สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผย พระยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเข้าสู่รัชศกเรวะ

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผย พระยศใหม่ของพระราชวงศ์ เมื่อเข้าสู่รัชศกเรวะ… ตามที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงประกาศสละราชบัลลังก์ ซึ่งจะมีพิธีสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศชื่อรัชศกใหม่ว่า “เรวะ”  (Reiwa – 令和) ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ล่าสุดสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นได้เปิดเผยการเปลี่ยนแปลงการออกพระยศใหม่ของสมเด็จพระจักรพรรดิ สมเด็จพระจักรพรรดินี รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ เมื่อมีการเปลี่ยนรัชกาลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 นี้ ซึ่งทางเพจ Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย ได้รับความรู้จากสำนักพระราชวังของญี่ปุ่นเกี่ยวกับการออกพระยศทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังได้รับอนุญาตให้แจงรายละเอียดพระยศของพระบรมวงศ์แต่ละพระองค์เพื่อเป็นความรู้ ดังนี้ โดยหลังจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะสละราชสมบัติแล้ว ตามพระราชธรรมเนียม จากที่ทรงดำรงพระบรมราชอิสริยยศจากเดิม “เท็นโน (天皇 / Tennō = จักรพรรดิ)” สู่การเป็น “ไดโจ เท็นโน […]

เหตุผลที่ “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเปรียบดั่งสันติสุขแห่งยุคเฮเซ

แม้ใกล้ถึงวันสุดท้ายของยุคเฮเซ ซึ่งเป็นยุคของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ 125 แห่งญี่ปุ่น ในวันที่ 30 เมษายน 2562 นี้แล้ว แต่ประชาชนชาวญี่ปุ่นยังคงรัก ผูกพัน และมีความสุขกับยุคสมัยนี้เป็นอย่างมาก หลายคนพยายามเก็บตวงความสุขของช่วงเวลานี้ไว้ให้ได้มากที่สุด อย่างที่เห็นได้ชัดล่าสุดคือมีการอัดอากาศของยุคเฮเซเก็บไว้ในกระป๋อง เพื่อจำหน่ายเป็นของที่ระลึกเก็บไว้ในความทรงจำ นับว่าเป็นไอเดียของที่ระลึกที่น่ารักและน่าประทับใจมาก ทั้งนี้เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเป็นที่รักของพสกนิกร ทรงเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์ญี่ปุ่นยุคใหม่ และทรงเป็นผู้สร้างสันติสุขให้กับยุคเฮเซในตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติบนบัลลังก์เบญจมาศ โดยตลอดห้วงเวลาแห่งการครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระองค์ทรงพยายามจะทำให้ช่องว่างระหว่างราชวงศ์กับประชาชนลดลงด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมหลากหลายโครงการ  รวมทั้งทรงดำเนินกิจกรรมด้านสวัสดิการสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการทั่วประเทศญี่ปุ่น ยามเสด็จฯเยี่ยมราษฎร ก็ทรงมีพระราชดำรัสด้วยถ้อยคำธรรมดา และมักจะประทับบนพื้นระดับเดียวกับประชาชน โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะทรงอยู่เคียงข้าง ทุกครั้งที่ญี่ปุ่นประสบกับโศกนาฏกรรมและวิบัติภัยทางธรรมชาติ ทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจผู้ประสบภัยด้วยพระองค์เองเสมอ และที่น่าคารวะที่สุดคือการที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงออกมายอมรับความผิดของพระราชวงศ์ญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลก ด้วยการรับสั่งแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียของทุกฝ่าย ทั้งหมดนี้ช่วยให้สถานะของสถาบันกษัตริย์ในสายตาประชาชนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย โดยเมื่อปี 2557 ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 80 พรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ พระองค์ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้สื่อมวลชนชาวญี่ปุ่นเข้าเฝ้าฯ พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก ซึ่งพระราชดำรัสตอนหนึ่งสะท้อนถึงการที่ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์อิมพิเรียลยุคใหม่ได้อย่างดีเลิศ “…มีเหตุการณ์ที่ประทับใจข้าพเจ้ามาจนถึงทุกวันนี้คือ เช้าวันหนึ่ง หลังการผ่าตัดของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังเดินอยู่ในเมืองฮายามา มีชายคนหนึ่งหยุดรถริมถนน แล้ววิ่งข้ามถนน […]

