​แชร์ความสุขง่ายๆ ในชีวิต ตุ๊ก-ชนกวนันท์ อ่อนโยนแต่เข้มแข็ง ให้ลูกคือที่หนึ่งในชีวิต

ตุ๊ก-ชนกวนันท์
ตุ๊ก-ชนกวนันท์

แชร์ความสุขง่ายๆ ในชีวิต ตุ๊ก-ชนกวนันท์ อ่อนโยนแต่เข้มแข็ง
มอบให้ลูกคือที่หนึ่งในชีวิต

เปลี่ยนแปลง ปรับตัว และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สำหรับ ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นกับ น้องแพรว-น้องภูมิ กันสามคนแม่ลูก โดยบ้านหลังนี้มีกลิ่นอายของความเท่ มีเนื้อที่ราว 1 ไร่รายล้อมไปด้วยต้นมะฮอกกานีและต้นก้ามปู ซึ่งถ้าหากวันไหนใจร้อน หรือโดนแดดแผดเผามาแค่ไหน แค่เดินเข้าบ้านก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นพาใจสงบแล้ว​ 

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

จากสาวเพอร์เฟคชั่นนิสต์ที่เกรดเฉลี่ยต้อง 4.00 ใช้ชีวิตไปตามระบบในรูปแบบไปโรงเรียน เข้าบ้าน และนอน เมื่อมีลูกๆ น้องแพรว-แพรวพิชชา และน้องภูมิ-พิชญภูมิ วัชรคุณ เข้ามาในชีวิต ความคิดของผู้หญิงชื่อตุ๊ก-ชนกวนันท์ ก็ได้ปรับเปลี่ยนแตกต่างไปจากเดิมแทบจะทั้งหมด จากใช้ชีวิตที่ไร้ความยืดหยุ่น ก็เริ่มรู้จักปล่อยวาง รู้จักมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ ในชีวิต ความเครียดลดลง ใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาว ลูกชายทั้งสองอย่างแฮ็ปปี้ คอยเลี้ยงดูลูกๆ ให้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งแต่ไม่ทิ้งความอ่อนโยนต่อผู้คนรอบข้าง ซึ่งการเลี้ยงลูกสไตล์ตุ๊ก รวมถึงมุมมองการใช้ชีวิตในปัจจุบันของสาวตุ๊กที่ได้นั่งพูดคุยกับนิตยสารแพรวครั้งนี้ มีประโยชน์และได้แง่คิดเชิงบวกมากทีเดียว

ชีวิตประจำวันในปัจจุบัน

ตุ๊ก: “วันจันทร์ถึงศุกร์ ตุ๊กเริ่มงานทุกอย่างหลังจากส่งลูกที่โรงเรียนแล้ว คือตั้งแต่ 9 โมงเป็นต้นไป พอบ่าย 2 ก็ถึงเวลาไปรับลูกที่โรงเรียน แต่ถ้าวันไหนไม่สะดวกก็จะวานพี่บ๊วย (เชษฐวุฒิ วัชรคุณ) หรือไม่ก็ญาติๆ ไปรับแทน ที่ตัดสินใจรับ-ส่งลูกเองแบบนี้ เพราะตั้งแต่เกิด เราเลี้ยงลูกเองมาตลอด ส่วนวันอาทิตย์ยกให้เป็นวันของเด็กๆ จะพาเขาไปกินขนมบ้าง เที่ยวบ้าง

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

 

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

นี่แหละคือ น้องแพรว-น้องภูมิ 

ตุ๊ก: “ตอนนี้น้องแพรวอายุ 9 ขวบ อยู่ชั้น ป.3 น้องภูมิ 6 ขวบ เรียนอยู่อนุบาล 3 ที่โรงเรียนปัญโญทัย ซึ่งโรงเรียนนี้สอนวิชาชีวิต ไม่ได้เน้นวิชาการ เช่น สอนเด็กสร้างศาลา สอนวิธีการเลื่อยไม้ ทำให้ลูกค่อนข้างช่วยเหลือตัวเองได้ อย่างแพรวมีฝีมือทำอาหาร ทำได้ทั้งข้าวผัดไข่ หมูทอด ไข่เจียว ก๋วยเตี๋ยว ขนมเข่งก็ทำได้ (ยิ้ม) ซึ่งกลายเป็นขนมโปรดประจำครอบครัว บางวันเขาตื่นตั้งแต่ตี 5 ลุกขึ้นมาทำกับข้าว พอเราอาบน้ำแต่งตัวเสร็จลงมา ลูกนั่งรอแม่พาไปส่งโรงเรียนแล้ว สังเกตว่าการทำกับข้าวเป็นสิ่งที่เขาสนุกและอยากทำ แต่ละวันพอกลับมาถึงบ้าน เขาจะมีงานบ้านที่ต้องทำประจำ เช่น ช่วยกันกรอกน้ำใส่ขวด ตุ๊กเองสมัยเด็กก็ถูกเลี้ยงมาให้ทำงานบ้านแบบนี้ กลับมาถึงบ้านต้องกรอกน้ำ รีดผ้า เราก็อยากให้ลูกได้ผ่านงานต่างๆ ตั้งแต่เด็กเหมือนเรา และการฝึกทำงานบ้านก็เป็นวิธีที่ดี ให้เขาตั้งใจทำงานให้เสร็จ ไม่ล้มเลิกง่ายๆ เป็นการแสดงพลังเจตจำนงในตัวเขา

