ยุควิกฤตของราชวงศ์ญี่ปุ่น จำนวนสมาชิกลดลง ส่งผลต่อการปฏิบัติพระกรณียกิจ

แม้ ราชวงศ์ญี่ปุ่น จะเพิ่งเปลี่ยนผ่านรัชกาลไปท่ามกลางความยินดี จากการประกาศสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ สาเหตุจากพระชนมายุที่มากขึ้น และพระพลานามัยที่อ่อนแรงลง ทำให้ทรงเกรงว่าจะไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ซึ่งทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ จึงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 126 แห่งญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันราชวงศ์ดอกเบญจมาศก็ยังคงเผชิญปัญหาเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกราชวงศ์ที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสืบราชสมบัติในอนาคต อีกทั้งในตอนนี้ยังอาจส่งผลต่อการปฏิบัติพระกรณียกิจน้อยใหญ่ต่างๆ ด้วย ทั้งนี้ล่าสุด เจ้าชายฟูมิฮิโตะ เจ้าอากิชิโนะ ซึ่งทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ และทรงเป็นพระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ทำให้พระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น หรือรัชทายาทลำดับที่ 1 ในการสืบราชสันติวงศ์ญี่ปุ่น โดยพระองค์ทรงประทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนถึงภาวะวิกฤตด้วยจำนวนสมาชิกราชวงศ์ที่ลดลงว่า “พวกเราน่าจะปฏิบัติพระกรณียกิจได้มากกว่านี้ ถ้าเรามีสมาชิกราชวงศ์รุ่นต่อไปมากกว่านี้ แต่หากมองจากสถานการณ์ปัจจุบัน ราชวงศ์อาจต้องพิจารณาความสำคัญของพระกรณียกิจต่างๆ ใหม่อีกครั้ง” นั่นหมายความว่า ราชวงศ์ญี่ปุ่นอาจปฏิบัติพระกรณียกิจได้น้อยลง และอาจต้องมีการพิจารณาถึงลำดับความสำคัญของพระกรณียกิจต่างๆ ก่อน สาเหตุด้วยจำนวนสมาชิกราชวงศ์ที่มีอยู่น้อย และมีทีท่าว่าจะลดลงอีกในอนาคต ทั้งจากการที่มีสมาชิกราชวงศ์ที่เป็นผู้ชายน้อย จึงยากในการสืบทอดเชื้อสายพระราชวงศ์ และจากการที่สมาชิกราชวงศ์หญิงจะต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ หากเสกสมรสกับชายสามัญชน อย่างกรณีล่าสุดคือ เจ้าหญิงอายาโกะ (ปัจจุบันคือ อายาโกะ โมริยะ) พระธิดาในเจ้าชายโนริฮิโตะ เจ้าทากามาโดะ และเจ้าหญิงฮิซาโกะ ซึ่งนับเป็นพระญาติชั้นที่หนึ่งของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ โดยเจ้าหญิงอายาโกะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เพื่อเสกสมรสกับนายเคอิ โมริยะ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 […]

keyboard_arrow_up