THANN เผยเคล็ดลับการดูแลผิวในแต่ละช่วงวัยอย่างถูกวิธี

อายุที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้สภาพผิวนั้นเปลี่ยนแปลง รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและปัญหามลภาวะแวดล้อม ล้วนส่งผลต่อผิวพรรณก่อให้เกิดปัญหากวนใจตามมา การดูแลผิวหน้าในแต่ละช่วงวัยอย่างถูกวิธีจะช่วยรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างตรงจุด เพื่อผลลัพธ์แห่งผิวเรียบเนียน กระชับ เต่งตึง ดูดีสมวัย ‘ธัญ’ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แพทย์หญิงศิริวรรณ ตั้งเจริญชัยชนะ จัดกิจกรรมเผยเคล็ดลับการดูแลสภาพผิวหน้าในแต่ละช่วงวัยอย่างถูกวิธี พร้อมแนะนำ 6 ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าให้ดูดีได้ในทุกวัย

พร้อมทั้งแนะนำเคล็ดลับการดูแลปัญหาผิวในแต่ละช่วงวัยอย่างถูกวิธี เพราะในแต่ละช่วงวัยนั้นมีการดูแลที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่เกิดขึ้นตามช่วงวัย ทั้งยังมีความแตกต่างกันของสภาพผิวเพศชายและเพศหญิง เนื่องมาจากการผลิตฮอร์โมนเพศ โดยเพศชายจะมีปริมาณฮอร์โมนเทสทอสเตอโรน (Testosterone) มากกว่าเพศหญิง ส่งผลให้ผิวผู้ชายมีการผลิตน้ำมันใต้ชั้นผิวมากกว่า รวมถึงสภาพโครงสร้างของผิวหนังที่มีความหนามากกว่า ในช่วงวัย 20-30 ปี การผลิตฮอร์โมนเพศทั้งชายและหญิงยังมีการทำงานที่เป็นปกติ รวมทั้งระบบในร่างกายที่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อย แต่จะพบปัญหาเรื่องความมันส่วนเกินมากกว่า ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการอุดตันใต้ผิวหนัง เป็นสิวได้ง่าย

การดูแลผิวทั้งผู้ชายและผู้หญิงในช่วงวัยนี้สามารถดูแลด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำความสะอาดได้ดีแต่ก็ยังมีความอ่อนโยนไม่ระคายเคืองผิว เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นเติมความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมันส่วนเกิน (Oil-free) บนใบหน้า และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เคลย์มาส์กหรือสครับผิว เพื่อช่วยลดความมันส่วนเกิน พร้อมช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เพื่อลดปัญหาสิว รวมทั้งต้องทาผลิตภัณฑ์ปกป้องแสงแดดด้วย เพราะแสงแดดนั้นสามารถทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนังของเรา ส่งผลให้ผิวเสื่อมโทรม ก่อให้เกิดปัญหาผิวหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัยตามมา

ถัดมาที่วัย 30-40ปี เป็นวัยที่ต้องเผชิญกับปัญหาริ้วรอยแรกเริ่ม เพราะการผลิตฮอร์โมนเพศทั้งชายและหญิงจะลดลงประมาณ 25% ส่งผลให้ชั้นผิวนั้นเริ่มบางตัวลง โดยเฉพาะผิวของผู้หญิงสามารถเกิดริ้วรอยเริ่มแรกเริ่มได้ง่ายกว่าผิวผู้ชาย ยิ่งในช่วงอายุตั้งแต่ 30 ต้นๆ ผิวผู้หญิงจะมีปัญหาริ้วรอย ฝ้า กระ เกิดขึ้นเร็วกว่าผิวผู้ชาย เนื่องจากสภาพของชั้นผิวที่บางกว่าผู้ชาย ในขณะที่ผิวของผู้ชายจะเริ่มบางและเสื่อมลงในช่วงอายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป ทำให้ทั้งเพศชายและเพศหญิงในวัย 30 ปีขึ้นไปนี้ ต้องเริ่มมีการดูแลและรับมือกับปัญหาริ้วรอยอย่างจริงจัง โดยการเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยในด้านการต่อต้านหรือลดเลือนริ้วรอย (Anti-Aging) จะทำให้อัตราการร่วงโรยของผิวลดลง รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำตามวัย  และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยผลัดเซลล์ผิว เพื่อช่วยทำความสะอาด ลดชั้นขี้ไคล และดึงดูดสิ่งสกปรกออกจากผิว เพราะกระบวนการผลัดเซลล์ผิวในช่วงวัย 30 ปีขึ้นไปนี้ประสิทธิภาพจะเริ่มลดลง และวัย 40-50 ปี สภาพผิวทั้งชายและหญิงยังคงเผชิญกับปัญหาผิวเกี่ยวกับริ้วรอย ฝ้า และกระ อีกทั้งในวัยนี้ต้องเตรียมรับมือกับสภาพปัญหาผิวที่มีความหย่อนคล้อย เนื่องจากร่างกายมีการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังลดลง เหลือเพียงประมาณ 30% ควรดูแลบำรุงผิวโดยเน้นเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก เนื่องจากผิวจะแห้งกร้าน และขาดน้ำมากยิ่งขึ้น ดังนั้นควรเลือกบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้น ช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึง นอกจากนี้สามารถทำทรีทเมนต์ดูแลผิว หรือรับการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย เพื่อคงความอ่อนเยาว์ให้ผิวได้นานที่สุด

ส่วนบริเวณที่มักจะเกิดปัญหาริ้วรอยได้ง่าย คือ บริเวณใต้ตา เพราะไขมันใต้ตาเริ่มสลายไปทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น รวมถึงผิวหนังใต้ตาเริ่มบาง สามารถสังเกตเห็นเป็นร่องใต้ตาดำได้อย่างชัดเจน ถัดมาคือบริเวณร่องแก้ม และหางตาที่เกิดขึ้นจากการขยับของกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยเฉพาะเวลาที่เรายิ้มหรือหัวเราะ เมื่อผิวร่วงโรยตามวัยก็จะเกิดปัญหาริ้วรอยในสองบริเวณนี้ที่เราสามารถสังเกตเห็นได้เช่นกัน ส่วนบริเวณหน้าผากนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานกล้ามเนื้อบนใบหน้าบริเวณหน้าผาก หากเรามีการขมวดคิ้วหรือย่นหน้าผากบ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณนี้ได้ และผิวบริเวณลำคอก็สามารถเกิดริ้วรอยได้ เพราะคอลลาเจนที่ผลิตได้น้อยตามวัย ทำให้ผิวบริเวณคอหย่อนคล้อยรวมถึงคนที่ไขมันบริเวณคอเยอะก็จะทำให้บริเวณคอเกิดริ้วรอยเป็นชั้นๆ ได้ ส่วนฝ้าหรือกระที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องมาจากสาเหตุของผิวที่บางลงและระคายเคืองง่าย ทำให้บริเวณโหนกแก้มที่เป็นพื้นที่ตกกระทบแสงแดดบนใบหน้านั้นเกิดฝ้าและกระได้ง่ายขึ้นด้วย

 

keyboard_arrow_up