อยากลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องยาก!! น้ำมันมะกอก สูตรลับต้านเบาหวานและโรคอ้วน

เห็นสาวๆ ชอบบ่นกันจังว่าอ้วนขึ้นอีกแล้ว กินนิดกินหน่อยก็บวม เสื้อผ้าแอบปริบ้างล่ะ หน้าท้องยื่นเหมือนคนท้องบ้างล่ะ บางคนก็เว่อร์หนักถึงขนาดแค่หายใจก็อ้วนแล้ว บ่นเป็นหมีกันไปใหญ่โต สาเหตุอาจจะมาจากพฤติกรรมการกินของตัวเราเองหรือเปล่า เอะอะชาบู เอะอะปิ้งย่าง สายบุฟเฟต์ที่แท้ทรูทั้งหลายต้องกินแบบพอประมาณนะจ๊ะ วันนี้ แพรวดอทคอม เลยมีข่าวดีของคนไทยน้ำหนักเกินหรืออ้วนเกินมาตรฐาน และผู้ที่เป็นโรคเบาหวานนับล้านคนมาบอก หลังผลวิจัยชี้การบริโภค น้ำมันมะกอก ช่วยลดน้ำหนักและป้องกันโรคเบาหวานได้จริงจ้า ขณะที่จำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานและโรคอ้วนในประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคได้ประกาศการค้นพบสาเหตุเบื้องหลังคุณสมบัติของน้ำมันมะกอก ในฐานะทางเลือกราคาย่อมเยาในการป้องกันโรคเบาหวานและลดไขมันที่สะสมในร่างกาย โดยงานวิจัยชิ้นดังกล่าวระบุว่า สารประกอบในน้ำมันมะกอกอย่าง “โอรียูโรพีอีน” มีส่วนช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบเผาผลาญและระดับน้ำตาลในเลือด จึงนับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่อาจเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศไทย เนื่องจากในปัจจุบันคนไทยนับล้านตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็นโรคในกลุ่ม NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยสถิติล่าสุดจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนไทยกว่าร้อยละ 32 มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ในขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานพุ่งสูงถึง 4 ล้านคน และที่น่าเป็นห่วงคือ มีผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัวอีกกว่า 7.7 ล้านคน ผลงานวิจัยนี้ช่วยตอบข้อสงสัยที่มีมายาวนานว่า ทำไมผลิตภัณฑ์จากมะกอกถึงสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้ ผศ. ดร.ปิน ซวี จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทคอธิบาย “ปัจจุบันจำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง และเราหวังว่างานวิจัยนี้จะทำให้คนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์จากมะกอกมากขึ้น” ผลงานวิจัยล่าสุดซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสมาคมเคมีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาบ่งชี้ว่า สารประกอบ “โอรียูโรพีอีน” ซึ่งเป็นสารประกอบฟีนอลิกที่พบในผลมะกอก มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย […]

อ้วนแข็งแรง ผอมอ่อนแอมีเยอะแยะ น้ำหนัก บนเครื่องชั่งไม่ชี้วัดสุขภาพเสมอไป

เคยหรือไม่ที่ตั้งใจออกกำลังกายอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะขยันเข้าฟิตเนสก็แล้ว จ้างเทรนเนอร์ก็แล้ว แต่พอชั่ง น้ำหนัก กลับไม่เห็นตัวเลขที่ลดลง อีกทั้งการออกกำลังกายเป็นประจำกลับทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แม้น้ำหนักตัวเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญของการเจ็บป่วยง่ายหรือการเกิดโรคแทรกซ้อน แต่การทราบ น้ำหนัก ตัวอย่างเดียวก็ไม่สามารถชี้วัดถึงสุขภาพโดยรวมได้อย่างแท้จริง เพราะร่างกายคนเราประกอบไปด้วยส่วนที่เป็นน้ำ กล้ามเนื้อ กระดูก และองค์ประกอบอื่นๆ ที่ล้วนส่งผลต่อตัวเลขบนตาชั่งที่วัดได้ นอกเหนือจากการติดตามน้ำหนักตัว เพื่อหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม และการดูแลสุขภาพได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage): ปริมาณไขมันในร่างกายเมื่อเทียบกับ น้ำหนัก ตัวสุทธิ มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่เสมอในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับระดับของเหลวในร่างกาย โดยการดื่มน้ำหรือแอลกอฮอลล์ การมีรอบเดือน และการออกกำลังกาย ต่างเป็นปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงระดับไขมันในร่างกายได้ ทั้งนี้ ปริมาณไขมันของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ อาชีพ และกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ โดยการตรวจวัดและติดตามระดับไขมันในร่างกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ทราบว่ากำลังลดน้ำหนักได้ตรงจุดหรือไม่ และควรกำหนดทิศทางการออกกำลังกายและแนวทางโภชนาการอย่างไรให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ระดับไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat Level): ไขมันในช่องท้องเกิดจากการสะสมตัวของไขมันจากอาหารที่ร่างกายเผาผลาญเป็นพลังงานไม่หมดในแต่ละวัน พบได้บริเวณระหว่างกล้ามเนื้อท้องกับอวัยวะภายในช่องท้องที่สำคัญ โดยไขมันบริเวณดังกล่าวเป็นอันตรายกว่าไขมันในบริเวณอื่น เนื่องจากสามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือดไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ รวมถึงเกาะตามผนังหลอดเลือดจนขัดขวางการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย และนำไปสู่โรคร้ายมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง ที่สำคัญ […]

keyboard_arrow_up