ถอดบทเรียนเฉียดตาย HEARTSICK ภาวะใจป่วย ให้กลับมาแข็งแรง
ถอดบทเรียนความตาย จากนาทีเฉียดจมน้ำในความทรงจำ สู่การเผชิญหน้ากับ HEARTSICK ภาวะใจป่วย (PTSD) ที่รุมเร้าท่ามกลางมรสุมชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ป่วย…
“มีผลทําให้เป็น โรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ภาวะใจป่วย!ประมาณเดือนกันยายน 2565 วันนั้นมีอาการหน้ามืด เกือบจะล้ม คิดว่าเกิดจากความดัน โลหิตต่ําที่เป็นอยู่แล้ว แต่ที่แปลกไปจากเดิมคือรู้สึกร้อนวูบวาบที่หน้า พี่หมอ (สามี – นายแพทย์ ไกรภพ จารุไพบูลย์ Director of Medical Innovation Technology and International Affaire Support Cluster และศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลพญาไท) ประเมินอาการแล้วตัดสินใจพามาแอดมิตที่โรงพยาบาลพญาไท
“เมื่อตรวจเลือดและเอ็มอาร์ไอพบว่ามีเลือดออกที่ช่องท้อง และเจอภาวะน้ําท่วมปอดทั้ง สองข้าง ซึ่งอันตรายถึงชีวิต แต่ตอนนั้นยังรู้สึกว่าตัวเองปกติดี ทําไมคุณหมอสั่งให้แอดมิต ที่ห้องไอซียู แล้วพยาบาลก็มาบอกว่าถ้ารู้สึกหายใจไม่ออก ให้แจ้งทันที
“มาทราบจากพี่หมอภายหลังว่าอาการตอนนั้นโคม่ามาก ๆ เพราะหมอต้องรักษาทั้งสองอาการ คือพยายามหยุดเลือดที่ช่องท้อง ถ้าหยุดไม่ได้จะทําให้ความดันโลหิตต่ําลงเรื่อย ๆ หัวใจเต้น ผิดจังหวะ อาจหมดสติหรือเกิดภาวะช็อก กระทั่งเสียชีวิต และเสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลันได้ เพราะเลือดไปเลี้ยงไตไม่พอ จึงต้องมีการให้เกล็ดเลือดเพื่อช่วยในการแข็งตัวของเลือดให้กลับสู่ ภาวะปกติและป้องกันอาการช็อก ซึ่งวันนั้นต้องใช้เกล็ดเลือดจนหมดโรงพยาบาลเลย
“ส่วนภาวะน้ําท่วมปอดต้องลดปริมาณน้ําในปอดให้เร็วที่สุด ด้วยการขับออกมาทางปัสสาวะ เพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือด ไม่อย่างนั้นจะส่งผลให้หายใจไม่ออก ซึ่งเคสที่จะมีอาการสามอย่าง พร้อมกันแบบ พบได้น้อยมาก
“ความทีเคสเป็นคนใกล้ตัว ทําให้พี่หมอตัดสินใจค่อนข้างลําบาก จึงขอให้อาจารย์หมอ หลายท่านช่วยวิเคราะห์อาการ เพราะตอนนั้นยังคงมีเลือดออกที่ช่องท้อง แล้วน้ําในปอดยังระบาย ได้ไม่ดี อาจต้องทําการผ่าตัด แต่พี่หมอไม่อยากให้ทําเพราะมีความเสี่ยง มีโอกาสติดเชื้อค่อนข้าง สูง ทําให้ยากต่อการรักษา แล้วร่างกายจะทรุดลงทันที พี่หมอจึงตัดสินใจให้ประคับประคอง อาการไปก่อน ด้วยการใช้ยาหลายตัวในการระบายน้ําจากปอด
