วอลโว่

VOLVO EXCELLENCE A Legacy of Safety เกือบหนึ่งศตวรรษแห่งการเดินทางที่ปลอดภัย

เมื่อพูดถึงแบรนด์รถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ชื่อของ Volvo (วอลโว่) ย่อมเป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยแนวคิดที่ยึดถือมาอย่างต่อเนื่องเกือบหนึ่งศตวรรษว่า “ความปลอดภัยควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้” แนวคิดนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการพัฒนารถยนต์ให้มีความแข็งแกร่ง แต่ยังหมายถึงการทำความเข้าใจผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนนทุกคน เพื่อนำไปสู่เทคโนโลยีที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุและลดความเสี่ยงจากการเดินทาง

VOLVO EXCELLENCE A Legacy of Safety เกือบหนึ่งศตวรรษแห่งการเดินทางที่ปลอดภัย

ล่าสุด Volvo Car Thailand ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังความมุ่งมั่นดังกล่าวผ่านงาน Volvo Excellence นิทรรศการที่รวบรวมนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและแนวคิดทางวิศวกรรมตลอดระยะเวลาเกือบ 100 ปี พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ถึงบทบาทของวอลโว่ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีส่วนกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์มาจนถึงปัจจุบัน

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ยานยนต์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1959 เมื่อ Nils Bohlin วิศวกรของวอลโว่ คิดค้นเข็มขัดนิรภัยแบบสามจุดขึ้นเป็นครั้งแรก แทนที่จะเก็บสิทธิบัตรไว้ใช้เฉพาะกับรถยนต์ของแบรนด์ วอลโว่เลือกเปิดให้ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ได้อย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่รถยนต์ทั่วโลกยังคงใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้ และมีส่วนช่วยปกป้องชีวิตผู้คนมาแล้วมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลก

ความใส่ใจยังครอบคลุมไปถึงผู้โดยสารตัวน้อย ในปี ค.ศ. 1972 วอลโว่เป็นผู้บุกเบิกที่นั่งเด็กแบบหันไปทางด้านหลังสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญด้านความปลอดภัยสำหรับเด็กที่ยังคงใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อปกป้องผู้โดยสารในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบถุงลมนิรภัยด้านข้าง SIPS-bag ในปี ค.ศ. 1994 หรือระบบ WHIPS ในปี ค.ศ. 1998 ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บบริเวณคอจากอุบัติเหตุรถชนด้านท้าย

เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ก้าวหน้าขึ้น วอลโว่ก็ยังคงพัฒนาระบบที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือกับสถานการณ์บนท้องถนนได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ระบบเตือนจุดอับสายตา BLIS ที่เปิดตัวในปี ค.ศ. 2003 ไปจนถึงระบบตรวจจับคนเดินถนนพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติเต็มรูปแบบในปี ค.ศ. 2010 ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ถนนที่ไม่ได้อยู่ภายในรถยนต์

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ Safe Space Technology ที่วอลโว่พัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 2022 โดยมองความปลอดภัยเป็นระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างครอบคลุม ทั้งระบบปกป้องผู้โดยสาร เทคโนโลยีหลีกเลี่ยงการชน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เซ็นเซอร์รอบคัน และระบบวิเคราะห์ความเข้าใจผู้ขับขี่ (Driver Understanding System) เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุก่อนเกิดเหตุ พร้อมปกป้องผู้คนเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

สิ่งที่น่าสนใจอีกประเด็นคือการออกแบบความปลอดภัยที่คำนึงถึงความแตกต่างของสรีระมนุษย์อย่างเท่าเทียม งานวิจัยจาก Volvo Cars Safety Centre ซึ่งรวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนนตลอดหลายทศวรรษ พบว่ารถยนต์วอลโว่มีการพัฒนาการปกป้องผู้หญิงและผู้ชายอย่างเท่าเทียมมาตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1970 โดยข้อมูลระบุว่าความเสี่ยงโดยรวมต่อการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ลดลงถึง 79 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบรถยนต์ที่ผลิตในช่วงปี ค.ศ. 1970–1979 กับช่วงปี ค.ศ. 2010–2019 ขณะที่ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้หญิงลดลงถึง 88 เปอร์เซ็นต์ จนอยู่ในระดับเดียวกับผู้ชาย

นอกเหนือจากนิทรรศการ งาน Volvo Excellence ยังเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “Uncovering EV Safety Beyond the Battery” เพื่อชวนทำความเข้าใจความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าให้ลึกไปกว่าเรื่องแบตเตอรี่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากวอลโว่ นักวิชาการ และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ตั้งแต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ วิศวกรรมเบื้องหลังระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ไปจนถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานจริง สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความเข้าใจเป็นอีกส่วนสำคัญของการพัฒนาความปลอดภัยในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่าน

เพราะสำหรับวอลโว่ ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงฟังก์ชันที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ แต่เป็นแนวคิดที่เริ่มต้นจากการเข้าใจชีวิตของผู้คน นับตั้งแต่เข็มขัดนิรภัยแบบสามจุดที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกเข้าถึง ไปจนถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยดูแลผู้ขับขี่ในปัจจุบัน ทุกนวัตกรรมล้วนสะท้อนความตั้งใจเดียวกัน นั่นคือการทำให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่อุ่นใจยิ่งขึ้น และทำให้ถนนปลอดภัยสำหรับทุกคน