สารคดีท่องเที่ยว TRUE MEANING OF HEAVEN @ DUBROVNIK & ZAGREB (ตอนที่2)

สารคดีท่องเที่ยว TRUE MEANING OF HEAVEN @ DUBROVNIK & ZAGREB (ตอนที่2)
สารคดีท่องเที่ยว TRUE MEANING OF HEAVEN @ DUBROVNIK & ZAGREB (ตอนที่2)

เหตุบังเอิญที่เข้ามาเยี่ยมเยียนชีวิตเราบางครั้งไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ฉันเรียกมันว่าพรหมลิขิต ไม่เคยคิดว่าการเดินทางแบบเรื่อยเปื่อยจะนำมาสู่การพบเมืองเลอค่าที่เป็นรักแรกพบ ถ้าเปรียบให้ดูบรอฟนิกกับซาเกร็บเป็นหญิงน่าจะเป็นผู้หญิงเท่ เก๋ ไม่ต้องพยายามสวย งามคลาสสิกอยู่ในเนื้อแท้เป็นเมืองที่เที่ยวสบาย เรียบนิ่งง่าย แต่ไม่น่าเบื่อ

details of Narrow street in old city Dubrovnik, Croatia

Zagreb ฤดูกาลแห่งความสุขเริ่มต้นขึ้นที่นี่

หลังมรสุมร้ายแห่งสงครามพัดผ่านไปกว่า 10 ปี ทุกข์โศกของชาวโครแอตก็ถูกพายุหอบไป ด้วยอาการเบิกบานของซาเกร็บวันนี้ฟ้องว่าผู้คนตื่นจากฝันร้ายและเริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว แม้บ้านเมืองจะมีริ้วรอยอันเป็นผลพวงมาจากสงครามแบ่งแยกดินแดน แต่ตัวเลขของนักท่องเที่ยวค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้าทุกปี สำหรับคนที่ชอบเสพศิลปวัฒนธรรมและนิยมสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย มาที่นี่คงอิ่มเอมใจเพราะซาเกร็บเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ยุคกลาง และแม้ว่าจะถูกสงครามถล่ม แต่ความเสียหายก็ไม่มากมาย เมืองทั้งเมืองบูรณะขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว

มหาวิหารเบลสซิด เวอร์จิน แมรี่ และหอคอยคู่ แลนด์มาร์คสำคัญของซาเกร็บ
มหาวิหารเบลสซิด เวอร์จิน แมรี่ และหอคอยคู่ แลนด์มาร์คสำคัญของซาเกร็บ

ฉันทำความรู้จักซาเกร็บด้วยวิธีเดินซอกแซกตามลายแทงในมือซาเกร็บแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ อัพเปอร์ทาวน์และโลเวอร์ทาวน์ เริ่มสำรวจอัพเปอร์ทาวน์จาก มหาวิหารเบลสซิด เวอร์จิน แมรี่ (Cathedral of the Assumption of the Blessed Virgin Mary) ที่มีชื่อเดิมว่ามหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) มีหอคอยค่โู ดดเด่นอยู่ด้านบน เริ่มแรกสร้างมาตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจ แต่มาถูกทำลายด้วยกองทัพมองโกลที่เข้ามารุกราน ต่อมาประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 ก็บูรณะใหญ่ในรูปแบบของศิลปะกอทิก ตกแต่งอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะบริเวณแท่นบูชาภายในมหาวิหารตามแบบบาโรก มหาวิหารแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คที่สามารถมองเห็นได้จากทุกมุมในซาเกร็บ

ชีวิตประจำวันของชาวเมืองซาเกร็บ
ชีวิตประจำวันของชาวเมืองซาเกร็บ

บรรยากาศกรุ่นกลิ่นเมืองเก่าพาฉันเตร็ดเตร่ไปจนถึง โบสถ์เซนต์มาร์ค (St. Mark’s Church) ที่งามด้วยสีสันของกระเบื้องหลังคา ลวดลายบนหลังคาโบสถ์แสดงสัญลักษณ์ถึง 3 สิ่ง ลายตารางแดงขาวหมายถึงทหารโครแอตในยุคกลาง สิงโตสามหัวหมายถึง แคว้นดัลเมเชี่ยน และล่างสุดที่เป็นเหมือนหมากำลังวิ่ง จริง ๆ แล้วเป็นตัวคูน่า เจ้าตัวนี้อยู่ในเหรียญคูน่า เงินของโครเอเชีย และรูปปราสาทด้านขวาหมายถึง เมืองซาเกร็บ โบสถ์นี้ไม่เพียงเป็นโบสถ์ประจำเมือง แต่ที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองได้อย่างดี