บทพิสูจน์รัก “จักรพรรดินีมิชิโกะ” ซินเดอเรลล่าญี่ปุ่น ชีวิตในวังที่โรยด้วยขวากหนาม

รักหวานในสนามเทนนิส ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความรักที่แสนยาวนานจวบจนทุกวันนี้ของ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ดูเหมือนจะลงเอยแบบแฮ็ปปี้เอนดิ้งในสายตาของใครๆ ด้วยพระราชพิธีอภิเษกสมรสอันแสนงดงามและตราตรึงใจ หลังจากที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคความรักต่างๆ นานามาไม่น้อย แต่แท้จริงแล้ว ชีวิตจริงช่างแตกต่างจากในนิยายรัก เพราะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไปตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ “มิชิโกะ โชดะ” (พระนามเดิมของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ) ซึ่งเปรียบดั่งซินเดอเรลล่าแห่งแดนอาทิตย์อุทัย จากหญิงสามัญชนสู่เจ้าหญิง และพ่วงตำแหน่งว่าที่จักรพรรดินีในอนาคต อีกทั้งยังเป็นหญิงสามัญชนคนแรกของญี่ปุ่นที่ต้องพลิกชีวิตเข้าสู่รั้ววังหลวงที่เต็มไปด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีหลังการอภิเษกสมรส มกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ และเจ้าหญิงมิชิโกะ ทรงย้ายเข้าไปประทับอยู่ที่พระราชวังโทงู ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตในวังของเจ้าหญิงมิชิโกะต้องทรงพบเจอกับอะไร ยิ่งข่าวที่แพร่ออกมานอกรั้ววังเป็นระยะมีแต่เรื่องน่ายินดี เช่น หลังอภิเษกสมรสได้เพียงปีเดียว เจ้าหญิงก็ทรงสร้างความเบิกบานใจให้แก่ประชาชนด้วยการให้กำเนิดพระโอรสองค์แรก เจ้าชายนารุฮิโตะ (มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นองค์ปัจจุบัน ซึ่งจะทรงขึ้นครองราชสมบัติในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562) ต่อด้วยเจ้าชายอากิชิโนะ และเจ้าหญิงซายาโกะ (ปัจจุบันคือ นางซายาโกะ คุโรดะ)หรือการที่มกุฎราชกุมารและมกุฎราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระองค์นอกกรอบจารีตของวังหลวงด้วยการเลี้ยงพระโอรสเอง โดยไม่พึ่งข้าราชบริพาร ต่างจากเดิมที่ต้องแยกพระโอรสจากพระชนก พระชนนี เพื่อให้พระพี่เลี้ยงเป็นผู้ถวายการดูแล รวมทั้งการที่เจ้าหญิงทรงเลี้ยงพระโอรส-ธิดาด้วยพระเกษียรธารา (น้ำนม) ของพระองค์  ส่งพระโอรส-ธิดาเข้าศึกษาที่โรงเรียนแทนการจ้างครูมาสอนในวัง เรื่องราวเหล่านี้คือมิติของ ‘ญี่ปุ่นใหม่’ ที่ประชาชนต่างรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้รับรู้และเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะสวรรคตในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2532 แล้วมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะเสด็จฯขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ […]

เบื้องลึกรักหวานในสนามเทนนิส จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น สู้ฟันฝ่าม่านประเพณี

