โอ-อนุชิต

โอ-อนุชิต ถึงแม้ไม่ใช่ดาราที่มีคนจำ แต่เขาคือนักแสดงที่คนจำไม่ลืม

โอ-อนุชิต
โอ-อนุชิต

ถึงแม้ไม่ใช่ดาราที่มีคนจำ แต่เขาคือนักแสดงที่คนจำไม่ลืม โอ-อนุชิต  เพชรเม็ดงามของวงการบันเทิงไทย  คว้ารางวัล “นักแสดงชายแห่งปี”

โอ-อนุชิต

ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับงาน “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2019” (Nine Entertain Awards) ที่มอบรางวัลสำหรับคนเบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการบันเทิงทั้งสิ้น 12 รางวัล ซึ่งรางวัลที่ถูกจับตามองในทุกๆ ปีคือ “นักแสดงชาย-นักแสดงหญิงแห่งปี” โดยในส่วนของ “นักแสดงหญิงแห่งปี” ไม่พลิกโผตกเป็นของดาราสาวที่ฮ็อตที่สุด “เบลล่า-ราณี แคมเปน” เจ้าของบท “แม่หญิงการะเกด” จากละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ขณะที่ในส่วนของดาราชายนั้นขับเคี่ยวกันเหลือเกิน โดยผู้ที่เข้าชิงในสาขานี้มีทั้งสิ้น 5 คน  “เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ”, “โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์”, “เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ”, “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร”, “แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง” ซึ่งปรากฏว่าผู้ที่คว้ารางวัลไปครองได้แก่ โอ-อนุชิต จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง “มะลิลา” และละครเรื่อง “กาหลมหรทึก”

โอ-อนุชิต

ภาพยนตร์เรื่อง “มะลิลา”

โอ-อนุชิต

ละครเรื่อง “กาหลมหรทึก”

อย่างที่ทราบกัน “โอ” ปูเส้นทางเข้าวงการบันเทิงมาจากการเต้น แต่ในฐานะนักแสดงเขาก็ทำได้ดีมากๆ เขาเข้าถึงทุกบทบาทจนแทบจะลืมว่าตัวจริงของเขาคือใคร เพราะสีหน้าและแววตานั้นกลมกลืนไปกับคาแร็คเตอร์เสมอ แม้ในช่วงหลังๆ เขาจะได้รับบทร้ายเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงบางเรื่องเขาก็ไม่ได้เป็นนักแสดงนำ แต่เขาพรีเซ็นต์ผลงานออกมาอย่างยอดเยี่ยม

 โอ-อนุชิต

คว้ารางวัล “นักแสดงชายแห่งปี” จาก “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2019”

“โอ” ไม่ได้เป็นนักแสดงที่โดดเด่นตามหน้าข่าวบันเทิงอย่างดาราคนอื่นๆ  แต่เขากลับเป็นที่พูดถึงในฐานะนักแสดงที่มีฝีมือ ซึ่งเห็นได้ชัดเวลาที่มีละครหรือผลงานออกมา กระทู้ที่เกี่ยวข้องกับเขาจะได้รับการพูดถึงมากเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นว่าผู้คนสนใจผลงานของเขามากกว่าเรื่องอื่นๆ

อย่างไรก็ตามบนเวที “ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2019” เขาได้พูดถึงชีวิตในวงการบันเทิงได้อย่างที่ทุกคนต้องหยุดฟังทั้งฮอลล์

“ตอนที่โอเริ่มทำงาน จริงๆ มันก็นานหลายปีแล้ว พอเราทำงานไปได้สักพักหนึ่ง เราก็เริ่มรู้แล้วว่าสำหรับนักแสดง บางทีการที่เรายิ่งทำงานมากขึ้น นานขึ้น ไม่ได้แปลว่าเราจะเป็นสิ่งที่ต้องการในวงการเสมอไป จริงๆ แล้วเข้าใจได้ว่าวงการต้องหาคนรุ่นใหม่มาประดับวงการเสมอๆ เราก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าวงโคจรของวงการนี้บางทีถ้าเราประสบความสำเร็จมันก็น่าจะค่อยๆ ลง ซึ่งโอเข้าใจและยอมรับมันได้ เพียงแต่ว่าเราไม่รู้เลยว่าวันไหนเรียกว่าประสบความสำเร็จ เราไม่มีทางรู้ตัวเองเลยว่าวันไหนเราจะเริ่มถอยหลัง จนวันหนึ่งจะรู้ได้เอง

ส่วนตัวโอรู้สึกว่าประสบความสำเร็จมากแล้วตอนภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง” หลังจากนั้นก็รู้สึกว่า ชีวิตในวงการของเราจะค่อยๆ เข้าสู่ขาลง ผมก็เข้าใจนะครับ แต่ก็หวังว่าทางลาดลงของเรามันคงไม่ชันเกินไปจนทำให้เราลงเร็ว

รางวัลนี้มันเหมือนกับกำลังใจก้อนใหญ่ เพราะโอเองก็ไม่คิดถึงมันจริงๆ มันทำให้เรารู้ว่ายังมีคนที่ดูงานเราอยู่  คนที่ชื่นชมเราอยู่  คนที่มองเห็นเรา  ขอบคุณมากๆ ครับ”

โอ-อนุชิต


ภาพจาก : @anuchyd

keyboard_arrow_up