สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรฯ เล่าถึง “ในหลวงรัชกาลที่ 9” สมัยทรงผนวชอยู่สำนักเดียวกัน

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณีของพระภิกษุ พระองค์ทรงมีขันติอย่างยิ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับเรื่องราวต้นแบบความอดทน เมื่อครั้งทรงผนวชที่วัดบวรฯ เป็นเวลา 15 วันในปี พ.ศ.2499 โดยสมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ได้เปิดเผยเรื่องราวครั้งแรก “ในสมัยนั้นอาตมาเป็นพระใหม่ ก็สังเกตเห็นว่าพระองค์ท่านทรงตั้งพระราชหฤทัยปฏิบัติด้วยความศรัทธา กิจวัตรประจำวันคือเสด็จฯไปบิณฑบาตในวังหรือในส่วนราชการบ้าง แล้วก็เสด็จฯไปบิณฑบาตให้ประชาชนได้ใส่บาตรตามปกติ ดังนั้นคนใส่บาตรให้พระองค์ท่านไม่ใช่ว่าต้องพิเศษจากไหน “ทรงเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณีของพระภิกษุ พระองค์ทรงมีขันติอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น ในพระอุโบสถวัดเวลาทำวัตรสวดมนต์จะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง คือ ทิศตะวันตกสำหรับพระเก่าที่ประจำอยู่ที่วัด ส่วนทิศตะวันออกคือส่วนของพระองค์ท่านกับพระที่บวชตามเสด็จ เวลาทำวัตรสวดมนต์ พระองค์ท่านจะประทับนังพับเพียบหันพระบาทไปทางทิศตะวันออก แล้วประทับอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่พลิกพระบาทหันมาทางทิศตะวันตกเลยสักครั้ง เป็นเวลาเกือบชั่วโมง ทั้งช่วงเช้า บ่าย เพราะตามธรรมเนียม ผู้บวชทีหลังต้องเคารพนับถือพระใหญ่ที่บวชมาก่อน ซึ่งท่านทรงศึกษามาก่อนผนวชแล้ว ถึงนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกประการ ขนาดอาตมาในฐานะที่บวชเณรมานาน แค่มาบวชพระปีเดียวกับพระองค์ท่านก็ยังปฏิบัติสู้ท่านไม่ได้ “อย่างไรก็ตาม แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัย ก็อยากให้ประชาชนชาวไทยปฏิบัติบำเพ็ญตนตามคำสอนทางพระพุทธศาสนา คิดดี ทำดี ละเว้นความชั่ว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล” นอกจากนี้พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯยังกล่าวอีกว่า วัดบวรนิเวศราชวรวิหารเปิดให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช […]

89 เรื่องของในหลวง แรงบันดาลใจของพสกนิกรไทยทั้งชาติ

อันว่าพระนาม “ภูมิพล” แปลว่า กำลังของแผ่นดิน ซึ่งตลอดพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำให้พสกนิกรประจักษ์ชัดเสมอมาว่าพระองค์ทรงใช้ธรรมาภิบาลในการสร้าง “ชนเจริญ ชาติจรุง กรุงจรัส” อย่างแท้จริง

ทำดีตามคำสอนพ่อ ๙ พระราชดำรัสของในหลวง เรื่องการดำเนินชีวิต

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ ร่วมประมวลและกลั่นกรองพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระราชทานในโอกาสต่างๆ โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำไปเผยแพร่เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ในสมุดบันทึกเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายและประชาชนโดยทั่วไป และวันนี้แพรวได้คัดเลือก ๙ พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทของในหลวง เรื่องการดำเนินชีวิต การทำความดี มาให้ทุกคนได้อ่านเพื่อเดินตามรอยคำสอนพ่อกันค่ะ   การทำความดีนั้น สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวเอง ผู้อื่นไม่สำคัญและไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องเป็นห่วงหรือต้องรอคอยเขาด้วย เมื่อได้ลงมือลงแรงกระทำแล้ว ถึงแม้จะมีใครร่วมด้วยหรือไม่ก็ตาม ผลดีที่ทำจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน (พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ : ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐) ถ้ามีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นเขาก็สร้างเหมือนกัน คนอื่นเขาก็ทำเหมือนกัน แล้วก็เมตตาซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รู้จักรักกัน รู้จักว่าตรงไหนเป็นความดี และนึกถึงว่าประเทศไทยของเราเต็มไปด้วยความดี ประเทศไทยของเราจะมีความมั่นคง และพวกเราในที่สุดก็จะมีความสุข ความสบาย มีเกียรติ สามารถมีชีวิตที่รุ่งเรือง (พระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา : ๔ ธันวาคม ๒๕๑๙) ถ้าเราคิดดี ทำดี ไม่ใช่แต่ปากนะ ทำอย่างดีจริงๆ คือ สร้างสมสิ่งที่ดีด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่าดี หมายความว่า ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สร้างสรรค์ทำให้มีความเจริญทั้งวัตถุทั้งจิตใจ […]

keyboard_arrow_up