได้แล้ว พ่อไม่ต้องเล่นด้วยแล้ว (หัวเราะ) ถ้าลูกเข้านอนแล้ว เวลาส่วนตัวผมจะหมดไปกับการดูหนังฟังเพลงที่บ้านครับ เพราะผมชอบเล่นเครื่องเสียง ที่บ้านจะมีโฮมเธียเตอร์ส่วนตัว ถือเป็นเวลาผ่อนคลายของเรา หรือไม่ก็ดูพอร์ตหุ้นและการลงทุนของตัวเองไป เพราะอยากวางแผนอนาคตไว้ให้ลูก

“ความจริงผมวางแผนการลงทุนมาตั้งแต่ปี 2540 ช่วงที่มีวิกฤติต้มยำกุ้ง นี่ก็ 20 ปีมาแล้ว ช่วงแรก ๆ ก็จะลงทุนในตลาดหุ้นแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ และเล่นแบบเสี่ยงหน่อย ลุยเต็มที่เลย เพราะยังตัวคนเดียว แต่พอมีครอบครัวแล้ว ผมก็ต้องปรับเปลี่ยนและวางแผนการลงทุนใหม่ มีการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยลดหุ้นที่ต้องดูแลเองลง แล้วไปเพิ่มในส่วนอื่น เช่น อสังหาริมทรัพย์ให้เช่า หรือกองทุนต่าง ๆ

“ทุกวันนี้ผมวางแผนการลงทุนโดยใช้กลยุทธ์เหมือนการเล่นกีฬา คือ มีกองหน้า กองกลาง และผู้รักษาประตู ปัจจุบันกองหน้าของผมคือหุ้นที่ลงทุนเอง มีความเสี่ยงมากหน่อย ส่วนกองกลางก็จะอยู่ในกลุ่มที่ไม่เสี่ยงมาก เช่น กองทุนรวม และกองหลังหรือผู้รักษาประตู ผมจึงเลือกลงทุนในสิ่งที่ค่อนข้างมั่นคงอย่างกองทุนส่วนบุคคล เพื่อให้มีเงินสำรองไว้สำหรับค่าเล่าเรียนลูกและเหตุฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด เน้นลงทุนในระยะยาว ตอนแรกผมก็หาข้อมูลอยู่นาน ว่าควรเป็นที่ไหน องค์กรใดที่ใหญ่และล้มยากที่สุด กระทั่งมาเจอ บลจ.กสิกรไทย (KAsset) ก็พบว่าที่นี่มีจำนวนสินทรัพย์ในการจัดการมากที่สุดในประเทศ จึงวางใจให้ทางกสิกรช่วยดูแลกองหลังของเรา

“ผมเลือกกองทุนส่วนบุคคลที่ช่วยบริหารเงินลงทุนให้แทนเรา เพราะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนคอยดูแลพอร์ตให้เราตลอดเวลา เพราะแม้ผมจะมีความรู้ในด้านการลงทุน แต่เราก็ทำเองไม่ได้ในหลาย ๆ เรื่อง เช่น อย่างแรกเลยคือ เรื่องเวลา เราไม่สามารถเฝ้าดูตลาดได้ตลอด อย่างเล่นหุ้นเอง ผมก็ไม่ได้ตามตลอด แค่ดูเป็นระยะ ๆ ซื้อขายปีละ 1 -2 ครั้งเท่านั้น สองคือ เรื่องขนาดตลาด เราลงทุนเอง ไม่มีทางเทียบเท่ากองทุนได้ เช่น พวกตราสารหนี้หรือพอร์ตหุ้นต่างประเทศ เราจึงต้องเลือกลงกับองค์กรที่เขาทำอยู่แล้ว เป็นการบาลานซ์การลงทุนของเราไปด้วย

“ข้อดีของกองทุนส่วนบุคคลของ KAsset คือ เราไม่ต้องลงรายละเอียดในการดูข้อมูลการลงทุนมาก ปล่อยให้มืออาชีพจัดการไปเลย สิ้นเดือนก็ค่อยมาดูพอร์ตว่าได้ผลตอบแทนเท่าไร อยู่ในเกณฑ์ที่เรายอมรับได้ไหม โดยรวมแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ผมพอใจ ทำให้เราอุ่นใจและแฮปปี้ อย่างน้อยผมก็หมดภาระไปส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของเงินสำรองให้ครอบครัว ลดความกังวลไปได้เยอะ เพราะมีมืออาชีพที่ไว้ใจคอยดูแลให้เป็นอย่างดี”

กองทุนส่วนบุคคล บลจ.กสิกรไทย จำกัด  เริ่มต้นลงทุน 10 ล้านบาท สนใจโทร. 0-2673-3888 ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

keyboard_arrow_up