โวซินญ่า จากเด็กที่ถูกล้อ สู่ฮีโร่ผู้พาเคปเวิร์ดสร้างประวัติศาสตร์ในบอลโลก 2026
ไม่กี่สัปดาห์ก่อน ชื่อของ โวซินญ่า (Vozinha) ยังแทบไม่มีใครรู้จักนอกประเทศเคปเวิร์ด แต่ฟุตบอลโลก 2026 ได้เปลี่ยนชีวิตของผู้รักษาประตูวัย 40 ปีคนนี้ไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยฟอร์มการเซฟอันโดดเด่นที่พาทีมชาติจากประเทศเล็ก ๆ สร้างเซอร์ไพรส์ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะต่อกรกับแชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินาได้อย่างสมศักดิ์ศรี จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดของทัวร์นาเมนต์
โวซินญ่า จากเด็กที่ถูกล้อ สู่ฮีโร่ผู้พาเคปเวิร์ดสร้างประวัติศาสตร์ในบอลโลก 2026


โวซินญ่า หรือชื่อจริง โจซิมาร์ โชเซ เอโวรา ดิอัส (Josimar José Évora Dias) เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 1986 ที่เมืองมินเดโล บนเกาะเซาวิเซนตี ประเทศเคปเวิร์ด เขาเติบโตมากับคุณตาและคุณยาย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิต
ส่วนชื่อ “โวซินญ่า” ที่หลายคนจดจำนั้น ไม่ได้มาจากฉายาเท่ ๆ แต่เกิดจากการถูกเพื่อนล้อในวัยเด็ก เมื่อเขามักวิ่งกลับไปหาคุณตาคุณยายทุกครั้งที่ทะเลาะหรือแพ้ฟุตบอล เพื่อนจึงเรียกเขาว่า “Vozinha” ซึ่งในภาษาโปรตุเกสหมายถึง “คุณยายตัวน้อย” จากคำล้อในวันนั้น กลับกลายเป็นชื่อที่เขาเลือกใช้มาตลอดอาชีพ เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเขามา

เส้นทางนักฟุตบอลของโวซินญ่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาไม่ใช่นักเตะดาวรุ่งที่ถูกจับตามองตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ค่อยๆ สร้างชื่อผ่านการค้าแข้งในหลายประเทศ ทั้งแองโกลา มอลโดวา โปรตุเกส ไซปรัส และสโลวาเกีย ก่อนจะกลายเป็นกำลังหลักของทีมชาติเคปเวิร์ดตั้งแต่ปี 2012 และรับใช้ชาติมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ

ปี 2026 คือปีที่ชื่อของโวซินญ่าถูกพูดถึงไปทั่วโลก หลังเคปเวิร์ดผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ และประเดิมสนามด้วยการเสมอสเปน 0-0 ผลงานส่วนสำคัญมาจากฟอร์มของผู้รักษาประตูวัย 40 ปี ที่เซฟได้ถึง 7 ครั้ง จนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์ และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองของทัวร์นาเมนต์

จากเดิมที่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมเพียงหลักหมื่น จำนวนผู้ติดตามของเขาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นหลักล้านภายในเวลาไม่กี่วัน เรื่องราวของผู้รักษาประตูวัย 40 ปีจากประเทศเล็ก ๆ ถูกพูดถึงไปทั่วโลก จนกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ของฟุตบอลโลกครั้งนี้
แต่ความประทับใจของเคปเวิร์ดยังไม่จบเพียงรอบแบ่งกลุ่ม หลังผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับแชมป์เก่าอย่างอาร์เจนตินา ทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก นำโดย ลิโอเนล เมสซี หลายฝ่ายคาดว่าการแข่งขันจะจบลงแบบขาดลอย แต่เคปเวิร์ดกลับสร้างหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนต์

อาร์เจนตินาขึ้นนำถึงสองครั้ง แต่เคปเวิร์ดก็ตามตีเสมอได้ทั้งสองหน จนเกมยืดเยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่อาร์เจนตินาจะเฉือนชนะ 3-2 จากประตูชัยในนาทีที่ 111 แม้จะเป็นฝ่ายตกรอบ แต่ผลงานของเคปเวิร์ดได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก โดยเฉพาะโวซินญ่า ซึ่งยังคงโชว์ฟอร์มเหนียวแน่น และช่วยให้ทีมมีลุ้นสร้างปาฏิหาริย์จนถึงวินาทีสุดท้าย ขณะที่ ลิโอเนล สกาโลนี กุนซืออาร์เจนตินา ยอมรับหลังเกมว่า นี่คือแมตช์ที่ทำให้ลูกทีมต้อง “เหนื่อยและลำบาก” มากที่สุดเกมหนึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้

แม้ฟุตบอลโลกของเคปเวิร์ดจะจบลงเพียงรอบน็อกเอาต์ แต่สำหรับแฟนบอลทั่วโลก พวกเขาคือทีมที่ชนะใจผู้ชม และโวซินญ่าคือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ความอดทน และการไม่ยอมแพ้
ที่มา : FIFA.com, Transfermarkt, National Football Teams, BBC Sport / ESPN / The Guardian, World Bank และ CIA World Factbook
ภาพ : Getty Images, Instagram: @vozinhagk