เกิดคนเดียว ตายคนเดียว โทนี่ รับเลิกหลิน ปรับตัวเป็นพี่น้องกัน

โทนี่ รากแก่น ยอมรับเลิกรากับนักแสดงสาว หลิน-มชณต สุวรรณมาศ ด้วยความเข้าใจเหลือสถานะพี่น้อง

หลังจากใช้เวลาเกือบ 1 ปี ในการปรับจูนล่าสุดความรักของคู่รักเด็กแนวก็มาถึงทางตัน โดยล่าสุด โทนี่ รากแก่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานะกับนักแสดงสาวหลิน-มชณต สุวรรณมาศ ระหว่างการเปิดตัวรายการ The Face Men Thailand 2 ณ Fashion Hall สยามพารากอน

โทนี่

ถามถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเลิกกับ “หลิน”?
“จริงๆ เรื่องมันก็ยาวเหมือนกันนะครับ มันเป็นเรื่องของเราสองคนแหละ ส่วนเหตุผลคือผมว่ามันเป็นเรื่องของความเข้าใจกัน ในเมื่อวันหนึ่งเราใช้ชีวิตมาถึงวันหนึ่ง ความเข้าใจอาจจะไม่ตรงกัน ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองหมด แต่ว่าเป็นคู่แล้วเราจูนกันได้ประมาณไหนมากกว่า”

กับความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ที่มองว่าความเห็นของเราสองคนไม่ตรงกันแล้ว?

“จริงๆ เป็นปีแล้วที่เราพยายามทำความเข้าใจกัน แล้วมาถึงจุดหนึ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องเรียกว่าน่าจะไปได้ยาวกว่าแบบนี้”

ภาพที่ออกมาดูสวนทางเหมือนยังรักกันอยู่?

“อย่างที่เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องมาเผยแพร่ความเป็นส่วนตัวในขณะนั้น เรื่องมีความสุขหรือไม่มีความสุขมันเป็นพาร์ทหนึ่งในชีวิตของเรา เราใช้ชีวิตแบบนี้ของเรา บางคนรู้บางคนไม่รู้”

เรียกว่าจบกันด้วยดีไหม?
“ผมว่าจบลงด้วยความเข้าใจดีกว่า”

ในวันที่เราตัดสินใจที่จะไม่ไปต่อมันมีความอึดอัดใจมากน้อยขนาดไหนในการพูดคุย?

“จริงๆ มันมีความลำบากใจแหละมันเป็นเรื่องธรรมดานะ คนที่เป็นคู่กันแล้วตัดสินใจที่จะมาเหลือเป็นพี่น้องกันมากกว่า ลำบากใจอยู่แล้ว โชคดีว่าเราทั้งคู่เข้าใจกันอยู่ประมาณหนึ่ง”

มองตาก็รู้แล้วใช่ไหมว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว ถึงจับมือคุยกันในเรื่องการเปลี่ยนสถานะ?

“ใช่นะ มีความเป็นอย่างนั้นอยู่ประมาณหนึ่งนะครับ เราเชื่อว่าเราพูดกันตรงๆ อยู่ตลอดเวลานะ เราเคยคุยกันตั้งแต่แรกที่เราคบกันแล้วว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งมีความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมของให้พูดกันตรงๆ เรื่องอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว”

นานแล้วหรือยังที่ตกลงเป็นเพื่อนกัน?

“ก็ประมาณหลายเดือนแล้วเหมือนกัน ที่จริงผมไม่อยากให้อะไรมากมายนะ (ยิ้ม) เราคุยกันเองอยู่แล้ว ขอให้เรื่องนี้มันเงียบๆ ไปเอง ความเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องเรายังคงมีอยู่ สังคมของเราค่อนข้างมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เรายังเจอกันปกติ แค่สถานะ อาจจะไม่ใช่เป็นคู่กันเหมือนเดิม แต่เราคุยกันตรงๆ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเรานะ ด้วยความที่เราไม่ได้ออกงาน เราไม่ได้สนใจว่าเราต้องบอก”

ล่าสุดมีข่าวลือว่ามีมือที่3 “แพต ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช” ที่เล่นซีรีส์เรื่อง S.O.S เป็นต้นเหตุให้รักล่ม?