เบื้องลึกรักหวานในสนามเทนนิส จักรพรรดิ-จักรพรรดินีญี่ปุ่น สู้ฟันฝ่าม่านประเพณี… เชื่อว่าใครก็ตามที่ได้เห็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์คู่ของ สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ในหลายๆ ครั้ง คงเกิดความตื้นตัน อิ่มเอมใจ และประทับใจในรักแท้ที่มั่นคงและยาวนานของทั้งสองพระองค์ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่เพิ่งผ่านพ้นงานฉลองราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี แบบเรียบง่าย และใกล้จะถึงวันสละราชสมบัติ ในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562 ซึ่งล่าสุดสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ไปในการพระราชพิธีกราบบังคมทูลลาสละราชสมบัติ ณ ศาลเจ้าอิเสะ จังหวัดมิเอะ ศาลเจ้าที่นับถือว่าเป็นบรมบรรพบุรุษต้นราชตระกูลแห่งพระราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยข้าราชบริพารในพระองค์ได้อัญเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ 2 องค์ ได้แก่ พระแสงดาบวิเศษคุซานางิ และสร้อยลูกปัดยาซาคานิ ออกจากศาลเจ้าในพระราชวัง เพื่อร่วมประกอบในพระราชพิธีนี้ด้วย ส่วนกระจกยาตะเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์องค์ที่ 3 ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ วิหารหลวงในศาลเจ้าอิเสะเป็นการถาวร สำหรับเรื่องราวความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น โดยรวมต้องเรียกว่างดงามดุจเทพนิยาย แม้เส้นทางแห่งรักช่วงแรกจะมีกลิ่นอายของม่านรักประเพณีแทรกเจืออยู่บ้างก็ตาม อย่างที่หลายคนอาจทราบกันมาบ้างว่าการอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะเมื่อ 60 ปีก่อน คือการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นการอภิเษกสมรสครั้งแรกระหว่างคนในราชวงศ์กับหญิงสาวสามัญชน กลิ่นอายของม่านรักประเพณีจึงมาจากสาเหตุหลักที่ว่านี่ไม่ใช่ธรรมเนียมของวังหลวงที่เคยปฏิบัติกันมาแต่เก่าก่อนเลยสักนิด ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2500 ณ สนามเทนนิสในเมืองคะรุอิซะวะ จังหวัดนากาโนะ เมื่อมกุฎราชกุมารอากิฮิโตะ ทรงพบกับนางสาวมิชิโกะ โชดะ […]

รักแท้ 60 ปี จักรพรรดิ-จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ฉลองราชาภิเษกสมรสแบบเรียบง่าย

รักแท้ 60 ปี จักรพรรดิ-จักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น ฉลองราชาภิเษกสมรส แบบเรียบง่าย… เรื่องราวความรักของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น เดินทางมาอย่างยาวนาน จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ จวบจนเมื่อวานนี้ (10 เมษายน 2562) ทั้งสองพระองค์ทรงเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี โดยทั้งสองพระองค์ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรสกันเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2502 ซึ่งขณะนั้นสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะยังดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ส่วนสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะเดิมเป็นหญิงสามัญชนนามว่า “มิชิโกะ โชดะ” ทำให้การอภิเษกสมรสครั้งนั้น นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่หญิงสามัญชนได้อภิเษกสมรสกับพระบรมวงศานุวงศ์ของญี่ปุ่น สำหรับงานฉลองราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี ของทั้งสองพระองค์ จัดขึ้นแบบเรียบง่ายภายในพระราชวังอิมพีเรียล โดยมีพระราชโอรสและพระราชธิดาของทั้งสองพระองค์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์และเจ้าหน้าที่ของญี่ปุ่น นำโดยนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา เข้าถวายพระพร จากนั้นมีการพระราชทานเลี้ยงอาหารเย็นที่พระราชวังอิมพีเรียล ทั้งนี้สำหรับงานฉลองราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะแห่งญี่ปุ่น นับเป็นครั้งสุดท้ายในขณะที่ทั้งสองพระองค์ยังทรงครองราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ก่อนที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะจะสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน 2562 ที่จะถึงนี้ ซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดยุคเฮเซที่ดำเนินมายาวนานกว่า 30 ปี จากนั้นเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น จะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ในวันที่ […]

ญี่ปุ่นประกาศชื่อรัชศก “เรวะ” ต้อนรับว่าที่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ แห่งราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ

