คู่มือฝากครรภ์แม่มือใหม่ ครั้งแรกต้องเตรียมตัวยังไง ตรวจอะไรบ้าง มีกี่ครั้ง?
เชื่อว่าหลายคนที่เพิ่งตรวจพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง มักจะได้รับคำแนะนำให้ทำการฝากครรภ์ แต่ก็มีคำถามว่า ฝากครรภ์ต้องทำอะไรบ้าง ไปฝากครรภ์ต้องเตรียมอะไรบ้าง หรือกังวลว่าฝากครรภ์ครั้งแรก หมอตรวจอะไรบ้าง? ซึ่งเป็นคำถามที่พบบ่อยมากจากคนไข้ที่เข้ามาคลินิกในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์
สำหรับคุณแม่มือใหม่ป้ายแดงที่ยังมีข้อสงสัย และกังวลกับเรื่องเหล่านี้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฝากครรภ์กัน
ฝากครรภ์ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?
การฝากครรภ์ คือกระบวนการที่คุณแม่ตั้งครรภ์เข้ามาตรวจร่างกายเป็นระยะ โดยมีแพทย์ช่วยติดตามการเจริญเติบโตของทารก รวมถึงสุขภาพของคุณแม่ตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งการฝากครรภ์ควรเริ่มฝากได้ทันทีที่ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์
โดยความสำคัญของการฝากครรภ์ คือ ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจพบความผิดปกติของแม่หรือทารกได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือภาวะโลหิตจาง รวมถึงการตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารก จะช่วยลดความเสี่ยงแท้งบุตร ไปจนถึงการเสียชีวิตของแม่และทารกอีกด้วย
นอกจากนี้ การฝากครรภ์ยังช่วยให้คุณแม่คุณพ่อมือใหม่ ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน การเตรียมตัวสำหรับการคลอดบุตร ซึ่งจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่ดีที่สุด
การฝากครรภ์ มีทั้งหมดกี่ครั้ง ตรวจอะไรบ้าง?

การฝากครรภ์ จะแบ่งเป็นช่วง ๆ ตามอายุครรภ์ โดยแพทย์จะนัดตรวจกี่ครั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคน ถ้าเป็นครรภ์ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-8 ครั้ง เรียกว่า การฝากครรภ์คุณภาพ แต่ถ้าเป็นครรภ์เสี่ยงสูง แพทย์อาจนัดถี่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย
ช่วงที่ 1 (เริ่มตั้งครรภ์ถึง 14 สัปดาห์)
ในระยะแรกของการฝากครรภ์ จะเน้นยืนยันการตั้งครรภ์ และประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอน โดยแพทย์อาจนัดตรวจทุก 4 สัปดาห์ หรือประมาณเดือนละครั้ง โดยแพทย์จะตรวจ ดังนี้
- ตรวจเลือด, ตรวจปัสสาวะ, ตรวจสุขภาพทั่วไปของมารดา
- ประเมินอายุครรภ์
- ตรวจอัลตราซาวนด์ดูว่าเป็นการตั้งครรภ์ปกติหรือเป็นท้องนอกมดลูก ยืนยันอายุครรภ์และกำหนดคลอด
- รับยาแก้แพ้ท้อง ยาบำรุงครรภ์และแนะนำการปฏิบัติตัวในช่วงตั้งครรภ์
ช่วงที่ 2 (อายุครรภ์ 15-28 สัปดาห์)
ในช่วงที่ 2 ของการฝากครรภ์จะเน้นไปที่การเจริญเติบโตของทารก และการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยแพทย์มักจะนัดตรวจทุก 4 สัปดาห์ หรือตามความเหมาะสม โดยแพทย์จะตรวจ ดังนี้
- ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย เช่น เบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง
- ตรวจอัลตราซาวนด์ดูความสมบูรณ์ของทารก การเจริญเติบโต และเพศของทารก
- กรณีมีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรม อาจต้องเจาะน้ำคร่ำ เพื่อตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม
- ฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันบาดทะยักและไอกรน เป็นต้น
ช่วงที่ 3 (อายุครรภ์ 29-40 สัปดาห์)
ในช่วงสุดท้ายของการฝากครรภ์ แพทย์จะนัดถี่ขึ้นเป็นทุก 2-3 สัปดาห์ และสัปดาห์ละครั้งในช่วงใกล้คลอด โดยแพทย์จะตรวจ ดังนี้
- อัลตราซาวนด์ประเมินน้ำหนักตัว ท่าของทารกในครรภ์ ปริมาณน้ำคร่ำ และการกลับศีรษะของทารกลงสู่อุ้งเชิงกราน
- สอนนับลูกดิ้น เพื่อดูว่าเด็กแข็งแรงดีหรือไม่
- การตรวจเลือดช่วงใกล้คลอด และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กับบาดทะยัก
