Le Labo

The Essence of Perfumery หนังสือบันทึก 20 ปี ของ Le Labo ผ่านกลิ่น ความทรงจำ และแรงบันดาลใจ

“ยี่สิบปีหลังจากแล็บแห่งแรกของเราได้เปิดตัวในย่าน Nolita ที่ New York​ เราอยากที่จะบันทึกหมุดหมายนี้ไว้ผ่านหนังสือ Le Labo: The Essence of Slow Perfumery​ ซึ่งจะเป็นทั้งการบันทึก การรำลึกถึง และเสมือนเป็นคำเชื้อเชิญ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมบทความส่วนตัว ภาพถ่าย และความทรงจำที่ตกผลึก​ เพื่อเฉลิมฉลองสองทศวรรษแห่งงานฝีมือ การสร้างสรรค์ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ และความใส่ใจในทุกสิ่งที่เราทำ”​

Deborah Royer​

Global Brand President & Creative Director​

Le Labo Fragrances​

Brooklyn, New York

The Essence of Perfumery หนังสือบันทึก 20 ปี ของ Le Labo ผ่านกลิ่น ความทรงจำ และแรงบันดาลใจ

20 ปี แห่ง SLOW PERFUMERY

เมื่อยี่สิบปีก่อน เราได้เปิดแล็บ Le Labo แห่งแรกบนถนน Elizabeth ย่าน Nolita ใน New York ​จุดเริ่มต้นอย่างเงียบสงบนั้น ค่อย ๆ จุดประกาย และเติบโตเป็นการขับเคลื่อนของกลิ่นและประสาทสัมผัส​ ผ่านศาสตร์ Slow Perfumery – การใช้เวลาอย่างเชื่องช้าในการปรุงน้ำหอมสดด้วยมือ ทีละขวด ​ในแล็บ และตามคำสั่ง แต่ละกลิ่นจึงถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่มันถูกขอให้มีอยู่​

​เรากลับไปสู่รากของศาสตร์น้ำหอมนี้ ให้แล็บได้เป็นพื้นที่ของการเชื่อมโยง การรับรู้ ​และการค้นพบตัวตน ควบคู่ไปความงามที่มีจิตวิญญาณ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราลดเสียงรบกวน และตั้งใจฟังอย่างรู้ตัว​

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ​เราได้รับการต้อนรับจากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก​ และ Le Labo ได้กลายเป็นชุมชนของผู้คนที่มีความรู้สึกร่วมเดียวกัน​

การครบรอบยี่สิบปีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเวลาได้พาเราเข้าใกล้เจตนารมณ์ตอนก่อตั้งแบรนด์มากขึ้น พร้อมทั้งส่องทางข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ​ช่วยตอกย้ำความเชื่อของเราว่า กลิ่นหอมนั้นสามารถทำให้เราค้นพบและรู้จักกับความจริงภายในตัวเองได้

FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_S33-Bottle_4x5.jpeg


​The Essence of Slow Perfumery เขียนโดย Deborah Royer​

คือวิธีที่เราใช้เฉลิมฉลองการเดินทางครั้งนี้ และแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างทาง​ ผ่านคอลเลกชั่นที่รวบรวมบทความส่วนตัว บันทึกความคิด ภาพถ่าย ที่ค่อยๆ กลั่นเอาแก่นความคิดและหลักการซึ่งเป็นหัวใจของ Le Labo ออกมา​

​หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 10 บท ตั้งแต่เรื่องสัมผัสที่ไม่อาจทดแทนได้ของงานฝีมือ, ​พื้นที่แห่งความนิ่งและการรับรู้, ปรัชญา wabi-sabi ของญี่ปุ่น, ภาษาของกลิ่นหอม​ ,ความสัมพันธ์ของเวลาในฐานะทั้งครู และมิตร รวมไปจนถึงการเลือกให้ “ความเชื่องช้า” มีคุณค่า ท่ามกลางโลกที่เร่งรีบขึ้นทุกวัน​