“ระหว่างที่นอนห้องไอซียูมีอาการหายใจไม่ออกหลายรอบ รู้สึกเหมือนจมน้ําจะขาดใจ ทรมานมาก รู้สึกว่าสภาพร่างกายและจิตใจไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร รู้แค่ว่า อาการแย่ เคยถามคุณหมอกับพยาบาลว่าเป็นอะไร ทุกคนบอกว่าเป็นการรักษาตามอาการ “อยู่ในห้องไอซียูเกือบสัปดาห์ เมื่อภาวะน้ําท่วมปอดดีขึ้นจึงย้ายมาพักฟื้นต่อที่ห้องปกติอีก3 สัปดาห์ ทําให้ทราบว่าอาการเลือดออกที่ช่องท้องเกิดจากการอักเสบของอวัยวะในช่องท้อง แล้วเป็นแผลจนมีเลือดออกไหลเข้าในช่องท้อง

ผ่านความตาย
“ระหว่างพักรักษาตัวคุณหมอบอกว่าปอดดูดีขึ้น ใกล้เป็นปกติแล้ว ก่อนหน้านี้น้ําท่วม ปอดทั้งสองข้างเลย ถึงได้รู้ว่าตัวเองเพิ่งผ่านความเป็นความตายมา ได้ยินแค่นั้นร้องไห้เลย เมื่อ หวนไปนึกถึงเสี้ยววินาทีที่เหมือนกําลังจะจมน้ําตอนอยู่ในห้องไอซียู ส่งผลให้อาการทางจิตใจหนักขึ้น เรื่อย ๆ ร้องไห้ตลอดเวลา แล้วจมอยู่กับเหตุการณ์นั้น คิดแต่ว่าถ้าตอนนั้นเราไม่สามารถหายใจได้ ก็คงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ย้อนนึกถึงซ้ําแล้วซ้ําเล่า ไม่สามารถหลุดจากความคิดนั้นได้เลย ตอนนั้น ไม่รู้ว่าเป็นอาการของโรค PTSD แต่พี่หมอคงรู้ ปกติเขาไม่ค่อยมีเวลา เพราะมีเคสคนไข้ทุกวันแทบไม่มีวันหยุด แต่ช่วงนั้นจะเข้ามาดูแลและป้อนข้าวให้ตลอด
“ที่บอกว่าร้องไห้ตลอด เพราะเรื่องนี้ฝังอยู่ในความทรงจํา เหมือนคนที่ถูก ทําร้ายมาแล้วยากที่จะลืม แม้พยายามไม่นึกถึงก็หวนกลับมาตลอด พยายามจะหา อะไรทํา เปิดมือถือเล่นโซเซียล ดูการ์ตูนและหนังตลก เพื่อจะช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ดูได้ไม่นาน ใจก็กลับไปนึกถึงเหตุการณ์ในห้องไอซียูอีก โชคดีที่พี่หมอเข้าใจ และให้เวลามากขึ้น พยายามให้ออกจากจุดที่อยู่หรือเซฟโซนของตัวเอง พาไปเที่ยว ตามที่ต่าง ๆ กระทั่งอาการ PTSD ค่อย ๆ ดีขึ้น”
วิกฤติซ้ำ
“ออกจากโรงพยาบาลไม่ถึงเดือนก็เกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังอย่างรุนแรง มีผื่น ขึ้นตามลําตัว แล้วมีอาการคันร่วมด้วย ปกติเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว แต่ไม่เคย รุนแรงขนาดนี้ แล้วคืนนั้นต้องเดินทางไปเชียงใหม่ ตอนหกโมงเย็นจึงรีบไปหาหมอ เพื่อฉีดยาแก้แพ้ แต่อาการก็ไม่ทุเลา ประมาณเที่ยงคืนพี่หมอพาไปโรงพยาบาล ที่เชียงใหม่แล้วฉีดยาแก้แพ้อีกรอบเพื่อประคองอาการ และบอกว่ารุ่งขึ้นถ้ายัง ไม่หาย คงต้องบินกลับมารักษาที่กรุงเทพฯ ตื่นเช้ามาฝันลามมาที่ขาจนถึงปลายเท้าและกําลังจะขึ้นที่หน้า จึงต้องรีบกลับมารักษาที่โรงพยาบาลพญาไท คุณหมอตรวจ ทุกอย่างเพื่อหาว่แพ้จากอะไร แต่ผลไม่ชัดเจน เพราะตอนนั้นกินยาสเตียรอยด์ เพื่อรักษาอาการอักเสบอยู่