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

สไตล์การเลี้ยงลูกของตุ๊ก-ชนกวนันท์

ตุ๊ก: “ตุ๊กเลี้ยงลูกด้วยวิธี Firm but Kind คือเลี้ยงแบบยืนยันหนักแน่น แต่ใช้วิธีการละมุนละม่อม เช่น ไม่ให้เล่นก็คือไม่ให้เล่น เราต้องยืนยัน ให้ลูกเชื่อ พูดคำไหนคำนั้น เพื่อไม่ให้ลูกมานั่งเถียงในอนาคต เพราะเขารู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเถียงกับแม่ อาจจะเหนื่อยหน่อยตอนลูก 2 ขวบ เพราะเป็นวัยกำลังซน แต่หลังจากนั้นจะสบายขึ้น สำหรับเด็กๆ ตุ๊กคิดว่าแค่เขากินอิ่ม นอนหลับ มีความสุขก็เพียงพอแล้ว เราเลี้ยงทั้งวิธีมั่วและบาลานซ์ เช่น เรื่องดื่มนมวัว บางบ้านอาจจะนิยมให้ลูกดื่มนมวัว 3-6 กล่องต่อวัน แต่เราจะเน้นให้กินอาหารหลากหลาย กินเหมือนที่ตุ๊กกินเลย อาหารที่ลูกกินจึงหลากหลาย ไม่จำเจ อย่างเวลากินข้าวในบ้านจะเซตไว้เลยว่าต้องเป็นอาหารธรรมดาและมีประโยชน์ เช่น ข้าวกล้องออร์แกนิก กับผัดผักและต้มจืด แต่เวลาอยู่นอกบ้านจะปล่อยเขากินตามสบาย ส่วนที่โรงเรียนมื้อกลางวันก็ให้เด็กกินมังสวิรัติอยู่แล้ว ลูกจึงกินง่ายอยู่ง่าย ตุ๊กเองก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้ ชอบที่เราเติบโตขึ้นมาแล้วสามารถเอนจอยกับอาหารทุกอย่างในโลก อยากให้ลูกเป็นแบบนั้นเหมือนกัน

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

ให้ลูกได้ล้มบ้าง จะได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดและรู้จักระวังในครั้งต่อไป 

ตุ๊ก: “หลายคนเคยบอกว่าลูกตุ๊กเข้ากับคนง่าย อาจเพราะส่วนหนึ่งเขาเจอคนบ่อย แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เรารู้สึกว่าที่ลูกมั่นใจเพราะพื้นฐานในชีวิตเขาแน่น เขากินอิ่ม อิ่มใจ รู้สึกปลอดภัย จึงทำให้เขามั่นใจ เช่น ถ้าเขาทำแก้วแตก ตุ๊กไม่ว่านะ แต่ใช้วิธีให้เขาเก็บเอง ไม่ได้กันลูกออกไป เพราะไม่อย่างนั้นครั้งต่อไปในการจับแก้วเขาจะไม่มีความมั่นใจ และตุ๊กยังกล้าเสี่ยงในหลายๆ เรื่อง หลายคนก็เสียวแทน เช่น เคยพาลูกไปว่ายน้ำที่สระตื้นๆ ก็จะมีคนทักตลอดว่าไม่กลัวลูกตกเหรอ แต่เราคิดกลับกัน ถ้าลูกตกลงไปก็ไม่เป็นไร เพราะสระตื้นมาก สามารถคว้าเขาทัน ตุ๊กแค่รู้สึกว่าถ้าเราระวังมากๆ กันเขาจากทุกอย่าง เด็กจะไม่มีโอกาสทำอะไร การที่เขาได้ทำหลายๆ อย่างจะช่วยฝึกความมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่าสำหรับเขา เคยมีคนบอกว่า เด็กที่เคยทำจานแตกจะถือจานได้อย่างมั่นคงกว่าเด็กที่ไม่เคยทำแตก เพราะเขารู้แล้วว่าต่อไปนี้จะถือมันอย่างไร หรือเด็กที่เคยหกล้ม เขาจะรู้ว่าต่อไปต้องเดินอย่างไรไม่ให้ตัวเองล้ม แต่ตุ๊กก็ไม่ได้เลี้ยงลูกให้เขารู้สึกยากลำบากนะ เพราะเด็กๆ วัย 0-7 ขวบควรอยู่ในโลกที่สวยงาม เพราะเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะได้รู้ว่าเขาจะต่อสู้ยังไงให้กลับไปอยู่ในจุดที่สวยงามแบบนั้นอีก