​ภายในเล่มรวบรวมช่วงเวลาจากคลังบันทึกของเรา, ​เศษเสี้ยวของถ้อยคำที่ได้ยินผ่านหูซึ่งเผยให้เห็นพลังของกลิ่นในการกระตุ้นความทรงจำ,​ วัตถุที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงของเรา, ​ภาพและร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่าแนวคิดเหล่านี้ ได้ค่อย ๆ กลายเป็นเส้นทางของ Le Labo ได้อย่างไร รวมถึงการรวบรวมความคิดจากผู้คนที่มีแนวคิดเดียวกันซึ่งเราได้พบระหว่างการเดินทาง​

​The Essence of Slow Perfumery เป็นทั้งการหวนกลับมามองอดีต เป็นทั้งปรัชญา​
และเป็นทั้งเข็มทิศ ที่ยกย่องพลังของการอยู่กับปัจจุบัน พร้อมทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทาง​
สำหรับผู้ที่ต้องการกลับไปสำรวจความคิด ที่จะเผยตัวออกมา เมื่อเราไว้ใจให้ประสาทสัมผัสนำทางเรา

จำนวนหน้า: 551 หน้า​ วางจำหน่ายวันที่ 1 เมษายน 2026 ที่ร้าน Le Labo สาขาซอยอารีย์

FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_DR-PORTRAIT-2_4x5.jpeg

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด 20 ปีของ LE LABO ช่วงเวลาใดที่มีความหมายกับคุณมากที่สุด?​

DEBORAH ROYER: เมื่อมองย้อนกลับไป ประสบการณ์ที่เด่นชัดที่สุดสำหรับฉัน มักเชื่อมโยงกับสถานที่ต่างๆ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการหล่อหลอมเรา​

​รากฐานของเราในเมือง Grasse สอนให้เราเรียนรู้การฟังจังหวะอันไม่เร่งรีบของภูมิประเทศ พร้อมทั้งพาเราเรียนรู้ขนบธรรมเนียมของศาสตร์น้ำหอม​

​ขณะที่ใน New York เราได้พบกับอีกด้านหนึ่งอย่างสิ้นเชิง — พลังงานที่เปี่ยมล้น ไม่อยู่นิ่ง และเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ ​

​การเปิดแล็บแห่งแรกของเราในย่าน Nolita เมื่อปี 2006 คือความพยายามในการทำให้ความแตกต่างเหล่านี้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ด้วยการนำงานฝีมือและกระบวนการของ Slow Perfumery ซึ่งมักจะถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังในโลกที่เร่งรีบ มาเปิดเผยต่อสายตาของผู้ที่เข้ามาในแล็บ สิบแปดปีต่อมา ในปี 2024 การเปิดแล็บ Machiya ของเราใน Kyoto คือเครื่องยืนยันว่าเมล็ดพันธุ์ที่เราปลูกไว้ตั้งแต่วันแรกได้เติบโตเป็นการมีอยู่ที่ยั่งยืนและสามารถผลิบานได้อย่างงดงามที่สุดในประเทศที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรามาอย่างยาวนานสถานที่ซึ่งคุณค่าของเราสามารถรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม​

ท่ามกลางสถานที่และวัฒนธรรมที่หลากหลายเหล่านี้ สิ่งที่ตรึงใจฉันมากที่สุด คือการได้เห็นว่ากลิ่นหอมพูดได้ด้วยภาษาสากล มันสามารถย่นระยะทาง ปลุกความทรงจำ และส่องสว่างเข้าไปถึงความลึกภายในตัวเรา การได้เป็นพยานของช่วงเวลาเหล่านั้น เตือนใจฉันอยู่เสมอด้วยความอ่อนน้อมว่า​
สิ่งที่เราสร้างขึ้นนั้นไม่เคย “เป็นของเรา” เพียงฝ่ายเดียว แต่มันเป็นพื้นที่ของบางสิ่งที่ใหญ่กว่า​