“คุณหมอบอกว่าอาการเหมือนอยู่ในกลุ่มของโรค SLE หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ตอนนั้นรู้สึกว่าชีวิตลําบากอีกแล้ว ถ้าเป็น SLE จริง ๆ จะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ทําให้ อาการ PTSD กลับมาอีก อารมณ์เหมือนอัดอั้นว่าชีวิตเริ่มจะดีก็มาเจอเหตุการณ์นี้อีก เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเรา พอได้แล้วนะ ขอให้อย่าเกิดอะไรอีกเลย ทั้งที่ปกติ ไม่ได้เซ้นสิทีฟนะคะ
“กระทั่งอาการดีขึ้นก็ปรับลดยาสเตียรอยด์ลง จนได้หยุดยา จึงเจาะเลือด ตรวจหาสารก่อภูมิแพ้อีกครั้งเพื่อหาสาเหตุ ซึ่งพบว่าแพ้อาหารหลายอย่าง ทั้ง แบบตรงและแบบแฝง แต่อาจารย์หมอที่รักษาภูมิแพ้ประจําตัวบอกว่าอาการแพ้ ที่เป็นไม่ได้เกี่ยวกับอาหาร และไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง อาจเกิดจากการป่วย ครั้งก่อนที่ได้รับเกล็ดเลือดของคนที่เป็นภูมิแพ้รุนแรงก็เป็นได้ผ่านมาเกือบปีก็ตั้งครรภ์ ซึ่งทางบ้านมีเชื้อแฝดอยู่แล้ว ปรากฏว่าลูกในท้อง แบ่งเซลล์กันเองจนเป็นแฝด 4 ทําให้ต้องยุติการตั้งครรภ์ เนื่องจากแม่ตัวเล็ก มีความเสี่ยงที่เด็กจําเป็นต้องคลอดก่อนกําหนด ส่งผลให้เด็กไม่แข็งแรง ปอดก็จะพัฒนาไม่เต็มที่ และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของแม่ที่จะไม่ได้แข็งแรงด้วย
“ตอนที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ ความรู้สึกเดิมๆ ก็กลับมา เหมือนเราเป็นคนทําร้ายชีวิตลูก 4 คนโดยไม่ตั้งใจ ทําให้รู้สึกฝังใจใน เรื่องนี้อีก ต้องทําใจอยู่นาน ซึ่งพี่หมอช่วยพูดให้เข้าใจ ประกอบกับ เราเริ่มมีเกราะป้องกันใจบ้างแล้ว จึงเป็นไม่มากเท่าครั้งแรกถัดมาไม่ถึง 6 เดือน วันที่ 16 มีนาคม ปีที่แล้ว ตอน 8 โมง เช้าเกิดไฟไหม้ที่ร้าน Filippo เป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ จัดเลี้ยงของตัวเองที่จังหวัดลําปาง น่าจะเกิดจากไฟลัดวงจร ตอน ที่เห็นสภาพร้านกลายเป็นกองซากและขี้เถ้า ร้องไห้หนักมาก เพราะที่นั่นมีความทรงจําของครอบครัว เป็นที่เก็บข้าวของบรรพบุรุษ อายุหลายร้อยปี เหมือนเราเป็นคนทําลายของ ค่าของครอบครัว ทําให้พ่อแม่และญาติพี่น้องเสียใจ
