พระจริยวัตรงดงามตลอด 64 พรรษา เรื่องราวจาก “ทูลกระหม่อมน้อย” สู่ “สมเด็จพระเทพรัตนฯ”

พระจริยวัตรงดงามตลอด 64 พรรษา เรื่องราวจาก “ทูลกระหม่อมน้อย” สู่ “สมเด็จพระเทพรัตนฯ”… เป็นที่ทราบกันดีว่า วันนี้ หรือ วันที่ 2 เมษายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้งนี้พระองค์ทรงพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ซึ่งนับเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 3 ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และปัจจุบันทรงเป็นสมเด็จพระขนิษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงได้รับการถวายพระประสูติกาลโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ และได้รับการถวายพระนามจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เมื่อแรกประสูติว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์” ซึ่งแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ และมีพระนามที่ข้าราชบริพารเรียกทั่วไปว่า “ทูลกระหม่อมน้อย” สำหรับพระนาม “สิรินธร” นั้น นำมาจากสร้อยพระนามของ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉา (ป้า) ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ส่วนสร้อยพระนาม “กิติวัฒนาดุลโสภาคย์” […]

ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงงานหนักเช้า-ดึกเพื่อพสกนิกร

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเยือนเนปาล โดยเครื่องบินพระที่นั่ง ไปเช้า-กลับดึก เพื่อนำซ้อมริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยมีพระราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาลัยศิลปากร ประจำปี 2532 ว่า “งานที่ทำทุกอย่างมีความสำคัญและจำเป็นต้องกระทำให้เสร็จสมบูรณ์อย่างดีที่สุด”ซึ่งชาวไทยทุกคนเองก็ได้ประจักษ์แก่สายตา ผ่านข่าวสารในพระราชสำนักว่าพระองค์ทรงงานหนักแค่ไหนเพื่อพัฒนาและหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ราษฎรในทุกพื้นที่ของประเทศไทย และยิ่งรู้สึกน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ เมื่อสำนักข่าวในพระราชสำนักได้รายงานว่าสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชกรณียกิจหนักเช้า-ดึก ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ทั้งยังทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับเมืองไทยในช่วงดึก เพื่อให้ทันกำหนดการนำซ้อมริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  ทั้งนี้การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นประธานพิธีผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ณ วัดไทยลุมพินี เพื่อเป็นนการบำรุงพระพุทธศาสนาและเป็นการเผยแพร่พระพุทธศาสนาศิลปะและวัฒนะธรรมไทยตามข้อตกลงไทย-เนปาลเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของศาสนาสืบไป นอกจากนี้ยังเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารพลังศรัทธาไทยและให้กำลังใจผู้ปฎิบัติงานโครงการผ่าตัดตาต้อกระจกให้ชาวเนปาลผู้ยากไร้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่๙ ด้วย อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตามก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้อนปีที่ผ่านมาพสกนิกรได้ซาบซึ้งในน้ำพระทัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเมื่อพระองค์ทรงงานหนักแม้กระทั่งในระหว่างที่ทรงเข้ารับถวายการรักษาพระอาการประชวรพระหัตถ์มีการติดเข็มต่อสายน้ำเกลือก็ยังทรงพระราชกรณียกิจสร้างความปลื้มปีติใจแก่พสกนิกรเป็นล้นพ้น ที่ทรงงานหนักตลอดเวลา

keyboard_arrow_up