ซูมดีเทลแว่นตา AI สองแบรนด์ดัง เมื่อ Ray-Ban และ Oakley ผสานสไตล์เข้ากับเทคโนโลยี
แว่นตาในวันนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเติมเต็มสไตล์หรือช่วยปกป้องดวงตาจากแสงแดดอีกต่อไป เมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ แอ็กเซสซอรี่ชิ้นนี้จึงมีความสามารถมากกว่าที่เคย ตั้งแต่การบันทึกภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี การฟังเพลง ไปจนถึงการสั่งงานด้วยเสียงและเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาใช้งาน
การเปิดตัวแว่นตา AI จาก Ray-Ban Meta และ Oakley Meta ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2026 จึงเป็นอีกก้าวที่น่าจับตาของวงการแว่นตาอัจฉริยะ โดยทั้งสองแบรนด์นำเทคโนโลยีจาก Meta มาผสานเข้ากับเอกลักษณ์ของตัวเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งความแตกต่างด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และรูปแบบการใช้งาน
RAY-BAN META ดีไซน์เหนือกาลเวลา กับความสามารถที่ก้าวไปอีกขั้น
จุดเด่นของ Ray-Ban Meta คือการนำดีไซน์แว่นตาที่เป็นเอกลักษณ์มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีร่วมสมัย โดยคอลเล็กชั่น Ray-Ban Meta (Gen 3) มาพร้อมกรอบแว่น 3 ดีไซน์ ได้แก่ Wayfarer, Aviator และ Zena เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่เลือกสไตล์ที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองได้มากขึ้น



รายละเอียดที่น่าสนใจคือการนำ Aviator เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่น Ray-Ban Meta เป็นครั้งแรก ดีไซน์ที่มีจุดเริ่มต้นในปี 1937 ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในรูปทรงแว่นตาที่ได้รับการจดจำอย่างกว้างขวาง ครั้งนี้จึงเป็นการนำเอกลักษณ์จากอดีตมาพบกับเทคโนโลยี AI ในรูปแบบใหม่ ขณะที่ Zena เพิ่มทางเลือกด้วยกรอบทรงแคตอายที่มีรูปทรงเรขาคณิต ให้ความรู้สึกอ่อนเยาว์และแตกต่างจากดีไซน์คลาสสิกของแบรนด์

ในด้านฟังก์ชัน Ray-Ban Meta (Gen 3) มาพร้อมกล้องความละเอียด 3K Ultra HD สำหรับบันทึกภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี ไมโครโฟน 6 ตัวที่ช่วยให้เสียงคมชัดยิ่งขึ้น รวมถึง Action Button ที่สามารถกำหนดฟังก์ชันการใช้งานได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง และปลายขาแว่นที่ปรับได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อให้สวมใส่ได้พอดีกับผู้ใช้แต่ละคน
อีกหนึ่งความสามารถสำคัญคือ Meta AI ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่ถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่มองเห็น ขอคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ใกล้เคียง แปลบทสนทนาแบบเรียลไทม์ ติดตามข้อความ ตั้งการแจ้งเตือน และบันทึกช่วงเวลาต่าง ๆ จากมุมมองของตัวเองได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ความใส่ใจยังครอบคลุมไปถึงรายละเอียดของเลนส์ โดยมีทั้งเลนส์ใส เลนส์กันแดด เลนส์โพลาไรซ์ เลนส์กรองแสงสีฟ้า และเลนส์ Transitions® ที่ปรับเปลี่ยนตามสภาพแสง รวมถึงเลนส์สายตาที่รองรับความต้องการหลากหลาย สำหรับผู้ที่ต้องสวมแว่นสายตาเป็นประจำ ยังมี Ray-Ban Meta Optics อย่าง Blayzer Optics (Gen 2) และ Scriber Optics (Gen 2) ซึ่งกลับมาพร้อมสีสันใหม่ประจำฤดูกาล
สำหรับรุ่นพิเศษ Ray-Ban Meta (Gen 3) Aviator Limited-Edition มาในสี Milky Warm Beige ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจ จับคู่กับเลนส์ Transitions® Gen S สีน้ำตาล โดยรุ่นนี้จะวางจำหน่ายเฉพาะที่ Sunglass Hut ประเทศไทย
OAKLEY META นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหว
หาก Ray-Ban Meta ให้ความสำคัญกับการผสานเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวัน Oakley Meta ก็แสดงให้เห็นอีกมิติหนึ่งของแว่นตา AI ผ่านการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพระหว่างทำกิจกรรมกีฬา ทั้งการเคลื่อนไหว ความกระชับ และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม


Oakley Meta นำเสนอ 2 รุ่น ได้แก่ HSTN และ Vanguard ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน โดย HSTN ออกแบบมาสำหรับนักกีฬาและแฟนกีฬา พร้อมกล้อง 3K Ultra HD สำหรับบันทึกภาพและวิดีโอแบบแฮนด์ฟรี รวมถึงระบบเสียงแบบเปิดหู (Open-ear) ที่ผสานเข้ากับกรอบแว่น ช่วยให้ผู้สวมใส่ฟังเพลงหรือพอดแคสต์ได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสียงแยกต่างหาก ตัวแว่นยังมีคุณสมบัติกันน้ำระดับ IPX4 รองรับการใช้งานระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ

ส่วน Oakley Meta Vanguard ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับกิจกรรมที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือการฝึกซ้อมกลางแจ้ง มาพร้อมกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12MP ซึ่งให้มุมมองกว้างถึง 122 องศา ระบบเสียงแบบเปิดหู และเทคโนโลยีลดเสียงลม เพื่อรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

ความพิเศษของ Vanguard ยังอยู่ที่รายละเอียดการออกแบบเพื่อการสวมใส่ระหว่างออกกำลังกาย โดยใช้ระบบ Three-Point Fit พร้อมแป้นรองจมูกแบบเปลี่ยนได้ 3 แบบ รวมถึงตัวเลือกสำหรับสันจมูกสูงและต่ำ เพื่อช่วยให้แว่นกระชับขณะเคลื่อนไหว กรอบแว่นยังออกแบบให้ใช้งานร่วมกับหมวกกันน็อกจักรยานและหมวกประเภทต่าง ๆ ได้ พร้อมคุณสมบัติกันฝุ่นและน้ำระดับ IP67

อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์สายกีฬาโดยเฉพาะคือการรองรับการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Strava และ Garmin เพื่อช่วยติดตามประสิทธิภาพการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้สวมใส่เข้าถึงข้อมูลระหว่างทำกิจกรรมได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องละความสนใจจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


ในส่วนของเลนส์ Oakley Meta บางรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยี Oakley PRIZM™ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มความแตกต่างของสีและแสงให้มองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ในสภาพแสงและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สะท้อนแนวคิดการพัฒนาอุปกรณ์ที่ให้ความสำคัญทั้งกับเทคโนโลยีและประสบการณ์การใช้งานจริง
สองแบรนด์ สองแนวทาง กับอนาคตของแว่นตาอัจฉริยะ
แม้ Ray-Ban Meta และ Oakley Meta จะใช้เทคโนโลยี AI จาก Meta เช่นเดียวกัน แต่ทั้งสองแบรนด์กลับนำเสนอความพิเศษผ่านแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน


Ray-Ban Meta โดดเด่นด้วยการรักษาเอกลักษณ์ของดีไซน์แว่นตาคลาสสิก พร้อมเพิ่มฟังก์ชันที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น ขณะที่ Oakley Meta ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวและประสิทธิภาพด้านกีฬา ผ่านรายละเอียดการออกแบบที่รองรับกิจกรรมกลางแจ้งและการติดตามข้อมูลการออกกำลังกาย
การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแว่นตา AI แต่ยังแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีเดียวกันสามารถพัฒนาออกมาเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างกันได้ตามตัวตนของแต่ละแบรนด์ ตั้งแต่แว่นตาที่เข้ากับสไตล์ในทุกวัน ไปจนถึงอุปกรณ์ที่พร้อมเคลื่อนไหวไปกับผู้สวมใส่ในทุกกิจกรรม
วางจำหน่ายในประเทศไทย
Ray-Ban Meta และ Oakley Meta มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2026 เป็นต้นไป โดย Ray-Ban Meta (Gen 3) มีราคาเริ่มต้น 16,690 บาท, Ray-Ban Meta Optics (Gen 2) ราคาเริ่มต้น 17,490 บาท, Oakley Meta HSTN ราคาเริ่มต้น 16,290 บาท และ Oakley Meta Vanguard ราคาเริ่มต้น 20,390 บาท
ผู้สนใจสามารถเลือกชมสินค้าได้ที่ร้าน Ray-Ban, Oakley, Sunglass Hut และร้านค้าปลีกแว่นตาของพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตทั่วประเทศไทย