The Next Generation of Giving เมื่อคนรุ่นใหม่เชื่อว่า “โอกาส” คือของขวัญที่มีค่าที่สุด
“ความสำเร็จที่แท้จริง อาจไม่ได้วัดจากสิ่งที่เราได้รับ แต่อยู่ที่โอกาสที่เราสามารถส่งต่อให้ผู้อื่น”
นี่คือแนวคิดที่สะท้อนตัวตนของ น้องแวว – รษิกา เตชะเจริญวิกุล เยาวชนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงสังคม ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากทรัพยากรมหาศาล แต่อาจเริ่มจากความเข้าใจในชีวิตของผู้อื่นและกล้าที่จะลงมือทำ
แม้จะเติบโตท่ามกลางครอบครัวนักธุรกิจ แต่สิ่งที่น้องแววได้รับการหล่อหลอมจากคุณพ่อ (คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล) และคุณแม่ (คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล) คือการตระหนักถึง “ความรับผิดชอบต่อสังคม” และเชื่อว่า “การเติบโตที่แท้จริงไม่ใช่การก้าวไปข้างหน้าคนเดียว แต่คือการพาคนอื่นเติบโตไปพร้อมกับเรา”

เพราะทุกคนควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าพวกเขาจะเคยผ่านอะไรมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่สังคมมักมองข้ามมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง นั่นคือผู้ต้องขังหญิงหลายคนอาจมองเห็นเพียงความผิดพลาดในอดีต แต่สำหรับน้องแวว ผู้หญิงเหล่านี้ยังคงเป็นแม่ เป็นลูก เป็นภรรยา และเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีความหวัง ความฝัน และมีคุณค่าในตัวเองเธอจึงอยากที่จะมีส่วนช่วยให้พวกเขากลับมาเชื่อในคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง
จึงนำไปสู่การเริ่มทำงานของน้องแววร่วมกับผู้ต้องขังหญิงกว่า 100 คนในทัณฑสถานหญิงกลาง ผ่านกิจกรรมที่มุ่งฟื้นฟูสายสัมพันธ์ในครอบครัว เสริมสร้างสุขภาวะทางจิตใจ และเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ การเล่านิทานสำหรับผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ โดยเปิดพื้นที่ให้แม่ได้สื่อสารกับลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ กิจกรรมนี้จึงไม่เพียงส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างแม่และลูกตั้งแต่ก่อนคลอด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเด็กในระยะยาว
นอกจากนี้น้องแววยังจัดวงสนทนาที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ต้องขังหญิงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต ความหวัง และความฝัน พร้อมเชื่อมโยงเสียงของพวกเธอสู่สังคมภายนอก เพื่อต่อยอดไปสู่การทำหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่น้องแววเขียนและวาดภาพประกอบด้วยตนเอง โดยถ่ายทอดเรื่องราวของลูกหมีตัวน้อยที่ออกตามหาแม่ เพื่อช่วยเยียวยาเด็กที่ต้องเผชิญการพลัดพรากจากครอบครัว และส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก แม้ในวันที่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของโครงการ “เด็กมีแวว (Spark of Promise)” ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการสร้างโอกาสให้แก่เด็กที่มีพ่อแม่ถูกคุมขัง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา แทนที่จะขอรับการบริจาคโดยตรง น้องแววเลือกใช้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ออกแบบกระเป๋าผ้า ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ต้องขังหญิงคนหนึ่งที่เฝ้ามองดวงจันทร์ทุกคืนด้วยความคิดถึงลูก
กระเป๋าผ้าแต่ละใบจึงไม่ใช่เพียงสินค้าการกุศล หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันถูกจองจำ และเป็นเหมือนสะพานแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงผู้ให้กับผู้รับเข้าไว้ด้วยกัน โดยรายได้ทั้งหมดนำไปสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กที่ได้รับผลกระทบจากการพลัดพรากในครอบครัว เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และก้าวไปสู่อนาคตที่สามารถกำหนดได้ด้วยตนเอง
ถือเป็นการสร้าง Social Impact ที่ไม่ใช่การให้เพียงชั่วคราว แต่คือการสร้างโอกาสที่สามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของใครบางคนได้อย่างยั่งยืน
เพราะน้องแววเชื่อเสมอว่า…ความช่วยเหลืออาจเปลี่ยนวันนี้ได้หนึ่งวัน แต่โอกาสสามารถเปลี่ยนอนาคตได้ทั้งชีวิต