เรื่องเล่าจากพระราชโอรส-ธิดาถึง “สมเด็จพระพันปีหลวง” พระผู้ทรงเป็นแม่และครู

เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติประจำปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562 ความว่า “เพราะรักลูกมากกว่าใครในโลกหล้า เพราะพระคุณเลิศล้ำฟ้าจะหาไหน เพราะสอนให้ประพฤติดีทั้งกายใจ ลูกจึงรักแม่กว่าใครทดแทนคุณ”

นับเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแม่แห่งแผ่นดิน มิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย อีกทั้งในขณะเดียวกันก็ทรงเป็นแม่ผู้ประเสริฐของพระราชโอรส-ธิดา แม้จะทรงดูแลพระราชภาระทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน แต่พระองค์ก็ทรงทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งที่น่ายกย่องยิ่งไปกว่านั้น คือพระองค์ยังทรงเป็นทั้งแม่และครูของพระราชโอรส-ธิดาอีกด้วย โดยความซาบซึ้งดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดผ่านพระราชโอรส-ธิดา ดังเรื่องเล่าพระราชทานต่อไปนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเล่าถึงสมเด็จแม่ ซึ่งลงพิมพ์ในนิตยสารดิฉัน ฉบับวันที่ 15 สิงหาคม 2530 โดยทรงเล่าว่า เมื่อครั้งที่พระองค์เจริญพระชนม์ราว 8-9 พรรษา ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา เมื่อทรงปฏิบัติพระราชกิจในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยเพียงไร พอเสด็จกลับถึงที่ประทับ สมเด็จแม่ของพระองค์ท่านก็จะมาหาพระราชโอรส-ธิดาก่อน เพื่อไต่ถามลูกๆ ทุกพระองค์ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง และยังทรงรับสั่งเล่าอีกว่า

“เมื่อนึกถึงตอนเด็กๆ จะมีความสุขมาก เมื่อทูลหม่อมพ่อและสมเด็จแม่พาพวกเราไปนั่งรถปิกนิกกันอย่างแฟมิลี่ เมื่อนึกถึงทีไรก็นึกถึงสิ่งที่อบอุ่นเรื่องนี้ตลอดเวลา เมื่อทูลหม่อมพ่อขับรถไป สมเด็จแม่ก็จะเล่าประสบการณ์ที่พระองค์ได้พบเห็นในต่างแดน ทรงเล่าถึงพระองค์เองเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เมื่อติดตามท่านพ่อของพระองค์ ซึ่งเสด็จไปเป็นทูตประจำประเทศต่างๆ ในยุโรป ทรงเล่าให้ฟังว่า เมืองอังกฤษมีสนามหญ้าที่เขียวสวยงามเพียงไร ตลอดเวลาที่ลูกๆ ได้ฟังก็ตื่นเต้นกันมาก”

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงจำได้ดีตลอดเวลาที่ทูลกระหม่อมพ่อและสมเด็จแม่ของพระองค์มักจะพระราชทานคำสั่งสอนเสมอว่า ความสุขของพระองค์ท่านทั้งสองนั้นจะไม่มีสิ่งใดยิ่งไปกว่าการที่ได้ทรงเห็นพระราชโอรส-ธิดามีความผูกพันรักใคร่กัน ช่วยเหลือกัน และเป็นกำลังสำคัญของพระราชวงศ์ในการรับใช้ชาติบ้านเมือง

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระนิพนธ์เรื่อง “แม่” พระราชทานแก่วารสารชุมนุมจุฬาฯ ฉบับเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2520 ซึ่งสะท้อนความรู้สึกที่ทรงมีต่อการอบรมสั่งสอนของพระราชชนนี ดังจะขออัญเชิญมาตอนหนึ่งว่า

… ตอนเล็กๆ ท่านสอนให้พับกระดาษ เขียนรูป และทำการฝีมือต่างๆ โดยถือแนวว่าคนเราไม่ควรปล่อยเวลาว่างผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ ถ้าเรานั่งดูทีวีวันเสาร์อาทิตย์เฉยๆ โดยมือไม้ไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ เป็นโดนกริ้ว

