แอน - สิเรียม

ชีวิตห่างจอสิบปี แอน – สิเรียม ไม่โฟกัสทุกข์นาน ให้อิสระกับลูก ยืนด้วยลำแข้งตนเอง

แอน - สิเรียม
แอน - สิเรียม

แอน – สิเรียม กับชีวิตที่ห่างหายจากละครกว่า 10 ปี

หายหน้าไปจากวงการบันเทิงในฐานะนักแสดงนานเกือบ 10 ปีเลยทีเดียว สำหรับ ดร.สิภาภัสส์ ภักดีดำรงฤทธิ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ แอน – สิเรียม นักแสดง นางแบบ และพิธีกรลูกครึ่งไทย – อเมริกัน ที่ช่วงหลังมานี้ เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวของเธอมาเรื่อยๆ ในมุมของผู้หญิงวัย 40 อัพที่ยังคงสวย หุ่นเป๊ะ รวมถึงข่าวดีกับความสำเร็จของลูกสาว น้องนนนี่ ที่เรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษเมื่อช่วงกลางปี 2560 ที่ผ่านมา 

แอน - สิเรียม

มีผลงานละครล่าสุดกับทางช่อง 7 ในฐานะนักแสดงและผู้จัดละครกับเรื่อง เสน่หามายา ซึ่ง แอน – สิเรียม รับบท อลิส ภรรยาเก่าที่ต้องมาปะทะภรรยาใหม่กับสามีอย่าง แซมมี่ เคาวเวลล์ และ เคลลี่ ธนะพัฒน์ โดยกระแสการพูดถึงของละครเรื่องนี้ก็จัดว่าอยู่ในระดับดีทีเดียว โดยละครเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องแรกของสาวแอนที่กลับมาแสดงหลังจากห่างหายไปนานเกือบ 10 ปีอีกด้วย

Exclusive Talk ฉบับแพรวดอทคอม จึงไม่พลาดพาไปอัพเดตชีวิตของแอน – สิเรียม ที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องงานในวงการบันเทิงที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องราวชีวิต มุมของคุณแม่ที่มีต่อน้องนนนี่ หลังจากลูกสาวสำเร็จการศึกษา มุมความรักกับสามีนักธุรกิจชาวอังกฤษ คุณจัสติน เทดด์ อีกทั้งมุมมอง ความคิดในการใช้ชีวิต การดูแลตัวเองที่ผ่านร้อนผ่านฝนมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็นับว่าเรื่องราวของบทสัมภาษณ์นี้มีประโยชน์ต่อแฟนๆ ชาวแพรวไม่น้อยเลย

แอน - สิเรียม

ห่างไปนานกว่า 10 ปี จนกระทั่งกลับมาเล่นละครล่าสุด เสน่หามายา กับทางช่อง 7

แอน : มาแสดงเรื่องเสน่หามายา ก็เป็นการกลับมาอีกครั้งหนึ่งของแอนนะคะ จากการที่แอนไม่ได้แสดงมาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีได้ค่ะ พอเรากลับมาอีกครั้งหนึ่งก็กลับมาแสดงที่ช่อง 7 แล้วบทบาทก็เปลี่ยนไปนะคะ (หัวเราะ) จากที่เคยแสดงเป็นนางเอกแสนดีอย่างนี้ คราวนี้บทก็จะมีอะไรให้เราเล่นมากขึ้นในบทของอลิส เป็นอดีตภรรยา แล้วก็กลับมาทวงสามีคืน ก็จะเป็นเรื่องราวของความรักที่แตกต่างกันออกไปในหลากหลายรูปแบบนะคะ ซึ่งตัวละครแต่ละตัวก็จะมีนิยามความรักที่แตกต่างกัน บางคนก็อาจจะต้องการความรักที่ให้อย่างเดียว บางคนก็เป็นความรักที่เห็นแก่ตัว อย่างอลิสก็จะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสปอยล์ มีอันจะกิน (หัวเราะ) ก็จะถูกเลี้ยงมาในรูปแบบตามใจซะเยอะค่ะ