ร่มสีแดงและผู้คนของตลาดโดลาค
ร่มสีแดงและผู้คนของตลาดโดลาค

ฉันชอบตลาดโดลาค (Dolac Market) นี้ที่สุด เพราะร่มสีแดงแปร๊ดถ่ายรูปออกมาสวย ตลาดไม่ใหญ่มาก คึกคักที่สุดตอนเช้า ๆ พอบ่ายแก่ ๆ ตลาดก็วาย ผลจากการเดินเวียนหลายรอบเพื่อสำรวจร้านอาหารสารพัดอย่าง ทำให้ฉันรู้ว่า เมนูยอดฮิตที่ผู้คนนิยมสั่งมากินกัน คือเชวาพี (Cevapi) แป้งแผ่นที่มีไส้กรอกเนื้อบดยัดไส้ไว้ข้างใน เป็นอาหารที่เห็นได้ทั่วไปในยุโรปตะวันออก

สุสานมิโรกอซ ความงามอีกรูปแบบหนึ่งของซาเกร็บ
สุสานมิโรกอซ ความงามอีกรูปแบบหนึ่งของซาเกร็บ

ความจริงแค่เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ก็เป็นวันแล้ว แดดร่มลมตกชักชวนให้ฉันเดินเท้าไต่เขา กอร์นจิ กราด (Gornji Grad) ขึ้นไปหามุมสูงด้วยหวังว่าจะได้เห็นทุกมุมของซาเกร็บ แค่ยืนอยู่บนนี้ในองศาเดียวกับนกก็แทบไม่ต้องขยับตัวไปไหน ฉันมองสแกนไปมุมไหนก็ดูสวยไปหมดเพราะซาเกร็บเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยโบสถ์ มองไปทางไหนก็เจอแต่ยอดโบสถ์ โบสถ์เซนต์แคเทอรีน (Church of St. Catherine) โบสถ์สีขาวแบบบาโรก อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะภาพเขียน (Naive Art) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งโครเอเชีย พระราชวัง และมหาวิหารเซนต์มาร์คที่ตั้งอยู่กลางเมืองเก่าพอดิบพอดี ความงามของอาคารบ้านเรือนเลื้อยไล่ลดหลั่นกันไปตามไหล่เขาอย่างแน่นขนัด

โรงละครแห่งซาเกร็บ
โรงละครแห่งซาเกร็บ

เราพากันเดินเล่นเรื่อยไปจนถึงเขตโลเวอร์ทาวน์ ดูทันสมัยมากกว่าอัพเปอร์ทาวน์ ยามเย็นย่ำเยี่ยงนี้ ผู้คนชาวซาเกร็บพากันมาเดินเล่นนั่งเล่นพูดคุยกันแถว จัตุรัสเจลาซิค (Ban Josip Jela i Square) ตรงนี้ยังมีอนุสาวรีย์พระเจ้าโจเซป เจลาซิค กษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้เอกราชยึดดินแดนคืนมาจากอาณาจักรออสเตรียในยุคก่อน

ซาเกร็บ เมืองที่สวยทุกองศา
ซาเกร็บ เมืองที่สวยทุกองศา

แสงสุดท้ายค่อย ๆ จางลง ฉันเฝ้าดูอิริยาบถของผู้คนชาวเมืองซาเกร็บ เห็นความสุขจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สวรรค์ของชาวโครแอตค่อย ๆ ถักทอจนเป็นรูปเป็นร่าง อาจยังไม่สมบูรณ์แบบแต่ย่อมดีกว่าช่วงเวลาที่ห่มไว้ด้วยความทุกข์แห่งสงครามที่ผ่านพ้นมา

TRAVEL TIPS

  • จากเมืองไทยยังไม่มีสายการบินตรงเข้าโครเอเชียต้องใช้สายการบินที่บินเข้าเวียนนาและเปลี่ยนเครื่องเพื่อเข้าสู่ซาเกร็บ
  • จาก Bari ฝั่งอิตาลี มีเรือเฟอร์รี่ข้ามประเทศมาถึงดูบรอฟนิกเกือบทุกคืน ออกประมาณ 4 ทุ่ม ถึงดูบรอฟนิก 7 โมงเช้าเช็กตารางได้ที่ www.directferries.co.uk
  • ซาเกร็บและดูบรอฟนิกเป็นเมืองที่กำลังมาแรง จึงมีที่พักให้เลือกค่อนข้างมากมายหลายระดับ สำรวจได้ที่เว็บไซต์อโกด้า (www.agoda.com) แนะนำให้พักในเขตเมืองเก่าเพราะสะดวกแก่การท่องเที่ยวอย่างยิ่ง
  • เดือนที่ควรหลีกเลี่ยงในการเดินทางไปโครเอเชียอย่างยิ่ง คือเดือนกรกฎาคมจนถึงสิงหาคม เพราะอากาศร้อนจัดนักท่องเที่ยวหนาแน่น และค่าที่พักค่อนข้างแพง
  • คนที่มีวีซ่าเชงเก้นเดินทางเข้าโครเอเชียได้เลย

ที่มา : คอลัมน์สารคดีท่องเที่ยว นิตยสารแพรวฉบับที่ 880

keyboard_arrow_up