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9

ตอนบ่ายๆ ท่านไล่ลงไปวิ่งข้างล่าง เพราะเด็กควรได้อากาศบริสุทธิ์ โตขึ้นท่านจะให้มีหน้าที่ดูแลสนาม ถอนหญ้า แห้วหมู และคอยตัดหญ้ากับต้นข่อยที่ดัดเป็นรูปต่างๆ เป็นการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ตอนอาหารนี้ ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะขึ้นมาอยู่ด้วย ประการแรก ท่านจะได้ดูว่ารับประทานสิ่งที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะ และประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือ ท่านจะเลือกหนังสือดีๆ สนุกๆ มาเล่าให้ฟัง หนังสือที่ท่านเอามาเล่า บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ และความรู้รอบตัวอื่นๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ตอนหลังๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย นานๆ ทีก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสดหนึ่งบาท เป็นที่ขบขันในครอบครัวว่า หนังสือธรรมดาที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่ามันสนุกตื่นเต้นมีรสชาติขึ้นมาทันที ท่านจะเน้นระบายสี หยิบยกจับความที่น่าสนใจขึ้นมาเล่า…

เมื่อตอนเล็กๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทยโดยการให้อ่านวรรณคดี เรื่องยืนโรงสามเรื่องคือ พระอภัยมณี อิเหนา และรามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอิเหนา ท่านให้ท่องกลอนที่เพราะๆ เช่น ว่าพลางทาง ชมคณานก โผผกจับไม้อึงมี่ ฯลฯ 

คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาแต่เล็กๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอน…

นอกจากจะเรียนหนังสือที่โรงเรียนแล้ว สมเด็จแม่ยังทรงจัดให้ลูกๆ เรียนพิเศษวิชาต่างๆ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งภาษา เลข ดนตรี วาดรูป และแม้ว่าท่านไม่นิยมฟุ่มเฟือย (ข้าวของทุกอย่างต้องใช้อย่างประหยัด) เรื่องการใช้จ่ายในการเล่าเรียน การซื้อหนังสือ ท่านจ่ายไม่อั้น เพราะวิชาความรู้ทำให้เราสามารถทำงานช่วยคนหมู่มาก ช่วยบ้านช่วยเมืองได้ สมบัติใดๆ ย่อมไม่ประเสริฐเท่าการกระทำคุณงามความดีเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น…

กล่าวโดยสรุปแล้ว ในระยะหลังๆ แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษ ภาษาไทยกับท่านบ่อยอย่างแต่ก่อน แต่ก็ได้ศึกษาเรียนรู้ทัศนคติอันเป็นแนวทางประพฤติที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตมาก ยังเป็นครูที่ดีทีเดียว

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเคยพระราชทานสัมภาษณ์ไว้ว่า พระองค์ประทับพระทัยการเล่านิทานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาก เพราะทรงเล่าอย่างสนุกสนาน ด้วยทรงทำพระสุรเสียงและทรงแสดงพระราชอิริยาบถประกอบเป็นท่าทางตามเรื่องที่เล่าด้วย ทำให้ผู้ฟังสนุกสนานเพลิดเพลิน

นับเป็นบุญอันสูงสุดของพสกนิกรชาวไทยที่มีแม่แห่งแผ่นดิน ซึ่งเป็นทั้งแม่และครูที่ประเสริฐของพระราชโอรส-ธิดา ด้วยทรงอบรมสั่งสอนและทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้พระราชโอรส-ธิดาทรงมีพระอุปนิสัยโอบอ้อมอารี ทรงสงเคราะห์ประชาชนอยู่เสมอ และทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติตราบจนปัจจุบัน


 

ภาพ :  ชมรมคนรักพระมหากษัตริย์ของชาติไทย, จักรวรรดิ์ ไพชยนต์

keyboard_arrow_up