ญี่ปุ่นประกาศชื่อรัชศก “เรวะ” ต้อนรับว่าที่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์ใหม่ แห่งราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ…หลังจากการประกาศสละราชสมบัติเมื่อปีที่แล้วของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งนับเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์แรกของประเทศญี่ปุ่นในรอบเกือบ 200 ปี ที่ทรงมีพระราชประสงค์สละราชบัลลังก์ นับตั้งแต่สมเด็จพระจักรพรรดิโคกะกุ สละราชบัลลังก์ เมื่อปี ค.ศ.1817

วันคล้ายวันประสูติปีที่ 85 จักรพรรดิอากิฮิโตะทรงตรัส “ขอบใจประชาชน” ก่อนเตรียมสละราชบัลลังก์

วันนี้ (วันที่ 23 ธันวาคม 2018) สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เสด็จออกพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พสกนิกรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น วันที่ 23 ธันวาคม 2018 ณ พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ยังได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับหลากหลายเรื่องราว ทั้งที่ผ่านไปแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ใจความสำคัญดังนี้  “นับตั้งแต่ครองราชย์เป็นต้นมา ข้าพเจ้าพยายามมองหาหน้าที่ที่สมควรของตนในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศตลอดมา และยังจะทำต่อไปจนถึงวันสละราชสมบัติ “ข้าพเจ้าจะไม่ลืมความรู้สึกของผู้คนในโอกินาว่าและประชาชนจำนวนมากที่ต้องเสียเลือดเนื้อไปในสงคราม ข้าพเจ้าตระหนักอยู่เสมอว่าความสุขสงบและความเจริญรุ่งเรืองของชาติในทุกวันนี้มาจากความเสียสละและความมานะของผู้คนดังกล่าว หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งของข้าพเจ้าคือการถ่ายทอดข้อเท็จจริงดังกล่าวให้กับผู้คนที่เกิดหลังสงครามอย่างถูกต้อง “60 ปีนับแต่ได้สมรส จักรพรรดินีอยู่เคียงข้างข้าพเจ้า เข้าใจความคิด สถานะ และคอยช่วยเหลือข้าพเจ้ามาโดยตลอด “ก่อนที่จะเสร็จสิ้นการเดินทางในฐานะของจักรพรรดิ ข้าพเจ้าขอขอบใจประชาชนทุกคนที่ยอมรับและสนับสนุนข้าพเจ้าในฐานะของสัญลักษณ์ของประเทศเสมอมา และอยากถือโอกาสขอบใจจักรพรรดินีผู้เป็นประชาชนคนหนึ่งด้วยจากเบื้องลึกของจิตใจที่ได้ร่วมการเดินทางชีวิตกับข้าพเจ้าเป็นเวลากว่า 60 ปี และได้ปวารณาตนทั้งต่อราชวงศ์และต่อประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอดมา “มกุฎราชกุมารผู้ที่จะครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป พร้อมทั้งเจ้าชายอากิชิโนะ ผู้ทำหน้าที่สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือได้ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่าทั้งสองคนจะช่วยกันรักษาขนบธรรมเนียมของราชวงศ์ไว้ และดำเนินบทบาทหน้าที่ๆเหมาะสมกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างดี” ทั้งนี้สำหรับวันที่ 23 ธันวาคม 2018 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพปีที่ 85 ของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น […]

ว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ “เจ้าชายนารุฮิโตะ” ลูกไม้ใต้ต้นแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น

