ใต้ร่มฉัตร เปิดเรื่องราวชีวประวัติ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ นักเรียนวชิราวุธคนเก่ง (ตอนที่5)

ใต้ร่มฉัตร ตอนที่ 5 ว่าด้วยเรื่อง ‘นักเรียนวชิราวุธคนเก่ง’ ใต้ร่มฉัตร ดำเนินมาถึงตอนที่ชีวิตของหม่อมเจ้าการวิกได้เป็นมหาดเล็กเด็กในวัง แต่ความที่ทรงซุกซนจนก่อเรื่องให้ต้องทรงถูกลงโทษ โดยการย้ายออกมาเป็นนักเรียนประจำที่โรงเรียนวชิราวุธ การเรียนที่โรงเรียนวชิราวุธฯ นั้น เป็นโรงเรียนประจำกินนอน ผมได้กลับเข้ามาในวังแค่ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่รู้สึกขมขื่นแต่อย่างใด เพียงแต่รู้สึกขาดทุนเล็กน้อยที่อดฟังนิทานพระราชทานจากพระโอษฐ์ ในตอนค่ำของวันธรรมดา ที่โรงเรียนวชิราวุธฯมีระบบในการรับเบี้ยเลี้ยงจากครูใหญ่เป็นรายสัปดาห์ และในแต่ละวันพอสี่โมงเช้าพักเรียนก็ไปกะหรี่ปั๊บหรือขนมอื่นที่มีประโยชน์มากิน สำหรับกิจกรรมแล้วที่นี่ส่งเสริมให้เด็กเล่นกีฬามีทีมฟุตบอลหลายรุ่น และมีฝีเท้าที่หนักของผมก็เป็นที่ยอมรับให้เป็นกัปตันทีมรุ่นเด็ก อีกทั้งผมยังเป็นนักมวยอย่างบังเอิญด้วย คือที่โรงเรียนมีกฎห้ามชกต่อยเหมือนเป็นเด็กริมถนน ใครไม่ชอบหน้ากันหรือมีเรื่องโกรธแค้นกัน จะต้องมาหาครูสอนยิมนาสติกขอนวมมาต่อยกันต่อหน้าคนอื่นๆ ในห้องยิมนาสติกนั่นเอง เมื่อเลิกชกกันแล้วต้องจับมือกัน สำหรับผมได้เป็นนักมวยบังเอิญ ไม่ใช่ว่าผมไปมีเรื่องทะเลาะกับใคร แต่เป็นเพราะวันหนึ่งครูบอกว่าจะสอนวิธีการชกมวยให้รู้ไว้เพื่อป้องกันถูกรังแก  ครูมีลูกศิษย์คนหนึ่งตัวผอมกะหร่อง หัวโต เขาเดินเข้ามาพร้อมมือสวมนวมเรียบร้อย ครูก็มองหานักเรียนที่อยู่ตรงหน้าที่จะมาเป็นคู่ซ้อม และสายตาครูก็มาหยุดที่ผม พร้อมบอกว่า “รูปร่างท่าทางใหญ่ แข็งแรงดี คงจะได้” แล้วสั่งให้คนนำนวมมา ความเป็นเด็กบ้านนอกไม่เคยเห็นนวมมาก่อน เห็นไกลๆนึกว่า ลูกมะพร้าว เขาก็เอานวมมาใส่ให้ ครูก้บอกว่าต่อยกันเสร็จแล้ว ห้ามถือโทษโกรธกัน เพราะนี่เป็นกีฬา แต่ผมเคยเห็นแต่เด็กวัด เขาชกกันเหมือนควายขวิด ซึ่งผมคิดว่าเป็นแบบฉบับที่สมบูรณ์ พอครูบอกเริ่ม เขาก็ก้มหน้าก้มตาเข้ามาต่อยตุ้บๆๆๆ  ผมพยายามหลบ แต่แล้วก็เห็นหนังลูกกลมๆลอยมาที่กกหู ตุ้บ! เสียงในหูดังวี้ดๆๆๆ แล้วเขาก็เต้นโยกตัวหาไม่เจอเลย […]

keyboard_arrow_up