สัมผัส MGallery Collection ณ ภูเก็ต พร้อมลิ้มลองเมนูพิเศษจากเชฟแพม
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา MGallery Collection จับมือกับเชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟระดับมิชลิน ร่วมถ่ายทอดมิติใหม่ของ Art of the Bar ในโอกาส World Cocktail Months 2569 เปลี่ยนบาร์ให้เป็นจุดหมายแห่งประสบการณ์ที่ผสานศาสตร์แห่งการรังสรรค์ค็อกเทลเข้ากับศิลปะการทำอาหารได้อย่างลงตัว ผ่านการจับคู่ค็อกเทลและเมนูอาหารคำเล็ก ๆ ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน หลังจากประสบความสำเร็จจากประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟดังกล่าว เมนูที่รังสรรค์โดยเชฟแพมจะยังคงให้บริการ ณ โรงแรม MGallery ที่เข้าร่วมทั้ง 6 แห่งทั่วเอเชียต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางปี 2570
เชฟแพม ผู้ก่อตั้ง Potong ร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่คว้าดาวมิชลินได้ตั้งแต่ปีแรก ถือเป็นหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลแห่งวงการอาหารของประเทศไทย โดยได้รับการยกย่องให้เป็น “Asia’s Best Female Chef” ในปี 2567 ก่อนจะก้าวขึ้นคว้าตำแหน่ง “World’s Best Female Chef ในปี 2568 เชฟแพมเป็นที่รู้จักจากแนวคิดการทำอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีรากฐานอยู่บนการสร้างสรรค์ความแตกต่าง ความสมดุล และการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทุกองค์ประกอบของอาหาร แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนผ่านเมนูแต่ละคำที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับค็อกเทลที่จับคู่กัน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าเพียงการรับประทานอาหารหรือดื่มค็อกเทลเพียงอย่างเดียว
เมนูอาหารทานเล่นสูตรพิเศษที่รังสรรค์โดยเชฟแพมจะยังคงให้บริการ ณ โรงแรม MGallery Collection ที่เข้าร่วมในภูเก็ต โซล ซัปโปโร ฮ่องกง หนานจิง และมัลดีฟส์ พร้อมเสิร์ฟคู่กับคราฟต์ค็อกเทลสูตรพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับ World Cocktail Months 2569 ภายใต้ความร่วมมือกับ Citadelle Gin แบรนด์ผู้บุกเบิกคราฟต์จินจากฝรั่งเศสที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยแต่ละ pairing ได้รับการออกแบบให้รสชาติและคาแรกเตอร์ของอาหารและเครื่องดื่มช่วยเสริมซึ่งกันและกันตลอดประสบการณ์

เมนูซิกเนเจอร์ของเชฟแพมเผยให้เห็นการเล่นกับรสชาติ เนื้อสัมผัส และวัตถุดิบที่แตกต่างกัน โดยแต่ละจานมาพร้อมค็อกเทลที่ได้รับการจับคู่โดยเฉพาะ ประสบการณ์ครั้งนี้เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสแนวคิดของเชฟแพมผ่านเมนูหลากหลายรสชาติและเนื้อสัมผัส โดยแต่ละจานได้รับการจับคู่กับค็อกเทลที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มองค์ประกอบของอาหาร เริ่มจาก Caviar-Crowned Tartare เนื้อวัวปรุงรสด้วยชิโอะคอมบุ เสิร์ฟมาในโคนพร้อมชิลลี่ครีม เคียงคู่กับ Prohibition Martini ที่นำ Dirty Martini มาตีความใหม่ พร้อมเพิ่มความครีมมี่ด้วยพาร์เมซานชีส
ตามมาด้วย Tender Temptation Wings ไก่ทอดไร้กระดูก เสิร์ฟพร้อมดิปที่ผสานพริก มะนาว และมะขาม จับคู่กับ The Botanist’s Waltz ค็อกเทลกลิ่นหอมที่หยิบแรงบันดาลใจจากค็อกเทลคลาสสิกในยุค 1910 มานำเสนอในมุมมองใหม่ ขณะที่ Sun-Kissed Crab นำเนื้อปูมาจับคู่กับแกงกะหรี่เหลืองและมัสตาร์ดมายองเนส เสิร์ฟพร้อม Midnight Fizz Society ซึ่งต่อยอดจาก Cuba Libre ด้วยการเติมแชมเปญในช่วงท้าย
อีกหนึ่งเมนูคือ Truffle Shuffle Polenta โพเลนต้าย่างไฟอ่อน ๆ เพิ่มความหอมด้วยเนยทรัฟเฟิลและพาร์เมซานชีส เสิร์ฟคู่กับ Cult of Verde ที่นำค็อกเทลคลาสสิกอย่าง Last Word มาตีความใหม่ให้มีมิติยิ่งขึ้น ก่อนปิดท้ายด้วย Squid’s Midnight Dip ปลาหมึกทอดสีเหลืองทอง ปรุงรสด้วยเกลือคอมบุและเสิร์ฟพร้อมดิปหมึกดำ จับคู่กับ Archive of Tomorrow ค็อกเทลที่นำกลิ่นอายแบบเมดิเตอร์เรเนียนมาเชื่อมโยงโลกของอาหารและเครื่องดื่มเข้าด้วยกัน
นอกจากเมนูซิกเนเจอร์เหล่านี้แล้ว เชฟแพมยังได้สร้างสรรค์เมนูในรูปแบบต่าง ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัตถุดิบท้องถิ่นและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละจุดหมายปลายทาง โดยในประเทศไทยและมัลดีฟส์ แขกผู้เข้าพักสามารถลิ้มลอง Shrimp Garden Toast และ Air & Fire Corn ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงนำเสนอเมนู Fiery Mantou Bun และ Soy-Dipped Purple Fries ส่วนในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ พบกับ Tofu & Apple Eclipse และ Sea Breeze Tartare

นอกเหนือจากประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม MGallery Collection ยังชวนให้ค้นพบเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการเข้าพัก โดยในภูเก็ต ประสบการณ์ของ MGallery ถ่ายทอดผ่าน Avista Hideaway Patong Resort & Spa Phuket – MGallery Collection และ และ Avista Grande Karon Resort & Spa Phuket – Mgallery Collection สองโรงแรมที่นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนในจุดหมายปลายทางเดียวกันผ่านบรรยากาศและคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน พร้อมเติมเต็มการเดินทางด้วยประสบการณ์ด้านอาหารอันโดดเด่น ตั้งแต่ Tambu Phuket ห้องอาหารรูฟท็อปเจ้าของรางวัลในป่าตอง ซึ่งโดดเด่นด้วยอาหารอินเดียร่วมสมัยที่รังสรรค์ผ่านการปรุงด้วยเตาถ่าน ท่ามกลางบรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชวังและกระโจมในยุคโมกุล ไปจนถึง CHAR’D Grill สเต๊กเฮาส์และซีฟู้ดกริลล์แห่งแรกในภูเก็ตที่มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารเหนือน้ำ ผสานการปรุงอาหารด้วยเปลวไฟแบบ flame-to-table เข้ากับการนำเสนอและปรุงอาหารข้างโต๊ะ เพื่อสร้างอีกหนึ่งประสบการณ์การรับประทานอาหารที่น่าจดจำบนเกาะภูเก็ต