ในเรื่องต้องประชันกับแซมมี่ เคาวเวลล์ และเคลลี่ ธนะพัฒน์

แอน : จริงๆ ต้องบอกว่าปะทะกับทุกคนเลยนะคะ แต่อาจจะปะทะเยอะหน่อยกับแซมมี่แล้วก็คุณเคลลี่ ก็จะเป็นในลักษณะที่ไม่เข้าใจกันมากกว่า เพราะภรรยาใหม่ก็อายุน้อยกว่า เด็กกว่า ภรรยาเก่าก็จะรู้สึกแบบว่า ใช่สิ (เสียงสูง) ก็เอาตรงนี้มาตีเล่นในบทอลิส ซึ่งใช้พลังเยอะมากเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพูด นางมารร้ายก็จะชอบพูดเยอะๆ (หัวเราะ) ก็เหนื่อยนะคะ เป็นอะไรที่เหนื่อยอีกแบบหนึ่ง แต่ได้สนุกและเชือดเฉือนดีค่ะ

แอน - สิเรียม

ภาพลักษณ์ของแอน – สิเรียม คนมักจะจำเป็นนางเอกแสนดี แล้วมาเล่นร้ายๆ ตัวตนจริงๆ เป็นคนอย่างไร

แอน : หาไม่เจอตัวตนที่แท้จริง (หัวเราะ) คือนักแสดงก็ต้องเปลี่ยนไปทุกบทบาท ด้วยความไม่จำเจของเราด้วยค่ะ แต่จริงๆ จะเป็นคนค่อนข้างเงียบๆ ไม่ค่อยพูดเยอะเท่าไหร่ ก็ตลก เฮฮา จะเป็นคนชอบคุยสนุกๆ มากกว่าค่ะ พอทุกครั้งที่จะเข้าฉาก ต้องตั้งสมาธิ ตั้งใจมากๆ

ช่วงที่หายไป คิดถึงงานแสดงไหม 

แอน : คิดถึงนะคะ คิดถึงเลยกลับมาเล่น เขาก็เลยให้เล่นอะไรที่แปลกใหม่ ซึ่งเราก็ต้องใช้ความสามารถเพิ่มมากขึ้นด้วย

แอน - สิเรียม

ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจหญิงด้วย สไตล์การทำงานของนักธุรกิจแบบแอน – สิเรียม เป็นอย่างไร

แอน : จริงๆ แอนจะค่อนข้างเป็นคนตรงไปตรงมานะคะ เวลาคิดอะไรก็จะพูดอย่างนั้น แล้วก็เป็นคนฟังความคิดเห็นของคนอื่นหรือเพื่อนร่วมงาน เราชอบฟัง เพราะมันจะได้ประโยชน์กับตัวเราด้วย

เห็นว่าเรียนจบดอกเตอร์ทางด้านพระพุทธศาสนา ทำไมถึงเลือกเรียนด้านนี้ แล้วได้มีการนำมาปรับใช้กับชีวิตอย่างไร

แอน : จริงๆ ต้องขออธิบายนะคะ การที่แอนเลือกจะเรียนปริญญาเอกในสาขาพระพุทธศาสนาที่ มจร. ก็คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แอนตั้งใจจะเรียนเพื่อที่จะศึกษาหาความรู้ของตัวเอง เพื่อที่เอามาปรับใช้กับชีวิตของตัวเราเอง รู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ไม่ประมาทในชีวิต เข้าใจแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร อันนี้คือเมนหลักๆ เลย คือเรียนเพื่อที่จะเข้าใจ แล้วก็อยู่ในโลกใบนี้อย่างมีความสุข รู้เท่าทันกิเลสที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในอาชีพของเรา ที่เราเป็นอาชีพนักแสดงเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประคองสติและไม่หลงระเริงไปกับสิ่งยั่วยุต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือพยายามที่จะมาหลอกล่อเรา ให้เราไม่มีสมาธิหรือหลุดไปในกิเลส ตัณหา อุปาทานต่างๆ

แอน - สิเรียม

มุมมองในการใช้ชีวิตแตกต่างจากแต่ก่อน

แอน : เปลี่ยนไปค่ะ เป็นไปตามช่วงวัยของอายุ แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือ จิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าจิตเรามีธรรมอยู่อย่างนี้ เราก็จะสามารถดำรงอยู่ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ ถ้าคุณไม่สามารถยอมรับ เข้าใจในการดำเนินไปของชีวิตได้ ต่อให้อยู่ที่ไหน กี่ประเทศ จะอะไรก็แล้วแต่ ก็จะไม่มีความสุข เพราะชีวิตมันสั้นนะ เราควรมีความสุขในทุกๆ วัน แต่ถ้าบอกว่าความทุกข์มันจะไม่มานะ มันเป็นไปไม่ได้ มันมาทั้งสุขและทุกข์อยู่แล้ว แต่จะทำยังไงไม่ให้เราทุกข์นาน อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะมีเคล็ดลับของตัวเองยังไง เพื่อไม่ให้ตัวเองทุกข์นานจนเกินไป

ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่ไหนเป็นส่วนใหญ่ 

แอน : แอนก็จะอยู่ 2 ประเทศค่ะ (ไทยกับอังกฤษ) ไปๆ มาๆ บางคนก็จะงง บางทีอยู่ 2 – 3 เดือนก็จะบินละ เพราะสามีก็เป็นคนอังกฤษ แล้วเขาต้องบินกลับไปดูแลแม่เขาด้วย แล้วแอนเองก็มีพี่น้อง พี่สาวกับน้องสาวก็แต่งงานอยู่ที่อังกฤษด้วย อังกฤษเลยเหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2

แอน - สิเรียม กับลูกสาว น้องนนนี่ แอน - สิเรียม กับลูกสาว น้องนนนี่

เมื่อช่วงกลางปีที่แล้วมีข่าวดีของลูกสาว น้องนนนี่ – นนลนีย์ เรียนจบปริญญาตรี รู้สึกอย่างไรบ้าง เพราะเลี้ยงมา เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ จนวันหนึ่งชีวิตเขาสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

แอน : จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ดีใจมากๆ เลยนะคะ ลูกอะเนอะ ก็เหมือนแก้วตาดวงใจ แล้ววันหนึ่งที่เราเห็นลูกเรียนจบ ได้รับปริญญา เราก็ภูมิใจ ก็ขอบคุณเขาว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจสำเร็จ เขาก็บอกว่าอยากจะเรียนต่อปริญญาโท เราก็บอกว่าก็ได้ เขาก็ไปต่อปริญญาโทด้านจิตวิทยาการตลาด ก็ใกล้จะจบแล้วค่ะ น่าจะปีนี้แหละ

ลูกสาวมีมาปรึกษาอะไร หรือแอนได้สอนการใช้ชีวิตอะไรพิเศษให้เขาไหม

แอน : ก็สอนในระดับหนึ่งนะคะ ในระดับที่พูดคุยแบบเพื่อนมากกว่า นนนี่ก็อายุ 22 ปีแล้วนะ ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาก็ปรึกษาในเรื่องของการทำงานว่าจะทำงานด้านไหนดี หรือว่าจะด้านนี้ดีไหม ด้านนั้นดีไหม ก็คือขอไอเดีย แล้วก็กลับไปคุยกับตัวเองว่าเขาชอบไหมในสิ่งที่เขาทำ แต่เขาก็บอกว่าเขาชอบนะที่มาเรียนจิตวิทยา มันทำให้เขาเข้าใจอะไรเยอะขึ้น

แอน - สิเรียม กับลูกสาว น้องนนนี่

เห็นว่าน้องนนนี่เรียนไปด้วย ทำงานพิเศษไปด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่บอกเขา หรือว่าเขาลองลุยทำเองเลย

แอน : คือเราอธิบายให้เขาเข้าใจค่ะว่า ไม่ว่าเราจะเป็นแม่หรือลูกกัน เป็นสามีหรือภรรยากัน หรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนจะต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง ถ้าเราทำงานแล้วหาเงินมาได้เอง เราก็จะรู้คุณค่าของเงิน แล้วเราก็จะรู้จักใช้มัน จะไม่ใช้แบบฟุ่มเฟือยสุ่มสี่สุ่มห้า ใช้แบบสิ้นเปลือง ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร คือแม่ให้ได้ แต่แอนก็จะให้ได้ในจุดที่มีลิมิตค่ะ เพราะเราทำงานมาตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่เราก็ไม่เปรียบเทียบกับลูกนะ เพราะว่าเกิดในยุค ในวาระที่แตกต่างกันออกไป พอเขาไปทำงานเอง เขาก็เสิร์ฟในร้านอาหารไทยทั่วๆ ไปเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปค่ะ ก็รู้สึกว่าตอนนี้ทำ 2 ร้านเลย เพราะว่าขาดแคลน (หัวเราะ) บางทีเขาก็ไม่อยากไป แต่ทุกคนก็บอกให้เขาช่วยอย่างนี้ แอนก็บอก เนี่ย มันจะเป็นสิ่งที่เราได้เห็นในชีวิตว่าการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ หรือว่ามีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน มันเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงอยู่ในโลกใบนี้ เราไม่สามารถที่จะอยู่ตัวคนเดียว คือมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่ร่วมกัน ดังนั้นอันนี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เป็นประสบการณ์ของชีวิต เป็นสิ่งที่ดี เขาก็เข้าใจและเรียนรู้ค่ะ ก็ใช้เงินน้อยลงเยอะ (ยิ้ม)