“ทุกอย่างกลับมาหมดเลยค่ะ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเราเจอ เหตุการณ์ใหญ่ ๆ อะไรบ้าง ทําไมรุนแรงขนาดนี้ นอกจากผ่าน ความเป็นความตาย ยังเจอวิกฤติมากมาย ไฟไหม้ครั้งนี้ถือเป็นการ สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่เป็นทรัพย์สิน ร้านเปิดมาได้ 3-4 ปี กําลังไปได้ดี ต้องมาหยุดชะงัก
“ตอนนั้นได้แต่นั่งร้องไห้ ทําใจไม่ได้ ไม่ยอมออกไปไหนเลย หนึ่งเดือน พยายามบอกตัวเองว่าเหตุการณ์ไฟไหม้เป็นการสูญเสีย ทรัพย์สิน แต่ชีวิตเรายังอยู่ ไม่ตายก็หาใหม่ สร้างใหม่ได้ ในเมื่อ เราเคยสร้างมากับมือตัวเองแล้ว ทําไมจะสร้างอีกไม่ได้ ที่สุดตัดสินใจ เริ่มนับหนึ่งใหม่ด้วยการรีโนเวตร้านแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลา ประมาณ 8 เดือน ตอนนี้เสร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว”

อย่าลืมดูแลหัวใจ
“ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนให้บทเรียน ทําให้มองชีวิตเปลี่ยนไป ชีวิตมีค่า อยากหาอะไรให้รีบ ครีบทํา และครอบครัวสําคัญที่สุด เพราะคอยดูแลและซัพพอร์ตเราอยู่ข้าง ๆ ตลอด จึงอยากใช้เวลาอยู่กับ คนที่เรารักและรักเราให้มากขึ้น เพราะวันหนึ่งเราไม่รู้ว่าใครจะไป ก่อนใคร ยิ่งกับคุณแม่ที่ก่อนหน้านี้ใส่ใจดูแลไม่เต็มที่นัก ทุกวันนี้ มีเวลาก็จะดูแล ไปนอนเป็นเพื่อน นัดทานข้าวกัน ส่วนพี่หมอ ปกติเขาดูแลเราเสียส่วนใหญ่ เพราะชีวิตเรามีแต่งาน เหมือนเป็น เจ้าแม่โปรเจ็กต์ ชอบคิดชอบทําธุรกิจใหม่ๆ ทุกวันนี้จึงพักงานมา ทําหน้าที่แม่บ้านแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนี้เขาทานข้าวหรือยัง ทํางาน เหนื่อยไหม คอยใส่ใจดูแลแม้ในเรื่องที่เคยคิดว่าเล็กน้อย
“ก่อนหน้านี้เคยโพสต์เกี่ยวกับอาการของโรค PTSD ที่ตัวเอง เป็นลง TikTok : คุณนายหมออัจจิ มีคนคอมเมนต์และอินบ็อกซ์ เข้ามาเยอะเลย หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ จึงตั้งใจว่าถ้ามีเวลา จะทําคลิปเพื่อให้ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้เพิ่มขึ้น
“ความจริงการทีหายจากโรค PTSD ได้ไวเพราะพี่หมอดอย ให้กําลังใจและอยู่เคียงข้าง ตอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลพูดกับเขา ตลอดว่าขอโทษนะที่ท่าให้ต้องมาเจอภาวะแบบนี้ ทําให้เขาทุกข์ใจ หรือเป็นภาระ แต่พี่หมอบอกว่าการเป็นโรคไม่ใช่ความผิด เราไม่ได้ ตั้งใจทําให้เจ็บป่วย ฉะนั้นอย่าโทษตัวเอง แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป
“ขอเป็นกําลังใจให้ทุกคนที่ป่วยนะคะ”
ข้อมูล นิตยสารแพรว
เรื่อง กิดดานันท์
ภาพ อิทธิศักดิ์