การได้สัมผัสว่ากลิ่นหอมที่เราปล่อยออกไปสู่โลก กลับคืนมาหาเราในรูปแบบที่ถูกแปรเปลี่ยน​
ได้ถูกจดจำ ได้ผ่านการตีความ และเติมเต็มผ่านเรื่องราวของใครอีกคนหนึ่ง​
คือพลังแห่งการแลกเปลี่ยนที่งดงาม และเป็นของขวัญที่ยังคงพาฉัน — และพวกเราทุกคน — ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_EDP-Lineup_4x3.jpeg

ในโลกที่เคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ อะไรคือสิ่งของ LE LABO ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป?​

DEBORAH ROYER:​

ปรัชญาของ Le Labo ไม่ได้เปลี่ยนไป หากแต่ค่อย ๆ ชัดเจน และได้รับการหล่อหลอมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามกาลเวลา ทุกถ้อยคำใน Manifesto ตอนก่อตั้งของเรา ยังคงทำหน้าที่เป็นเข็มทิศนำทางมาจนถึงวันนี้ การรักษาความใกล้ชิดในงานของเรา และความทุ่มเทต่อวิถีปฏิบัติที่เชื่อมั่น​ คือการตัดสินใจที่เราทำทุกวันด้วยความตั้งใจ แม้เส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายมากขึ้น​

น้ำหอมของเรายังคงถูกสร้างขึ้นในแบบเดียวกับวันแรกเริ่ม ผ่านการปรุงสดด้วยมือ ในแล็บ ขวดต่อขวด และเมื่อได้รับคำขอเท่านั้น กระบวนการนี้ใช้เวลาอย่างเชื่องช้า แต่ก็เป็นปฏิเสธทางลัด และหลีกเลี่ยงการผลิตในจำนวนมากไปในตัว เป็นการรักษาคุณค่าที่ไม่อาจทดแทนได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราใช้มือลงมือทำ และอดทนให้ทุกสิ่งเป็นไปตามจังหวะของมัน​

ทั้งนี้ความคงอยู่ถาวรนั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตา เช่นเดียวกับงานฝีมือที่มีชีวิต​ ที่ต้องเติบโต ไม่ใช่ยึดติดอยู่กับอดีต ​

อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลงคือแก่นของเรา ในการรักษาสิ่งที่สำคัญและมีความหมายต่อเรา ขณะเดียวกับการเปิดพื้นที่เล็กๆเพื่อปล่อยให้มันเติบโตขึ้น ท่ามกลางโลกที่พยายามดึงทุกอย่างให้เคลื่อนไปด้วยความเร็ว

คุณเคยอธิบายว่า LE LABO เป็นมากกว่าแบรนด์ แต่เป็นการขับเคลื่อน​

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไร และคุณรักษาจิตวิญญาณนั้นไว้อย่างไรเมื่อมันเติบโตขึ้น​

DEBORAH ROYER:​
การขับเคลื่อนด้านงานฝีมือ และกลิ่นของเรา ได้สร้างบทสนทนา และคำเชื้อเชิญกับผู้คน ที่ต่างค้นพบเส้นทางของตัวเองมายัง

Le Labo และร่วมกันสร้างเป็นกลุ่มความหลงไหลที่ค่อย ๆ ขยายตัว​ เป็นการปฏิวัติในความเงียบ ที่เกิดขึ้นจากพลังของกลิ่นที่พาเราไปค้นพบกับความรู้สึกในตัวเรา​

การขับเคลื่อนมีแรงของมันเอง เป็นพลังที่ดำรงอยู่เหนือบุคคลหรือองค์กรใดเพียงลำพัง​
ตั้งแต่แรกเริ่ม Le Labo เราไม่เคยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้น แต่เป็นสิ่งที่เราเพียงช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดขึ้น​

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันได้เห็นสิ่งที่เราทำในแล็บ และประสบการณ์ที่เราสร้างผ่านกลิ่น ค่อย ๆ ถูกส่งต่อผ่านผู้คน เป็นพลังที่ไม่อาจควบคุม ชี้นำ หรือกักเก็บไว้ได้ ทำได้เพียงส่งต่อจากคนนึงสู่อีกคนนึง​

