‘โอปอล-สุชาตา’ ชัยชนะคือจุดสตาร์ทของเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม
หากพูดถึงคำว่า “ชัยชนะ” หลายคนอาจมองว่ามันคือเส้นชัยหรือจุดสูงสุดของความพยายาม แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 เธอกลับมองต่างออกไป เพราะตำแหน่งระดับโลกนี้เป็นเพียง ‘จุดเริ่มต้น’ ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม วันนี้บนเวที Praew Talk 2026 เธอได้มาร่วมแชร์มุมมองแบบเจาะลึก ถึงเบื้องหลัง Mindset ที่แข็งแกร่ง พลังจากครอบครัว และก้าวต่อไปในอนาคตที่ไม่มีคำว่าหยุดพัฒนา

The New Chapter After Winning
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาในฐานะ Miss World 2025 เดินทางเยอะมาก ต้องปฏิบัติภารกิจระดับโลกมากมาย งานที่ทำไปเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ไหมคะ?
โอปอล: “ต้องบอกว่าการคว้ามงกุฎ Miss World เป็นจังหวะชีวิตที่ใกล้เคียงกับไทม์ไลน์ที่โอปอลวางไว้มากค่ะ อาจจะมีดีเลย์ไปบ้างในเรื่องแผนการเรียนและการทำงาน แต่ในภาพรวมถือว่าเป็นไปตามแผนทุกอย่าง ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ‘การเรียนรู้’ ตลอด 1 ปีนี้ ตอนแรกโอปอลคิดแค่ว่าจะเดินทางไปช่วยมูลนิธิต่างๆ ทั่วประเทศไทย แต่พอถึงเวลาจริง เราได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ได้ทำงานร่วมกับผู้ใหญ่ องค์กรต่างชาติ และผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมจากทั่วโลก เป็นปีที่เรียกว่าได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิดไว้เยอะมากค่ะ”

จากการเดินทางไปเห็นประเด็นสังคมและงานจิตอาสาในต่างประเทศ มีแง่มุมไหนที่เราอยากนำมาปรับใช้กับงานจิตอาสาในเมืองไทยบ้าง?
โอปอล: “ความตั้งใจแรกของโอปอลคือการไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกประเทศ ควบคู่ไปกับการนำสิ่งดีๆ ในบ้านเราไป Proudly Present ให้ชาวโลกได้เห็น ซึ่งจากการลงพื้นที่และศึกษาดูงานตามศูนย์วิจัยต่างๆ ทำให้รู้ว่าระบบการแพทย์และการวิจัยของไทย โดยเฉพาะเรื่องมะเร็งเต้านมที่เราขับเคลื่อนอยู่ มีศักยภาพที่ดีไม่แพ้ต่างชาติเลยค่ะ
แต่สิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากคือตอนที่ไปดูงานระบบ One-Stop Service ด้านโรคมะเร็งที่สหราชอาณาจักร (UK) มันสะดวก ลื่นไหล และรวดเร็วมาก ซึ่งโอปอลอยากเห็นระบบแบบนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยเยอะๆ มันจะช่วยสร้างความอุ่นใจ ลดความกังวลใจให้ผู้ป่วยได้”
Bridge the Gap: healthcare & Education
ในฐานะที่โอปอลคลุกคลีกับงานจิตอาสาและเห็นประเด็นสังคมในไทยมาค่อนข้างครอบคลุม คิดว่าปัญหาไหนในประเทศที่ควรได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดคะ?
โอปอล: “ทุกบริบทสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้เสมอค่ะ ในพาร์ตของ Healthcare บุคลากรทางการแพทย์ของไทยมีต้นทุนที่ดีมากอยู่แล้ว แต่อาจจะมีช่องว่างเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องช่วยเสริม เพื่อให้พวกเขาสามารถปรับชีวิตการทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้สะดวกแต่อีกหนึ่งประเด็นที่โอปอลให้ความสนใจมากๆ คือ เรื่องการศึกษา ค่ะ ดีใจมากที่วันนี้ได้มาร่วมซัปพอร์ตในงาน Praew Talk เพราะโอปอลเองเป็นคนภูเก็ตที่ต้องย้ายมาเรียนในกรุงเทพฯ เราโตมากับคำถามในใจตลอดว่า ‘ทำไมเด็กต่างจังหวัดต้องย้ายเข้ามาในเมืองหลวงเพื่อที่จะได้รับการศึกษาที่ดี?’ ทั้งที่จริง ๆ มันควรเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่เด็กและเยาวชนทั่วประเทศควรได้รับอย่างเท่าเทียม คงจะดีไม่น้อยถ้าเด็กๆ ได้มีโอกาสเลือกเรียนในสถานศึกษาที่มีคุณภาพใกล้บ้าน ใกล้ครอบครัว โดยไม่ต้องเผชิญความลำบากในการเดินทางหรือย้ายถิ่นฐานค่ะ”

