Rolex

ไร้คู่แข่ง! Rolex ครองตลาดนาฬิกาหรูเกือบหนึ่งในสามของโลก

แม้ตลาดนาฬิกาหรูทั่วโลกจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ชื่อของ Rolex (โรเล็กซ์) ยังคงยืนหนึ่งอย่างแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์นาฬิกาที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก จากรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสล่าสุดของ Morgan Stanley ซึ่งจัดทำร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา LuxeConsult

ไร้คู่แข่ง! Rolex ครองตลาดนาฬิกาหรูเกือบหนึ่งในสามของโลก

โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า โรเล็กซ์ มียอดขายประมาณ 10.5–10.6 พันล้านฟรังก์สวิสในปี 2024 หรือราว 4.2–4.3 แสนล้านบาท พร้อมครองส่วนแบ่งตลาดราว 32% ของตลาดนาฬิกาสวิสทั้งหมด ทิ้งห่างแบรนด์อันดับสองอย่าง Cartier อย่างชัดเจน ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดราว 8% เท่านั้น

ในปีเดียวกัน โรเล็กซ์ ผลิตนาฬิกาประมาณ 1.2 ล้านเรือน ทำให้แบรนด์ยังคงเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลมากที่สุดในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่สามารถเติบโตได้ แม้สภาพเศรษฐกิจโลกจะเริ่มส่งผลต่อยอดขายสินค้าลักชูรี

ทั้งนี้ ภาพรวมของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสในปี 2024 เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ยอดขายรวมของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำลดลงเล็กน้อย และจำนวนเรือนที่ขายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ให้เห็นแนวโน้มสำคัญที่เรียกว่า “polarization” หรือการกระจุกตัวของตลาด กล่าวคือ ผู้บริโภคเริ่มเลือกซื้อแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือสูงมากขึ้น

ปัจจุบันเพียง 4 แบรนด์ใหญ่ ได้แก่ Rolex, Cartier, Omega และ Patek Philippe สามารถครองยอดขายรวมมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนาฬิกาสวิสทั้งหมด

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ โรเล็กซ์ ยังคงครองตลาดได้อย่างต่อเนื่อง คือภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ถูกมองว่าเป็น “safe investment” สำหรับนักสะสมและผู้ซื้อระดับไฮเอนด์

ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน ผู้บริโภคจำนวนมากหันไปเลือกแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ดีไซน์คลาสสิก และมีมูลค่าในตลาดมือสองสูง ซึ่ง โรเล็กซ์ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของปรากฏการณ์นี้

ด้วยเหตุนี้ แม้อุตสาหกรรมนาฬิกาหรูจะเผชิญช่วงเวลาที่ท้าทาย แต่แบรนด์ระดับไอคอนอย่าง Rolex กลับยิ่งตอกย้ำสถานะของตนในฐานะผู้นำของตลาด