การรักษาจิตวิญญาณนี้ คือการยอมรับว่าเราไม่อาจบังคับให้เกิดความเชื่อมโยง​
เราทำได้เพียงสร้างพื้นที่ ที่เอื้อให้มันเกิดขึ้นเอง

FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_Fresh-Blend2_4x3.jpeg

THE ESSENCE OF SLOW PERFUMERY ประกอบด้วยบทความ ภาพ และบทสนทนา ที่รวมกันเหมือนเป็นคลังความทรงจำทางประสาทสัมผัส คุณหวังจะสื่อสารอะไรผ่านหนังสือเล่มนี้ และคุณมองเรื่องความทรงจำ รวมถึงการเก็บรักษาสิ่งที่ไม่ถาวรอย่างไร?​

DEBORAH ROYER:​
ความทรงจำเป็นเรื่องส่วนบุคคล จำได้เพียงบางส่วน เลือนหายได้ง่าย และผูกพันกับประสาทสัมผัส​ บ่อยครั้งที่เราไม่ได้จำเหตุการณ์ได้ทั้งหมด แต่จำเพียงเศษเสี้ยวของมัน หรือความรู้สึกในช่วงเวลานั้น​ ซึ่งสิ่งเหล้านี้อาจถูกกระตุ้นขึ้นมาโดยกลิ่น เสียง หรือภาพ ​น้ำหอมมีพลังพิเศษในการย่นระยะเวลา พาเราข้ามไปมาระหว่างอดีต และปัจจุบัน​ ระหว่างสิ่งที่เคยเป็น และสิ่งที่อาจเกิดขึ้น​ แม้มันจะไม่ถาวร แต่มันทิ้งร่องรอยไว้ในใจอย่างยาวนาน​

ฉันอยากให้หนังสือเล่มนี้เคารพความรู้สึกนั้น และการจดจำที่อาจคลุมเครือ ไม่เป็นเส้นตรง​ ซึ่งคือวิธีที่เราจดจำกันจริงๆ​

สิ่งที่ฉันหวังจะสื่อ คือสิ่งที่ยังคงอยู่แม้เดินทางผ่านกาลเวลา​ ไม่ใช่เรื่องราวของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หรือโอ่อ่า แต่คือช่วงเวลาเล็ก ๆที่ได้ไหลผ่านผู้คน​ ช่วงเวลาที่ได้ก่อเกิดความสัมพันธ์ หรือช่วงเวลาที่เราหาคำตอบให้คำถามไม่ได้​ รวมถึงรายละเอียดเล็กน้อยที่เราพบเจอระหว่างทาง​


FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_Essence-Cover_4x3.jpeg

คุณเคยพูดว่า WABI-SABI คือหนึ่งในครูที่สำคัญที่สุดของ LE LABO สิ่งนี้ส่งอิทธิพลต่อวิธีที่คุณทำหนังสือเล่มนี้อย่างไร​

DEBORAH ROYER: เราศึกษาและเรียนรู้จาก wabi-sabi มาอย่างยาวนาน​
หลักคิดนี้คอยเตือนเราว่า ไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ และความงามจะเผยตัวออกมา เมื่อเราเลิกพยายามควบคุมทุกอย่าง​

​ฉันใช้แนวคิดเดียวกันนี้กับหนังสือเล่มนี้ฉันรู้ตั้งแต่ต้นว่าไม่อาจถ่ายทอดเรื่องราวของเราได้ครบถ้วนทั้งหมด และก็ไม่ได้พยายามทำให้มันเป็นบทสรุปที่สมบูรณ์​

หนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ให้เราได้ยอมรับว่าเรื่องราวของเราจะยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป​
และเราจะยังคงเรียนรู้ไปพร้อมกันเสมอ​

​ฉันตั้งใจเว้นช่องว่างไว้สำหรับการตีความ สำหรับการหยุดพัก และสำหรับบทสนทนาที่จะดำเนินต่อไป​

ความปรารถนาของฉันคือ เมื่อทำเช่นนั้นแล้ว​
ผู้อ่านจะได้ใช้ความคิดและประสบการณ์ส่วนตัว เข้ามาเติมเต็มบนหน้ากระดาษเหล่านี้​

FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_Fresh-Blend_4x3.jpeg

คุณหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะปลุกความรู้สึกอะไรในผู้อ่านบ้าง ทั้งสำหรับผู้ที่รัก LE LABO อยู่แล้ว และผู้ที่เพิ่งค้นพบเราเป็นครั้งแรก​

DEBORAH ROYER: : สำหรับผู้ที่รู้จักเราอยู่แล้ว ฉันหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะสร้างความรู้สึกร่วม​
ความใกล้ชิด และความเป็นส่วนหนึ่ง ราวกับได้เห็นภูมิทัศน์ที่คุ้นเคย ถูกสะท้อนด้วยเฉดของแสงใหม่​ และพาคุณค้นพบเส้นทางที่อาจยังไม่เคยเดินมาก่อน​

​สำหรับผู้ที่เพิ่งทำความรู้จักกับเราเป็นครั้งแรก ฉันหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะจุดประกายความอยากรู้อยากเห็น เปิดประตูสู่ความคิดที่ว่ากลิ่นหอมสามารถทำให้เราได้รู้จักกับตัวเองได้มากขึ้น

FY26-Q2_Press-Kit_Essence_Images_Essence-Lifestyle_4x3.jpeg

คุณมองเห็น LE LABO ในอีก 20 ปีข้างหน้าอย่างไร​

DEBORAH ROYER: ฉันได้เรียนรู้ที่จะไม่คาดเดาอนาคตที่ไกลเกินไป​ เพราะการทำเช่นนั้นมักจำกัดความเป็นไปได้​
แต่สิ่งที่ฉันพูดได้คือ การทิ้งร่องรอยต้องใช้เวลา​

การสร้างงานฝีมือของเราให้มีคุณค่าที่ไม่ขึ้นกับกาลเวลา ไม่ใช่สิ่งที่เร่งให้เกิดขึ้นได้​
แต่มันต้องค่อย ๆ ก่อร่างขึ้น ทีละก้าว ผ่านการกระทำเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน​

ทุกก้าวคือโอกาส ให้เราเข้าใจลึกขึ้นอีกนิด​ และหล่อเลี้ยงส่วนที่สำคัญที่สุดในตัวเรา : ส่วนที่ทำให้เรายังฝัน ยังรู้สึก ยังตั้งคำถาม และยังรักได้​

​ในทศวรรษข้างหน้า การอยู่นิ่ง และไม่ถูกดึงไปตามความเร่งรีบ จะยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้น​
แต่สิ่งนั้นยิ่งทำให้ฉันเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เรามอบให้ — และสิ่งที่เชื่อมโยงเรา — จะยิ่งจำเป็น ไม่ใช่น้อยลง​

การเติบโตของ Le Labo ขึ้นอยู่กับการยึดมั่นในหลักการของเรา​
สัมผัสที่ไม่อาจทดแทนได้ของงานฝีมือ คุณภาพที่เกิดจากการเตรียมการอย่างอดทนและเชื่องช้า​
และความสัมพันธ์ที่กับผู้คนที่มีความคิดคล้ายกัน​

​อีก 20 ปีข้างหน้า จะเป็นช่วงเวลาของการเป็นตัวเราให้มากขึ้นกว่าเดิม​

ดังสุภาษิตจีนบทหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า “เมื่อรากหยั่งลึก สายลมก็เป็นเพียงเสียงกระซิบ”​
ยิ่งเราอาศัยอยู่ในความเชื่อแก่นแท้ของเรามากเท่าใด เราก็ยิ่งไม่หวั่นไหวต่อพายุใด ๆ ที่อาจพัดผ่านด้วยจังหวะของเราเอง ท่ามกลางโลกที่เร่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ​

​การครบรอบครั้งนี้ ไม่ใช่การเดินทางมาถึงจุดหมาย แต่เป็นการยืนยันว่า ในวันโลกเร่งรีบขึ้น เราได้มอบ บางสิ่งที่ทรงพลัง คือ ความกล้าที่จะชะลอจังหวะลง​

MERCI!!

@lelabofragrances @overheardlelabo