เผยเบื้องหลังความสำเร็จ! อาซาว่ารวบตึง 2 งานใหญ่ Thai Night และ ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา
ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

อีกครั้งที่แบรนด์ Asava รับบทบาทสำคัญ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบนเวทีระดับโลก ซึ่งในปีนี้ได้รับผิดชอบออกแบบทั้ง ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย และชุดผ้าไหมสำหรับผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 จาก 5 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ คาซัคสถาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐคอซอวอ ในงาน Thai Night อีกด้วย โดยทางกองประกวดมิสยูนิเวิร์สเป็นผู้กำหนดประเทศให้ แต่ละแบรนด์ไม่มีสิทธิ์เลือกประเทศหรือนางงามเอง

ซึ่งงานใหญ่ระดับโลกแบบนี้ แพรวดอทคอมก็ไม่พลาดที่จะเก็บความพิเศษมาฝากกัน โดยเราได้พูดคุยกับเจ้าของแบรนด์อาซาว่า หมู-พลพัฒน์ ถึงการทำงานในครั้งนี้ ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลยค่ะ

เริ่มกันที่ชุดผ้าไหมในงาน Thai Night ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ กันก่อนเลย

ความยากง่ายในการออกแบบชุดให้นางงามทั้ง 5 ประเทศ เป็นอย่างไรบ้าง

“อยู่ที่รูปร่างของนางงามแต่ละคน และเราก็ไม่ได้เจอตัวจริงด้วย ดูจากรูปและสัดส่วนที่ทางกองประกวดส่งมาให้ เป็นการทำงานที่ค่อนข้างยากนะ เพราะถึงหน้างานจริงๆ เราไม่รู้ว่าต้องแก้อะไรบ้าง ถึงแม้ตัววัดไซส์ต่างๆ จะเป็นมาตรฐานสากล แต่บางทีก็ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเรื่องโครงสร้างของเสื้อผ้าเราไม่ได้ห่วง เพราะทำงานกับผ้าไทยมาตลอดระยะเวลา 10 ปี แล้วก็โครงเสื้อเราค่อนข้างชัดเจน แบบของอาซาว่าค่อนข้างเรียบ นิ่ง โก้ สามารถอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เป็นสิ่งที่เหมาะกับผ้าไทยอยู่แล้ว และเราค่อนข้างชินกับการนำผ้าไทยมาใช้ในการโอกาสต่างๆ”

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ความพิเศษของชุดผ้าไหมสำหรับ 5 สาวงาม

“งาน Thai Night เรามีแบบอยู่ในหัว มีสิ่งที่คิดไว้แล้วอยู่ในใจ ระยะเวลาในการทำก็เลยไม่นานไปกว่าเสื้อผ้าทั่วไป ซึ่งตัวชุดมีความเป็นอาซาว่า มีความเป็นไทย และมีความเป็นสากลด้วย พี่ว่าความร่วมสมัยมันต้องผสมหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน อย่างอัตลักษณ์ของประเทศชาติ ความงามของผ้า รวมถึงจิตวิญญาณและตัวตนของแบรนด์ มีการเพิ่มดีเทลให้เกิดความน่าสนใจด้วยสีสันและเนื้อผ้า เพื่อทำให้มันโดดเด่นออกมา และงานนี้มีถึง 19 ดีไซเนอร์ แต่ละดีไซเนอร์นอกจากจะนำเสนออัตลักษณ์ของประเทศแล้ว น่าจะบ่งบอกความเป็นตัวตนของแบรนด์ด้วย”

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา
5 สาวงามกับชุดจากอาซาว่าในงาน Thai Night

เรามาต่อกันที่บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับชุดราตรีของ นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย กันบ้าง

ตั้งใจให้ชุดราตรีของ นิ้ง-โศภิดา ออกมาเป็นแบบไหน

“การออกแบบชุดราตรีในครั้งนี้ อาซาว่าออกแบบและรังสรรค์จากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดตัวตนและดึงความโดดเด่นของนางงามและความเป็นไทยมาเป็นส่วนสำคัญ โดยนำเสนอผ่านชุดราตรี ซึ่งผสมผสานงานศิลปกรรมไทยเข้ากับความวิจิตรแบบสากล จนเกิดเป็นโครงชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ในยุคปี 1960 ซึ่งมีความสง่างามละเอียดละออแต่แฝงไปด้วยวัฒนธรรมความเป็นไทยอย่างกลมกล่อมและร่วมสมัย

