ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงงานหนักเช้า-ดึกเพื่อพสกนิกร

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนเนปาล โดยเครื่องบินพระที่นั่ง ไปเช้า-กลับดึก เพื่อนำซ้อมริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีพระราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาลัยศิลปากร ประจำปี 2532 ว่า “งานที่ทำทุกอย่างมีความสำคัญและจำเป็นต้องกระทำให้เสร็จสมบูรณ์อย่างดีที่สุด”ซึ่งชาวไทยทุกคนเองก็ได้ประจักษ์แก่สายตา ผ่านข่าวสารในพระราชสำนักว่าพระองค์ทรงงานหนักแค่ไหนเพื่อพัฒนาและหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ราษฎรในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และยิ่งรู้สึกน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ เมื่อสำนักข่าวในพระราชสำนักได้รายงานว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชกรณียกิจหนักเช้า-ดึก ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ทั้งยังทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับเมืองไทยในช่วงดึก เพื่อให้ทันกำหนดการนำซ้อมริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ทั้งนี้การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นประธานพิธีผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ณ วัดไทยลุมพินี เพื่อเป็นนการบำรุงพระพุทธศาสนาและเป็นการเผยแพร่พระพุทธศาสนาศิลปะและวัฒนะธรรมไทยตามข้อตกลงไทย-เนปาลเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของศาสนาสืบไป นอกจากนี้ยังเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารพลังศรัทธาไทยและให้กำลังใจผู้ปฎิบัติงานโครงการผ่าตัดตาต้อกระจกให้ชาวเนปาลผู้ยากไร้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่๙ ด้วย อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตามก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้อนปีที่ผ่านมาพสกนิกรได้ซาบซึ้งในน้ำพระทัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเมื่อพระองค์ทรงงานหนักแม้กระทั่งในระหว่างที่ทรงเข้ารับถวายการรักษาพระอาการประชวรพระหัตถ์มีการติดเข็มต่อสายน้ำเกลือก็ยังทรงพระราชกรณียกิจสร้างความปลื้มปีติใจแก่พสกนิกรเป็นล้นพ้น ที่ทรงงานหนักตลอดเวลา

keyboard_arrow_up