- หากพบอาการผิดปกติ เช่น ท้องแข็งถี่ มีน้ำเดิน ลูกดิ้นน้อย ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์
เตรียมตัวก่อนไปฝากครรภ์ พ่อแม่มือใหม่ต้องทำอะไรบ้าง
ก่อนไปฝากครรภ์ครั้งแรก มีข้อแนะนำให้คนไข้เตรียมตัวดังนี้
- เลือก โรงพยาบาลหรือคลินิกที่อยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก เพราะช่วงไตรมาสสุดท้ายอาจต้องมาตรวจบ่อย ๆ และเตรียมพร้อมสำหรับกรณีมีเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บท้องคลอดกลางคืน
- เลือกแพทย์ที่คนไข้รู้สึกสบายใจในการพูดคุย มีประสบการณ์ และสามารถติดตามดูแลต่อเนื่องได้ตั้งแต่ฝากครรภ์วันแรกจนถึงวันคลอด
- เลือกสถานพยาบาลตามงบประมาณที่มี เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแต่ละที่ และอย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ที่คนไข้มี เช่น บัตรทอง ประกันสังคม หรือประกันสุขภาพ ก่อนตัดสินใจฝากครรภ์
ไปฝากครรภ์ หมอตรวจอะไรบ้าง

เมื่อไปฝากครรภ์ครั้งแรก หมอตรวจอะไรบ้าง? เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ ในการฝากครรภ์ แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด จากนั้นจะมีการตรวจร่างกายทั่วไป และตรวจเพิ่มเติมดังนี้
- วัดน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อติดตามการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตลอดการตั้งครรภ์ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ไหม
- วัดความดันโลหิต จะทำทุกครั้งที่คุณแม่มาฝากครรภ์ เพื่อเฝ้าระวังภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
- ตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาโปรตีนหรือน้ำตาลในปัสสาวะ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ หรือเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- เจาะเลือดตรวจครรภ์ เพื่อตรวจสอบกรุ๊ปเลือด, โรคทางพันธุกรรม, ภาวะโลหิตจาง, ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด, HIV, ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น
- อัลตราซาวนด์ เป็นการตรวจที่สำคัญมากในการฝากครรภ์ ช่วยยืนยันอายุครรภ์ ดูการฝังตัวของตัวอ่อน ตรวจดูจำนวนทารก ประเมินการเจริญเติบโต และตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ
เตรียมให้พร้อม เอกสารที่ต้องใช้ฝากครรภ์ มีอะไรบ้าง?
เมื่อต้องไปฝากครรภ์ครั้งแรก สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมคือ เอกสารฝากครรภ์ การเตรียมเอกสารเหล่านี้ล่วงหน้าจะช่วยให้ขั้นตอนการฝากครรภ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่ติดขัด โดยทั่วไปแล้ว ฝากครรภ์ใช้เอกสารอะไรบ้าง หรือฝากท้องต้องใช้อะไรบ้างนั้น หลัก ๆ ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชน ของคุณแม่และคุณพ่อ (ถ้ามี)
- ประวัติการรักษา หรือข้อมูลสุขภาพที่สำคัญ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรม การแท้ง การคลอดบุตร เป็นต้น
- ข้อมูลประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งจะนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนรอบล่าสุด
ฝากครรภ์อย่างอุ่นใจที่ ธนวรรธน์ คลินิก
การฝากครรภ์ไม่ใช่แค่การจดบันทึกว่าเราท้องกี่สัปดาห์แล้ว แต่เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยดูแลทั้งสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ ให้มีพัฒนาการที่ดี ปลอดภัย จนครบกำหนดคลอด
สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่อยากฝากครรภ์อย่างอุ่นใจ สามารถปรึกษาได้ที่ ธนวรรธน์ คลินิก มีแพทย์พร้อมดูแลคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ให้ความสำคัญกับคนไข้ทุกเคส ใส่ใจทุกขั้นตอน และยังช่วยวางแผนคลอดที่ปลอดภัย มีความเหมาะสมกับแต่ละเคสอีกด้วย
หากยังมีข้อสงสัย อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะปรึกษา ธนวรรธน์ คลินิก ได้ที่
- Facebook : Thanawat Clinic
- Line : @thanawatclinic
- Tel : 095-056-6446