แมววิเชียรมาศ และ ไก่ขาว สัตว์มงคล ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร

แมวพันธ์ุไทย วิเชียรมาศ และ ไก่ขาว สัตว์มงคล ในพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปทรงประกอบพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะทรงประทับแรม ทรงพระบรรทมเหนือพระแท่นราชบรรจถรณ์ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร นั้นเปรียบดังเช่น พิธีขึ้นบ้านใหม่ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน โดยข้าราชบริพารฝ่ายหน้าได้เชิญเครื่องราชูปโภคและสิ่งมงคล อันประกอบด้วย

ศิลาบด หรือหินบดยา หมายถึง ความหนักแน่น หรือความไม่มีโรค

พันธุ์พืชมงคล หมายถึงการงอกเงย ฟักเขียว หมายถึง การอยู่เย็นเป็นสุข

กุญแจทอง หมายถึง กรรมสิทธ์ความเป็นเจ้าของบ้าน

จั่นหมากทอง หมายถึง ความมั่งคั่ง

แต่สิ่งมงคลที่ดูแล้วจะสะดุดตาเป็นที่สุดคือ แมวไทย พันธ์วิเชียรมาศ และ ไก่ขาว ซึ่งสัตว์ทั้งสองขนิดนี้ตามตำราโบราณนั้นเปรียบว่า แมว หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “วิฬาร์” แสดงถึง ความโชคดี มีลาภร่มเย็นเป็นสุข อันสอดคล้องกับคติความเชื่อของไทยที่ว่า แมวสามารถขับไล่ภูตผีปิศาจและสิ่งชั่วร้าย เพราะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ในเวลากลางคืน หรือความเชื่อที่ว่าแมวมีเก้าชีวิต หมายถึงความยั่งยืนสถาพรและเป็นอมตะ นอกจากนี้ ตามคติความเชื่อของคนไทยยังเชื่อว่า แมวเป็นสัตว์รู้ที่อยู่ ไม่ทิ้งถิ่น ให้ความหมายถึงการอยู่อย่างเป็นสุข

การอุ้มแมวในรัชกาลที่ 7

สำหรับในรัชกาลปัจจุบัน แมวที่ใช้ในการเฉลิมพระราชมณเฑียรเป็นแมวไทยวิเชียรมาศ ซึ่งเป็นแมวมงคลตามตำรา สีน้ำตาลอ่อน มีแต้มสีน้ำตาลไหม้ 9 แห่งทั่วตัว ดวงตาสีฟ้าสดใส เป็นสายพันธุ์แมวไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

การอุ้มแมวในรัชกาลที่ 7

ในส่วนของส่วนการอุ้มไก่ขาว เข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร เริ่มมีปรากฏภาพในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 อันอาจสอดคล้องกับการสร้างครอบครัวใหม่ที่มีการมอบสัตว์ เพื่อช่วยเหลือเจ้าของบ้าน ซึ่งไก่นับเป็นสัตว์เลี้ยงสารพัดประโยชน์ทั้งบอกเวลาและเลี้ยงไว้กินไข่ และผสมผสานกับคติความเชื่อของจีนที่ว่า ไก่ขาวสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้


ข้อมูล : royalworldthailand

 

keyboard_arrow_up