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

“สำหรับปีนี้ อาซาว่ารับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบชุดราตรีให้กับนิ้ง ซึ่งเรามองว่าสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมความโดดเด่นให้กับนิ้ง คงหนีไม่พ้นชุดที่มีความเรียบโก้ ไม่หวือหวา จนเกินพอดี แต่ในขณะเดียวกันในความเรียบโก้และความร่วมสมัยนั้น ยังคงไว้ซึ่งความวิจิตรด้วยเทคนิคและรายละเอียดอันประณีต เปรียบได้กับภาพสะท้อนตัวตนของนิ้ง ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่มีความเรียบโก้ แต่หากมองลงไปในรายละเอียดลึกๆ แล้วจะพบว่าเป็นผู้หญิงที่มีหลากมิติ และมีหลายรายละเอียดซ่อนอยู่ภายในความเป็นตัวตนค่อนข้างมาก

ในการออกแบบครั้งนี้มีการลดทอนเรื่องของซิลูเอท แต่เพิ่มในรายละเอียดของงานปักและวิธีคิดมากกว่าทุกปีที่อาซาว่าเคยทำ จนก่อเกิดเป็นชุดราตรีเกาะอกระบายหางปลา (mermaid gown) สีแดงผ้าซิลค์เครปตัดต่อผ้าโปร่งตรงปลายผสมผสานกับงานปักที่มีความละเอียดด้วยคริสตัลจาก Swarovski (สวารอฟสกี้) เรียงร้อยออกมาเป็นลวดลายที่มี ความร่วมสมัยสะท้อนถึงความเป็นไทยได้อย่างแยบยล ถ่ายทอดภาพลักษณ์ความงดงามและความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม อันเป็นที่ยอมรับในสายตาสากลได้อย่างลงตัว โดยองค์รวมแล้วชุดในปีนี้อาจจะดูเป็นชุดที่คลาสสิก เรียบโก้ แต่สามารถช่วยขับเน้นความสง่างามจากภายในและส่งเสริมบุคลิกภาพของตัวแทนประเทศไทยให้ส่องประกายได้มากที่สุด”

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ชุดราตรี นิ้ง-โศภิดา

ออกแบบชุดราตรีมาหลายปี ปีนี้พี่หมูมีความกดดันหรือเปล่า

“พี่ไม่ค่อยเครียดกับความกดดันอยู่แล้ว แค่อยากทำให้ชุดส่งนางงามมากที่สุด เราทำให้ดีที่สุด ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองด้วย อย่างเรามองว่าสวยที่สุด แต่บางคนก็ไม่ได้ชอบ พี่มองว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยม แต่ละคนมีรสนิยมไม่เหมือนกัน เราคงจะไปบังคับให้เขามาชอบชุดเราไม่ได้ ตอนนี้ก็ทำไปได้ประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว”

เมื่อชุดออกไปสู่สายตาผู้คน เตรียมตัวรับกับฟีดแบ็คอย่างไร 

“พี่ไม่เคยเตรียมเลย ไม่เคยจัดการด้วย เราก็ต้องเริ่มมองว่าคนที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้ ก็ต้องรู้จักคิด ต้องมีความสันโดษประมาณหนึ่ง รู้จักคิดว่าสิ่งไหนที่พูดจากความเป็นมืออาชีพ ความมีจริยธรรม สิ่งไหนที่พูดจากอคติ โมหะ เราต้องรู้จักแยกแยะให้ถูก สิ่งไหนที่เราฟังแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์ต่อชีวิต ก็เก็บไปพัฒนาตัวเองได้ หรือบางสิ่งเก็บมาเป็นกำลังใจในการทำงานที่ดีต่อไป หรือแม้กระทั่งคำติเราก็น้อมรับ ถ้ามันเป็นคำติที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรม ไม่มีอคติ เราก็ต้องนำมาคิดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้ส่งผลเสียต่อชีวิตอยู่แล้ว ตรงกันข้ามคำวิจารณ์ที่ออกมาจากความคิดแง่ลบต่างๆ มันไม่มีประโยชน์ต่อตัวเอง ก็ไม่ควรเก็บเอามาใส่ใจ”

 


เรื่อง : Hana_แพรวดอทคอม (ฮานะ)

ภาพ : Asava

keyboard_arrow_up