ว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ “เจ้าชายนารุฮิโตะ” ลูกไม้ใต้ต้นแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น… เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ที่ 125 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นจะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน 2019 นี้ เนื่องด้วยพระชนมายุที่มากขึ้น และพระพลานามัยที่อ่อนแรงลง ทำให้ทรงเกรงว่าจะไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการสละราชสมบัติในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปี ของราชวงศ์ดอกเบญจมาศเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ตำแหน่งว่าที่จักรพรรดิพระองค์ที่ 126 จึงตกเป็นของเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าพระองค์จะทรงกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศและประชาชนชาวญี่ปุ่นต่อไปในภายภาคหน้า สำหรับ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น นับว่าเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นของราชวงศ์ดอกเบญจมาศเลยก็ว่าได้ พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ประสูติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1960 ปัจจุบันมีพระชนมายุ 58 พรรษา พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยกะกุชุอิง จากนั้นทรงศึกษาต่อที่วิทยาลัยเมอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร ซึ่งนอกจากด้านประวัติศาสตร์ที่พระองค์ทรงสนพระทัยมากแล้ว ยังมีด้านดนตรีและกีฬา โดยพระองค์ทรงโปรดการสีวิโอลาเป็นอย่างมาก รวมถึงทรงชอบวิ่งจ๊อกกิ้งและปีนเขาในยามว่าง หากเทียบความคล้ายคลึงกันระหว่างว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่กับจักรพรรดิพระองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นพระราชบิดาแล้ว นับว่ามีความใกล้เคียงกันในหลายๆ เรื่อง อย่างแรกคือการเสด็จขึ้นครองราชย์ในฐานะมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ต่อมาคือพระชนมายุในการเสด็จขึ้นครองราชย์ที่ไล่เลี่ยกัน โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมายุ 56 พรรษา ซึ่งในปีหน้านี้เจ้าชายนารุฮิโตะจะทรงมีพระชนมายุ 59 พรรษา นับว่าต่างจากพระราชบิดาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น อีกหนึ่งเรื่องสำคัญอย่างชีวิตความรัก เจ้าชายนารุฮิโตะก็ทรงเจริญรอยตามพระราชบิดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน […]

รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์

หากเอ่ยถึงราชวงศ์ญี่ปุ่นขึ้นมาเมื่อใด ภาพที่หลายคนน่าจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงจะเป็นภาพการเคียงคู่กันของ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ” ประมุขพระองค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น หากนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบรักกันนั้น ก็เป็นเวลายาวนานกว่า 61 ปีแล้วทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้เลยว่า ความรักที่งดงามท่ามกลางราชบัลลังก์ดอกเบญมาศอันยิ่งใหญ่นั้น เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ อย่างสนามเทนนิสเท่านั้นเอง รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1957 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ทรงพบรักกับหญิงสามัญชนนามว่า “มิชิโกะ โชดะ” ที่สนามเทนนิสในเมืองคารุอิซาว่า จังหวัดนากาโนะ ซึ่งในการพบกันครั้งแรกนั้นทั้งคู่เพียงแค่แข่งขันเทนนิสกันอย่างสนุกสนาน แต่ดอกรักจากสนามเทนนิสกลับผลิบาน จนเรียกได้ว่าเป็นแมทช์แห่งรักแรกพบเลยทีเดียว เพราะเจ้าชายอากิฮิโตะทรงสนพระทัยมิชิโกะเป็นอย่างมาก แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด ด้วยฐานะที่แตกต่างกันมากระหว่างว่าที่ประมุขกับหญิงสามัญชน แม้มิชิโกะจะเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยมากก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านความรักครั้งนี้อยู่มาก แถมในช่วงแรกๆ มิชิโกะและครอบครัวก็ยังไม่ค่อยเปิดใจรับความรักจากเจ้าชายอากิฮิโตะสักเท่าไหร่ แต่แล้วความเพียรพยายามของเจ้าชายอากิฮิโตะก็เป็นผลสำเร็จ จนชนะใจมิชิโกะได้ในที่สุด และความมั่นคงในรักแท้ของทั้งคู่ก็ทำให้สามารถฝ่าฝันกระแสดราม่าต่างๆ นานา จนท้ายที่สุดก็ได้อภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1959 ซึ่งการอภิเษกสมรสครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่หญิงสามัญชนได้เป็นพระชายาเอกของสมาชิกราชวงศ์ อีกทั้งมิชิโกะยังสามารถเอาชนะใจชาวญี่ปุ่นได้อย่างไร้ข้อกังขา จนเกิดกระแส “มิชิ บูม” (Mitchi Boom) ที่ยกให้เธอเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นยุคใหม่และประชาธิปไตย […]