“โอ้…ผมไม่ทราบข่าวนี้นะครับ คนก็น่าจะเห็นผมถ่ายรูปอะไรแบบนี้ละมั้ง แล้วคนส่วนมากที่ตามก็น่าจะตามจากไอจีผมนั่นแหละดูความเคลื่อนไหว แต่จริงๆ ไม่มีอะไรเลย ความรู้สึกที่เราเป็นอยู่ในตอนนี้ เราได้เรียนรู้ใช้ชีวิตที่อยู่คนเดียวบ้างดีที่สุดสำหรับเราตอนนี้โดยที่เราไม่ต้องไม่มองว่าเราต้องเอาความสุขไปฝากไว้ที่ใคร”

กับแพตคือสนิทสนมกันมาจากการร่วมงานเลยยาวมาถึงตอนนี้เลยใช่ไหม?

“ก็มีส่วน และเราก็ไปเจอกันที่งานถ่ายซีรีส์ S.O.S แล้วก็เหมือนกับเคมีทั้งกลุ่มไม่ใช่แค่แพตคนเดียว ทั้งแพรว ทั้งเจมส์ เรามองว่าเป็นแก๊งนะ”

มีโอกาสจะศึกษาหรือคบหากันไหม?

“ไม่มีนะ คือเรารู้จักกันแบบนี้ืสนุกกันแบบนี้”

แพตรู้ตัวไหมว่าถูกโยงเป็นมือที่3แล้ว?

“ไม่มีทาง เรื่องคบซ้อนหรือมือที่3 ไม่มีอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องของคนสองคน”

แพตจะรู้ตัวไหม?

“ผมไม่รู้เหมือนกันต้องถามเขานะ”

กับแพตยังติดต่อกันไหม?

“ยังติดต่อกันนะติดต่อกันเรื่อยๆ เหมือนเราเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันตามปกติ”

กลัวว่า”หลิน”จะผิดใจกับ “แพต”ไหม เพราะว่าทั้งคู่รู้จักกัน?

“ผมว่าหลินก็น่าจะเข้าใจนะ”

ตอนนี้เรียกว่าขอให้ชีวิตโสดให้เต็มที่ เพราะที่ผ่านมาเหมือนเรามีแฟนมาโดยตลอด?

“ก็เป็นสิ่งใหม่ในชีวิตเราที่เราอยากเรียนรู้มากๆ เพราะว่าเหมือนเราอยากจะเรียกว่าอะไรละ เหมือนบางทีเราไปเจอสิ่งหนึ่งที่มันจริงที่สุด ก็คือเราเกิดมาคนเดียว แล้วก็ตายคนเดียว มันอาจจะลึกนิดหนึ่ง แต่การที่เราเอาความสุขของเราไปฝากไว้กับใครจนเกินไป บางทีเราคิดว่ามันไม่ใช่ความจริงที่สุดในชีวิตของเรา มาเรียนรู้ก่อนว่าการอยู่คนเดียวมันเป็นอย่างไร จะต้องจัดการความรู้สึกของตัวเองอย่างไร”

ตอนนี้ชินแล้วหรือยัง?

“ผมว่าผมได้เรียนรู้อะไรเยอะนะ เราต้องทำอย่างไรกับชีวิตบ้าง เราต้องอยู่อย่างไร ต้องโฟกัสกับอะไรบ้าง”

อะไรทำให้ความคิดเราเปลี่ยนไป?

“ผมไปคุยกับผู้กำกับS.O.S เราชอบโยนคำถามที่มันลึกหน่อย ชีวิตมนุษย์มันจะอะไรอย่างไร ถ้าพูดไปมันจะลึก มันจะปรัชญาหน่อย เราค้นพบความจริงอย่างหนึ่งว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เหมือนกับความรู้สึก ชอบรักโกรธหลง เคยได้ยินสิ่งมาโดยตลอด แล้วรู้สึกว่าไม่อยากเอาตัวเองไปวางตรงความรู้สึกอะไรจนเกินไป อยากจะใช้ชีวิตพอดีๆ ก็พอ”

ผ่านมา 3 เดือนแล้วโอเคไหมกับการอยู่คนเดียว?

“ยังคิดว่าตัวเองยังเรียนรู้อะไรได้อีกเยอะในการที่เราต้องอยู่คนเดียว ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้เราเรียนรู้มากที่สุดคือการได้เดินทางออกไปเจอสถานที่ใหม่ๆ เจอปัญหา มันคือโมเม้นต์ที่เราได้เรียนรู้”

 

 

keyboard_arrow_up