เวที Praew Talk ในครั้งนี้ก็ตั้งใจเป็นสะพานเชื่อมโอกาสนั้น… ถ้าลองมองย้อนกลับไปในอดีต คิดว่าการตัดสินใจครั้งไหนในชีวิตของโอปอล คือการตัดสินใจที่ถูกต้องและดีที่สุดคะ?
โอปอล: “คงเป็นการตัดสินใจประกวด Miss World ค่ะ (ยิ้ม) เพราะเป็นสิ่งที่เราประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตช่วงวัยนี้ มันเกิดจากการที่เราค่อยๆ สร้างทางเลือกและบิวต์ตัวเองมาตลอด วันนี้เราทำสำเร็จ และมีโอกาสส่งต่อพลังให้ทุกคนได้เห็นว่า ศักยภาพของเราสามารถทำประโยชน์อะไรให้กับสังคมและคนรอบข้างได้บ้าง”
The Power of Trust & Iron Mindset
อะไรคือเบื้องหลังที่หล่อหลอมตัวตน Mindset แข็งแกร่ง นี้ขึ้นมา?
โอปอล: “ต้องเริ่มจากสถาบันครอบครัวเลยค่ะ ก่อนที่เราจะกล้าคิดกล้าทำ คนรอบข้างต้องเปิดโอกาสให้เราก่อน คุณพ่อคุณแม่สอนให้โอปอลรู้จัก ‘เชื่อใจ’ ทั้งเชื่อใจในตัวเองและเชื่อใจคนรอบข้าง พวกท่านเป็นคนแรกที่ทำให้โอปอลรู้สึกว่า ท่านไว้ใจให้เราตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง
โอปอลเคยคุยเล่นกับคุณพ่อคุณแม่ว่า ‘รู้ไหมว่าการที่ยอมปล่อยให้หนูทำแบบนี้ แปลว่าคุณพ่อคุณแม่มั่นใจในหลักสูตรที่สร้างหนูขึ้นมานะ’ (หัวเราะ) เพราะสุดท้าย สิ่งที่ท่านไว้ใจให้เราทำ มันคือสิ่งที่เราซึมซับและถูก Input มาจากท่านนั่นแหละ มันเลยทำให้เรากล้าคิดกล้าตัดสินใจ โดยมีเงื่อนไขว่า ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เราต้องยอมรับมันให้ได้แต่ยอมรับเลยนะคะว่าตอนตัดสินใจประกวด Miss World เป็นครั้งแรกในชีวิตที่กลัวผลลัพธ์ เพราะก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะทำอะไร ผลออกมาคือได้หรือไม่ได้ มันคือ 0 หรือ 1 ไม่ใช่การติดลบ แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าคิดเยอะมาก แต่สุดท้ายเราก็ก้าวข้ามความกลัวนั้นมาได้ด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่นจากครอบครัวค่ะ”

Step into the Future
หลังจากนี้ โอปอลวางเป้าหมายและเส้นทางอนาคตของตัวเองไว้อย่างไรบ้างคะ?
โอปอล: “ตอนนี้ทุกคนถามบ่อยมากค่ะว่าจะกลับไปเรียนเมื่อไหร่ (หัวเราะ) เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยเลยพักไว้ก่อน แพลนคือปีหน้าจะกลับไปเรียนต่อแน่นอนค่ะ ควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิง เพราะโอกาสเปิดกว้างมากขึ้น มีหลายงานที่อยากลองทำ ทั้งการแสดงและดนตรี เพื่อค้นหาศักยภาพใหม่ๆ ในตัวเอง และหลังจากนั้นในระยะยาว ก็จะก้าวไปสู่เส้นทางสายอาชีพที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก นั่นก็คือ สายงานการทูต ค่ะ”
โอปอลคิดว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาจะช่วยปลดล็อกศักยภาพและความกล้าในใจของเด็กๆ ที่ขาดแคลนได้อย่างไรบ้าง?
โอปอล: “การศึกษาคือรากฐาน (Foundation) ที่สำคัญที่สุดของเด็กๆ รองจากครอบครัวค่ะ การสร้างฐานที่มั่นคงและแข็งแรง วันหนึ่งที่พวกเขามีความฝันหรืออยากลุกขึ้นมาทำอะไร ความรู้ ความสามารถ คอนเนกชั่น และมิตรภาพที่ได้จากการศึกษาจะเป็นแรงขับเคลื่อน (Boost) ให้เขาทำตามความฝันได้ทันที มันเหมือนกับที่คุณพ่อคุณแม่สร้างความเชื่อใจให้โอปอล เมื่อเด็กๆ มีพื้นฐานการศึกษาที่ดี มีความรู้ในมือ มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจในการต่อยอดชีวิต และการศึกษาที่ดี…เปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้จริงๆ ค่ะ”

สำหรับน้องๆ หรือคนที่มีความฝัน แต่ยังติดกับดักความคิดที่ว่า “ฉันยังไม่พร้อม…ฉันยังดีไม่พอ” โอปอลอยากจะบอกอะไรกับพวกเขาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจดีๆ คะ?
โอปอล: “จากประสบการณ์ตรงของโอปอลในเวทีนางงาม สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ ‘ในโลกนี้ไม่มีคำว่าพร้อม 100% หรอกค่ะ’ ตราบใดที่เรายังเป็นมนุษย์ เราจะมีพื้นที่ให้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา การที่เราคิดว่าตัวเองมีแค่ 99% นั่นเป็น Mindset ที่ดีมากแล้วนะคะ เพราะมันแปลว่าเราเหลืออีก 1% ไว้ให้เรียนรู้และเติบโต ถ้าเรารอให้พร้อมเต็มร้อย เราอาจจะไม่ได้เริ่มกดปุ่มสตาร์ตเลยก็ได้ตอนโอปอลประกวดครั้งแรก หลายอย่างก็ต้องไปเรียนรู้เอาหน้างาน สิ่งสำคัญคือใจเราพร้อมที่จะเปิดรับและเรียนรู้หรือยัง ถ้าใจพร้อม ศึกษาข้อมูลมาดีพอแล้ว ลุยเลยค่ะ! ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ เพราะในทุกๆ ก้าว…เราเติบโตขึ้นเสมอค่ะ”