ตุ๊ก-ชนกวนันท์ ตุ๊ก-ชนกวนันท์

หวังให้ลูกเติบโตเป็นเช่นไร

ตุ๊ก: “ปลายทางที่ตุ๊กหวังคือ อยากให้ลูกมีจิตใจดี มีชีวิตส่วนหนึ่งเพื่อตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ อีกส่วนเพื่อสังคม อย่างแพรวมีข้าวอยู่ห่อหนึ่ง เขาจะยอมกินแค่คำหรือ 2 คำ ที่เหลือแบ่งหมาหรือแมว สิ่งนี้เราไม่ได้บังคับ แต่เราเลี้ยงลูกให้เขาอ่อนโยนกับสัตว์ เขาก็พร้อมจะช่วยทำเท่าที่เขาทำได้”

ตุ๊ก-ชนกวนันท์ ตุ๊ก-ชนกวนันท์

ชีวิตตื่นมามีลมหายใจ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ตุ๊ก: “ทุกวันนี้ตุ๊กไม่คิดอะไรมาก จุดมุ่งหมายในชีวิตคือ นอนให้หลับ กินอิ่ม ขับถ่ายดี ดื่มน้ำเยอะๆ พยายามไปยิมให้ได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ทำทรีตเมนต์หน้าหรือตัวบ้าง ชีวิตตุ๊กมีเป้าหมายแค่นี้ แต่ก่อนเคยเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์ เป็นมนุษย์เกรดเฉลี่ย 4.00 ที่ไม่ยืดหยุ่นเลย ไปโรงเรียน เข้าบ้าน และนอน ตอนนี้ตุ๊กเปลี่ยนไปมาก เป็นคนละคนก่อนที่จะมีลูก ที่เปลี่ยนเพราะรู้จักกับพี่โอ๋ พี่สาวที่สนิทกัน เขาไม่ใช่คนเนี้ยบ พอเขาแชร์ความง่ายของเขามาใส่ในชีวิตเราเลยเป็นอะไรที่กำลังดี อย่างห้องนอนเมื่อก่อนไม่เคยรกเลย แต่เดี๋ยวนี้สามารถวางเสื้อผ้ากองไว้ก่อนได้ ขนาดพ่อเห็นยังอุทานเลยว่าไม่น่าเชื่อว่านี่คือตุ๊ก คนที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก่อน แต่กลายเป็นว่าเรามีความสุขขึ้นเยอะ เลือกที่จะเก็บเสื้อผ้าหรือไม่เก็บก็ได้ แค่ไม่เครียดก็โอเคแล้ว จริงๆ แค่คนเราตื่นมาแล้วมีลมหายใจ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วนะ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น เช่น ได้กินอาหารอร่อย ได้เห็นทะเล ได้เห็นหิ่งห้อย นั่นคือโบนัส ส่วนลูกขอแค่ให้เขาเป็นคนดี คือดีต่อตัวเอง ต่อคนอื่น ต่อสังคมและโลกใบนี้ เราก็แฮ็ปปี้แล้ว

ตุ๊ก-ชนกวนันท์

ความโชคดีในชีวิตอีกหนึ่งอย่างคือ มีกัลยาณมิตรที่ดีอยู่ข้างตัว

ตุ๊ก: ความโชคดีของตุ๊กคือ ชีวิตนี้ได้เจอกัลยาณมิตร ได้ทัศนคติที่ดีจากเพื่อนๆ เยอะ และเพื่อนมักจะเป็นห่วง เลยชอบดูแลในจุดที่เราหลงลืม เพราะในสายตาเพื่อน เราเป็นคนโลกสวย เรียบร้อย ที่ตุ๊กมีความสุขง่ายเพราะเราไม่คิดอะไรมาก จริงๆ แค่เราสนใจแต่สิ่งที่ดี ชีวิตก็มีความสุขแล้วนะ”

ส่วนใครที่คิดถึงผลงานในวงการบันเทิงของสาวตุ๊ก สามารถติดตามเธอได้ในบทบาทพิธีกรรายการสด Wonder Woman, พิธีกรรายการ นารีกระจ่างและรักออกแบบได้ ทางช่อง Thai PBS นอกจากนี้ยังมีผลงานละครรอออนแอร์ถึง 3 เรื่อง ได้แก่ สงครามรัก ช่อง one, อาตี๋ของผม ช่อง GMM25 และประกาศิตกามเทพ ช่อง 3 เรียกว่าใช้ชีวิตคุ้มค่า เต็มที่มากๆ สำหรับคุณแม่ลูกสองผู้อ่อนโยนแต่เข้มแข็งคนนี้

ตุ๊ก-ชนกวนันท์ ตุ๊ก-ชนกวนันท์

สามารถติดตามอ่านเรื่องราวฉบับเต็มของตุ๊ก-ชนกวนันท์ ได้ที่นิตยสารแพรว ฉบับที่ 929 วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 (หน้า 160-167) คอลัมน์ star style exclusive

 


ภาพเพิ่มเติม: IG @tookchanokwanan

keyboard_arrow_up