แอน - สิเรียม

แล้วน้องนนนี่สนใจจะเข้าวงการบันเทิง ถ่ายแบบ เล่นละครเหมือนคุณแม่บ้างหรือเปล่า

แอน : อันนี้ไม่ทราบจริงๆ เลยค่ะ เขาจะมาเป็นพักๆ บางทีก็ เออ ดีเนอะ เป็นแม่ดี ได้แต่งตัวสวยทุกวันเลย ของหนูต้องใส่ชุดเสิร์ฟอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ก็จะมีบ้าง แต่ก็คงเป็นไปตามอารมณ์ตามอายุเด็กอะเนอะ

ความรักสไตล์แม่ลูก 

แอน : จริงๆ แอนก็ไม่มีอะไรพิเศษนะคะ เวลามีอะไรเราต้องกลับมาคิดในด้านของลูกด้วย บางทีเราคิดในมุมของแม่อย่างเดียว แต่คนที่เป็นลูกเขาก็จะมีเหตุผล มีอะไรของเขา เราก็ต้องฟังใช่ไหมคะ แอนก็ฟัง เพราะเขาก็จะแนะนำแอนว่าควรคุยยังไง แล้วอะไรที่เราไม่เห็นด้วย ก็อย่าเพิ่งไปช่วยตัดสินใจ เพราะบางทีเราอยู่ในสถานะรับฟังเขาอย่างเดียว มันก็ทำให้กลมๆ ไปด้วยกันได้ บางทีก็อธิบายยาก อายุ 20 คิดอย่างหนึ่ง 30 คิดอย่างหนึ่ง 40 คิดอย่างหนึ่ง จนเราจะอายุ 50 แล้วอย่างนี้ ก็วางใจไปได้เยอะ ไม่คาดหวัง คือบอกลูกเสมอว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ แม่ก็รักลูกเสมอ แล้วเราก็คุยกันได้ทุกเรื่องเหมือนเป็นเพื่อน

แอน - สิเรียม น้องนนนี่ และสามีนักธุรกิจ

ความรักสไตล์สามี – ภรรยาบ้าง ถ้าหากทะเลาะกัน มีเคล็ดลับทำให้รักมั่นคงอย่างไร

แอน : แหม ลิ้นกับฟันก็ต้องมีปะทะกันบ้าง (หัวเราะ) ก็จะคุยกันค่ะ แอนจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบคุยเท่าไหร่ จะรอให้อารมณ์เย็นแล้วค่อยคุยกันมากกว่า เขาบอกไม่ได้ คุยเลย คุยกันไปเลยให้เคลียร์ อะไรที่เขาทำไม่ดีให้บอกเขา หรืออะไรที่เราไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ หรือเขาทำอะไรที่ไม่เหมาะสมให้บอกเขาเลย เขายอมรับได้ ยอมรับฟังได้ หรืออะไรที่เขาไม่ชอบในสิ่งที่เราทำอย่างนี้ คุณก็ต้องยอมรับได้นะ ก็จะเป็นอย่างนี้ เปิดๆ คุยกัน เพราะเราก็ไม่ได้เป็นความรักประถม มัธยม หรือมหาวิทยาลัยแล้วอะค่ะ เราอยู่กันเป็นเพื่อน เป็นคู่ชีวิตที่จะได้ตายจากกัน เพราะว่าลูกก็ต้องมีชีวิตครอบครัวของเขา มันก็จะมีข้อดีและข้อเสียของฝรั่งกับคนไทย คือวัฒนธรรมจะไม่เหมือนกัน ย้อนกลับไปนนนี่อายุ 18 อย่างนี้ ถ้าเป็น 18 พ่อแม่คนอื่นก็จะให้เด็กๆ ไปอยู่แฟลตต่างหากละ แต่อันนี้แอนก็ขอให้ถึงอายุ 20 แล้วพออายุ 20 ก็ต้องให้เขาย้ายไปอยู่เอง ซึ่งทำให้เขาโตขึ้นเยอะมาก เปลี่ยนไปเลย เพราะการที่จะให้เขารับผิดชอบตัวเอง ต้องหาข้าวเช้า กลางวัน เย็นกินเอง ก็ทำให้เขาโตขึ้นโดยอัตโนมัติ แอนก็นำแต่สิ่งดีๆ มาปรับใช้ด้วยกันค่ะ

