ปลูกพืชเมืองหนาวอย่าง “สตรอว์เบอร์รี่” ในพื้นที่เขตร้อน คว้ารางวัลชนะเลิศ เวที เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปีที่10 เกษตรกรรมยั่งยืน สู่ประเทศไทย 4.0

เกษตรกรรมเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเป็นฐานรองรับระบบเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงทางอาหารของสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือเทคโนโลยีจะก้าวล้ำหน้าไปเท่าไหร่ “เกษตรกร” ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเจริญเติบโตอย่างมั่นคงแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับยุค 4.0 ซึ่งเป็นยุคแห่งเทคโนโลยี เกษตรกรจึงต้องพัฒนาอย่างรอบด้าน ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเกษตร เพื่อให้ประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน สมกับเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง หรือ Young Smart Farmer นั่นเอง

ในเวทีการประกวด “เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด”  ด้วยแนวคิด “ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยดีแทค กรมส่งเสริมการเกษตรและมูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 แล้ว ซึ่งเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงทั้ง 10 คนนี้ เป็นหนึ่งในหลายๆเกษตรกรที่มีแนวคิดที่เป็นระบบ และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของกระแสวิถีเกษตรกรให้ยั่งยืน รอบรู้ในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จนเกิดผลสำเร็จและเป็นจริง  ต่อยอดให้ผลผลิตเป็นที่รู้จักในวงกว้างและสร้างร่ายได้ให้กับตนเองและชุมชน แพรวดอทคอม อยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก ผู้ชนะรางวัลในการประกาศผล เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี พ.ศ. 2561

สตรอว์เบอร์รี่ปลูกได้ในเขตร้อน “ไร่พิมพ์วรัตน์”

สำหรับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกาศผล ปีที่ 10 “เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด” นางสาว พิมพ์วรัตน์ เรืองประชา “ไร่พิมพ์วรัตน์” เกษตรกรสาว จากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่พัฒนาการปลูกพืชเมืองหนาว อย่างสตอร์เบอรี่ ให้ผลผลิตในพื้นที่เขตร้อน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ด้วยแนวคิด “กล้าคิดต่าง สานพลังชุมชน ฝ่าฟันอุปสรรคด้วยงานวิจัย”

โดยเธอบุกเบิกการปลูกพืชเมืองหนาวทั้งสตรอว์เบอร์รีและหม่อนในพื้นที่เขตร้อน อย่างจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ด้วยเทคโนโลยีและงานวิจัยทางการเกษตรจากสถาบันวิจัยเกษตรดอยปุย สร้างความตื่นตาให้กับชุมชนในพื้นที่  พร้อมกับเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม “ไร่พิมพ์วรัตน์” เป็นแหล่งท่องเที่ยวนวัตวิถี และยังช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน ซึ่งเป็นต้นแบบในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความคิดต่าง

มะม่วงแก้วขมิ้นไร้สารเคมี “ไร่ ณ ชายแดน”

นางสาว ลลิดา คำวิชัย “ไร่ ณ ชายแดน” ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  เกษตรกรสาวชาวสวนมะม่วงแห่ง จ.สระแก้ว ผู้นำในการรวมกลุ่มและพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงแก้วขมิ้นไร้สารเคมี ยึดหลักการตลาดนำการผลิต สร้างความเป็นเอกลักษณ์และสร้างรายได้ให้ชุมชน

นาข้าวอินทรีย์ครบวงจร “อารยะฟาร์ม”

นาย อาญาสิทธิ์ เหล่าชัย “อารยะฟาร์ม” เกษตรกรนาข้าว จ.ร้อยเอ็ด รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผู้นำความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นประยุกต์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พลิกฟื้นผืนนาจากเกษตรเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำรวมกลุ่มวิสาหกิจผลิตและแปรรูปข้าวอินทรีย์ครบวงจร

นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรรุ่นใหม่  ที่ได้รับรางวัลดีเด่นจากโครงการต่างๆ ที่ส่งมาครั้งนี้ 7 รางวัล

นางสาวกนกวรรณ   อรุณคีรีวัฒน์  เจ้าของไร่ “สุดปราย ที่สวนสุขจรัล”  จังหวัดราชบุรี เกษตรกรชาวสวนมะม่วง รวมกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ในชุมชน พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน

นางสาวชยพล สุ่ยหล้า เกษตรกรชาวสวน “ซูโม่แฟมิลี่”  จังหวัดร้อยเอ็ด  ผู้นำความรู้ในการปลูกถั่วลิสงมาประยุกต์กับเทคโนโลยี พร้อมแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ รวมกลุ่มการผลิต สร้างรายได้ให้ชาวบ้านในฤดูทำนา

นางสาวปคุณา บุญก่อเกื้อ เกษตรกรสวนเมล่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้เริ่มทำเกษตรจากศูนย์ แต่มีใจรักและต้องการปลูกเมล่อนปลอดสารพิษ โดยนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้จนได้ผลผลิตคุณภาพสูง พร้อมกับเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เรียกว่าถ้าใครมา จ.ฉะเชิงเทรา ก็จะต้องถามหา “บ้านสวนเมล่อน” ของเธอ

นายพิทักษ์ พึ่งเดช เกษตรกรสวนมะพร้าวแห่งบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการแปรรูป รวมทั้งพัฒนาต่อยอดผลิภัณฑ์มะพร้าวน้ำหอม สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรในพื้นที่

นางสาวศิริพร เอี่ยววงศ์เจริญ   เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์จาก “ บุญมาฟาร์ม ” จังหวัดพิจิตร ที่สามารถชูจุดเด่นการทำเกษตรไร้สารเคมีจนสามารถส่งออกสู่ต่างประเทศ พร้อมต่อยอดด้วยการปลูกสมุนไพรไทยส่งออก

นายสุระเทพ สุระสัจจะ เกษตรกรคนรุ่นใหม่จาก  “ไร่เพื่อนคุณ”  จังหวัด บุรีรัมย์ ผู้ปลูกพืช ผักและผลไม้ปลอดภัย พร้อมเป็นโมเดลต้นแบบขยายสู่ชุมชน รวมกลุ่มตั้งวิสาหกิจชุมชน เป็นผู้นำเครือข่ายสินค้าเกษตรปลอดสารพิษส่งขายตลาดพรีเมียมที่ใครๆ ก็รู้จัก

นายอดุลย์ วิเชียรชัย เกษตรกรเจ้าของ “อดุลย์ คลองหลวง ฟาร์มเห็ด” แห่งจังหวัดปทุมธานี ผู้เป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้การทำเกษตรครบวงจร บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ พร้อมส่งเสริมเกษตรกรในชุมชน

นับเป็นปีที่  10   ที่ทางดีแทค ได้มีโครงการ “ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ”  เพื่อสนับสนุนเกษตรกรหนุ่มสาวรุ่นใหม่   ที่มุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาสิ่งที่ตัวเองรักให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนบ้านเกิดอย่างแท้จริง ตามแนวคิดในการเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน จนเรียกได้ว่าเป็น Young Smart Farmer แห่งยุค 4.0 ตัวจริงเสียงจริง