สละฐานันดรศักดิ์ “เจ้าหญิงอายาโกะ” แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ประกาศหมั้นและเสกสมรสกับสามัญชน

นับเป็นข่าวน่ายินดีของราชวงศ์ญี่ปุ่นอีกครั้ง เมื่อสำนักพระราชวังอิมพีเรียลของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า “เจ้าหญิงอายาโกะแห่งทากามาโดะ” (Princess Ayako of Takamado) จะทรงหมั้นกับพระสหายชาย “นายเคอิ โมริยะ” (Kei Moriya) วัย 32 ปี พนักงานบริษัทส่งออกรายใหญ่ นิปปอน ยูเซน ในกรุงโตเกียว ในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ซึ่งความดังกล่าวทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิธีเสกสมรสในวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ที่ศาลเจ้า Meiji Jingu ในกรุงโตเกียว และตามพระราชธรรมเนียมของราชสำนัก เจ้าหญิงอายาโกะจะต้องลาออกจากฐานันดรศักดิ์เป็นสามัญชนตามกฎมณเฑียรบาล  “เจ้าหญิงอายาโกะ” ประกาศหมั้นและเสกสมรสกับสามัญชน พร้อมเตรียมสละฐานันดรศักดิ์ เจ้าหญิงอายาโกะประสูติเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ โรงพยาบาลไอกุ ปัจจุบันมีพระชันษา 27 ปี เป็นพระธิดาพระองค์เล็กในเจ้าชายโนริฮิโตะ เจ้าชายทากามาโดะ ซึ่งสิ้นพระชนม์แล้วจากอาการพระทัยวาย เมื่อปี 2545 กับเจ้าหญิงฮิซาโกะ เจ้าหญิงทากามาโดะ […]

ครั้งแรกในรอบ 200 ปี สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงสละราชสมบัติ

สื่อแดนอาทิตย์อุทัยรายงานว่า กษัตริย์พระองค์ที่ 125  สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น จะทรงสละราชบัลลังก์เบญจมาศ ในวันที่ 31 มี.ค.2019 เมื่อกลางปีที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายการสละราชบัลลังก์ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นกษัตริย์พระองค์ที่ 125   สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนม์ 83 พรรษา ซึ่งทรงมีพระประสงค์สละราชบัลลังก์เบญจมาศ เนื่องจากเห็นว่าพระองค์ทรงอยู่ในวัยชราภาพ ทำให้การปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงนับเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิองค์แรกของประเทศญี่ปุ่นในรอบเกือบ 200 ปี ที่ทรงมีพระราชประสงค์สละราชบัลลังก์ นับตั้งแต่สมเด็จพระจักรพรรดิโคกะกุ สละราชบัลลังก์ เมื่อปี ค.ศ.1817 และเมื่อเร็วๆนี้ เอเอฟพี ได้รายงานเพิ่มเติมว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น อาซาฮีชิมบุน อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาล ซึ่งระบุว่า นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ จะต้องประชุมหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงและสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นในเดือน พ.ย. ก่อนที่จะประกาศวันอย่างเป็นทางการ ขณะที่พระโอรสองค์ใหญ่ เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารซึ่งมีพระชนมายุ 57 พรรษา จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระจักรพรรดิเหนือบัลลังก์เบญจมาศในวันที่ 1 เม.ย. ปี 2019 ซึ่งก็คือวันถัดไปนั่นเอง ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 60 มีการเปิดเผยว่าหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนถือเป็นสื่อเจ้าแรกที่ออกมาระบุวันสละราชสมบัติ แต่โฆษกสำนักพระราชวังญี่ปุ่นยืนยันกับเอเอฟพีว่า “ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องนี้” […]

สัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นแนบแน่น ‘เจ้าฟ้าชายฟุมิฮิโตะ’ จะเสด็จร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง 26 ต.ค. นี้

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นได้มีการแถลงหมายกำหนดการเดินทางของ เจ้าฟ้าชายฟุมิฮิโตะ เจ้าอะกิชิโนะว่า พระองค์จะเสด็จมาร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงในเดือนตุลาคมนี้ด้วย

keyboard_arrow_up