วิธีเติมหวานให้สามี

แอน : จริงๆ แอนก็ไม่ค่อยหวานนะ แต่หน้าอาจจะหวาน (หัวเราะ) จริงๆ ก็คือเรียนรู้ ให้กำลังใจกันทุกวัน ถ้าละครกำลังจะออนแอร์อย่างนี้ เขาก็จะบอกกับเราว่า เขาเป็นกำลังใจให้นะ ขอให้ประสบความสำเร็จอย่างนี้ เราก็ต้องให้กำลังใจเขาเหมือนกัน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรียนรู้และปรับปรุงกับตัวเอง

แอน - สิเรียม

เคล็ดลับดูแลตัวเองของแอน ซึ่งสาวๆ หลายคนสนใจกันมาก

แอน : จะบอกว่าทุกอย่างมันอยู่ในวิธีคิดนะ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าแอนโชคดี เพราะสมัยสาวๆ แอนผอม ก็จะดูแลง่าย แต่จริงๆ แล้วไม่จริงนะคะ พออายุ 40 ปุ๊บ ชีวิตเปลี่ยนเลยนะ (หัวเราะ) ทุกอย่างที่ไม่ต้องการมันจะรุมเร้ามาเรื่อยๆ ทั้งความเครียด การนอนไม่หลับ การรับประทาน ดังนั้นหนึ่งเลยที่แอนต้องทำให้ได้คือต้องมีวินัย วินัยในที่นี้คือวินัยในการกิน วินัยในการออกกำลังกาย แล้วก็วินัยต่อสิ่งยึดเหนี่ยวที่มีแตกต่างกันไป อย่างของแอน เวลาเครียดมากๆ ก็จะสวดมนต์ คือแอนสวดทุกวันอยู่แล้วแหละ แต่บางทีพอเรารู้สึกว่าเราไม่สามารถมีสมาธิอะไรได้เลย อยู่ในรถแอนก็จะสวดมนต์ แล้วก็กำหนดสติเอาค่ะ ก็จะช่วยทำให้วิธีคิดเราเปลี่ยน ใจเย็นขึ้น แล้วทำให้เราเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนได้ ในเรื่องของมื้อเย็น แอนจะไม่ค่อยทานคาร์โบไฮเดรตมาก ก่อนนอนแทบจะไม่กินอะไรเลย ถ้าอยู่บ้านคนเดียว สักทุ่มนึงก็จะทานข้าวเย็น ให้มีเวลาได้ย่อยสัก 4 ชั่วโมงแล้วค่อยนอน ตื่นเช้ามาตัวเราจะได้เบาๆ จะควบคุมน้ำหนักได้ดี แล้วก็ขัดผิว เสริมความงามบ้างอะไรบ้าง ตามที่เขาทำๆ กัน

แอน - สิเรียม

สไตล์การแต่งตัว ควบคู่กับวิถีชีวิตที่ต้องการความสงบ

แอน : สไตล์การแต่งตัวก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยยึดติดเท่าไหร่ค่ะ หลังๆ ก็จะชอบใส่รองเท้าผ้าใบ ง่ายๆ เพราะว่าบ้านจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดซะเยอะ (หัวเราะ) แอนเป็นคนกรุงเทพฯ แต่บางทีก็จะไปอยู่บ้านแฟนที่ต่างจังหวัด ที่บางเสร่อย่างนี้ค่ะ พออายุมากขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องการคืออากาศบริสุทธิ์ มองไปเห็นสีเขียวๆ เห็นสวนแล้วจะสบายใจ ทำให้ใจร่มๆ ดีค่ะ เย็นๆ สมองปลอดโปร่ง แอนว่านี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่มือเราได้วางจากการจับโทรศัพท์บ้าง

เรียกว่าท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าชีวิตที่สงบสุข ได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้เห็นคนที่รักเติบโตได้อย่างมั่นคง ส่วนใครที่คิดถึงผลงานละครของสาวแอน ก็สามารถติดตามละครเสน่หามายาได้ทาง http://www.bugaboo.tv/watch/373531 กันนะจ๊ะ

แอน - สิเรียม แอน - สิเรียม

 

 


เรื่อง : กัญญาวีร์ วิมลรัตน์
สถานที่ : สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7
ภาพ : เนาวพจน์ โพธิเกษม, IG @annsirium

keyboard_arrow_up