กษัตริย์นักมีนวิทยา จักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเผยแพร่งานวิจัยสุดท้ายก่อนสิ้นยุคเฮเซ

แม้ใกล้ถึงวันสละราชสมบัติแล้ว แต่สมเด็จพระ จักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ที่ 125 ของญี่ปุ่น ซึ่งครองราชย์มาเป็นเวลากว่า 30 ปี ในพระชันษา 85 พรรษา ก็ยังทรงไม่ละเว้นจากการทรงงาน เพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชน โดยล่าสุดมีรายงานว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงเผยแพร่งานวิจัยชิ้นสุดท้ายเกี่ยวกับสายพันธุ์ปลา ซึ่งพระองค์ทรงศึกษาวิจัยมานานกว่าครึ่งทศวรรษ ก่อนที่พระองค์จะทรงสละราชสมบัติ ในวันที่ 30 เมษายน 2562 นี้ ที่นับเป็นการสิ้นสุดรัชศกเฮเซด้วย สำหรับงานวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของนิตยสารเกี่ยวกับปลาฉบับหนึ่งเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นงานวิจัยชิ้นที่ 33 ของพระองค์ที่ทรงศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ปลา โดยทรงศึกษาเกี่ยวกับการผสมข้ามพันธุ์ของปลาบู่ (Goby) ในแหล่งน้ำ ภายในสวน Kyoto Gyoen National Park เมืองเกียวโต ทำให้ทรงค้นพบปลาสายพันธุ์ใหม่ถึง 8 ชนิด ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้พระองค์ทรงศึกษาวิจัยร่วมกับนักวิชาการด้านปลาเป็นเวลานานกว่า 6 ปี ทั้งนี้สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงสนพระทัยเกี่ยวกับปลามานานแล้ว นับว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์น้ำพระองค์หนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยพระองค์ทรงศึกษาวิชามีนวิทยา จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกะคุชุอิน กรุงโตเกียว ตั้งแต่เมื่อครั้งยังดำรงพระราชอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น อีกทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินมายังประเทศไทย และทรงทูลเกล้าฯ ถวายปลานิลจำนวน 50 ตัว แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 25 […]

ว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ “เจ้าชายนารุฮิโตะ” ลูกไม้ใต้ต้นแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น

ว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ “เจ้าชายนารุฮิโตะ” ลูกไม้ใต้ต้นแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น… เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ จักรพรรดิพระองค์ที่ 125 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่นจะทรงสละราชสมบัติในวันที่ 30 เมษายน 2019 นี้ เนื่องด้วยพระชนมายุที่มากขึ้น และพระพลานามัยที่อ่อนแรงลง ทำให้ทรงเกรงว่าจะไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการสละราชสมบัติในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปี ของราชวงศ์ดอกเบญจมาศเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ตำแหน่งว่าที่จักรพรรดิพระองค์ที่ 126 จึงตกเป็นของเจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าพระองค์จะทรงกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศและประชาชนชาวญี่ปุ่นต่อไปในภายภาคหน้า สำหรับ เจ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น นับว่าเป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นของราชวงศ์ดอกเบญจมาศเลยก็ว่าได้ พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ประสูติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1960 ปัจจุบันมีพระชนมายุ 58 พรรษา พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยกะกุชุอิง จากนั้นทรงศึกษาต่อที่วิทยาลัยเมอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร ซึ่งนอกจากด้านประวัติศาสตร์ที่พระองค์ทรงสนพระทัยมากแล้ว ยังมีด้านดนตรีและกีฬา โดยพระองค์ทรงโปรดการสีวิโอลาเป็นอย่างมาก รวมถึงทรงชอบวิ่งจ๊อกกิ้งและปีนเขาในยามว่าง หากเทียบความคล้ายคลึงกันระหว่างว่าที่จักรพรรดิพระองค์ใหม่กับจักรพรรดิพระองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นพระราชบิดาแล้ว นับว่ามีความใกล้เคียงกันในหลายๆ เรื่อง อย่างแรกคือการเสด็จขึ้นครองราชย์ในฐานะมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่น ต่อมาคือพระชนมายุในการเสด็จขึ้นครองราชย์ที่ไล่เลี่ยกัน โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงขึ้นครองราชย์ขณะมีพระชนมายุ 56 พรรษา ซึ่งในปีหน้านี้เจ้าชายนารุฮิโตะจะทรงมีพระชนมายุ 59 พรรษา นับว่าต่างจากพระราชบิดาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น อีกหนึ่งเรื่องสำคัญอย่างชีวิตความรัก เจ้าชายนารุฮิโตะก็ทรงเจริญรอยตามพระราชบิดาอย่างไม่ผิดเพี้ยน […]

รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์

หากเอ่ยถึงราชวงศ์ญี่ปุ่นขึ้นมาเมื่อใด ภาพที่หลายคนน่าจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงจะเป็นภาพการเคียงคู่กันของ “สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ” ประมุขพระองค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น หากนับตั้งแต่วันที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบรักกันนั้น ก็เป็นเวลายาวนานกว่า 61 ปีแล้วทีเดียว ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้เลยว่า ความรักที่งดงามท่ามกลางราชบัลลังก์ดอกเบญมาศอันยิ่งใหญ่นั้น เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ อย่างสนามเทนนิสเท่านั้นเอง รักแท้จนแก่เฒ่า “จักรพรรดิอากิฮิโตะ-จักรพรรดินีมิชิโกะ” จากสนามเทนนิสสู่ราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1957 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ทรงพบรักกับหญิงสามัญชนนามว่า “มิชิโกะ โชดะ” ที่สนามเทนนิสในเมืองคารุอิซาว่า จังหวัดนากาโนะ ซึ่งในการพบกันครั้งแรกนั้นทั้งคู่เพียงแค่แข่งขันเทนนิสกันอย่างสนุกสนาน แต่ดอกรักจากสนามเทนนิสกลับผลิบาน จนเรียกได้ว่าเป็นแมทช์แห่งรักแรกพบเลยทีเดียว เพราะเจ้าชายอากิฮิโตะทรงสนพระทัยมิชิโกะเป็นอย่างมาก แต่ความรักของทั้งคู่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด ด้วยฐานะที่แตกต่างกันมากระหว่างว่าที่ประมุขกับหญิงสามัญชน แม้มิชิโกะจะเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยมากก็ตาม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านความรักครั้งนี้อยู่มาก แถมในช่วงแรกๆ มิชิโกะและครอบครัวก็ยังไม่ค่อยเปิดใจรับความรักจากเจ้าชายอากิฮิโตะสักเท่าไหร่ แต่แล้วความเพียรพยายามของเจ้าชายอากิฮิโตะก็เป็นผลสำเร็จ จนชนะใจมิชิโกะได้ในที่สุด และความมั่นคงในรักแท้ของทั้งคู่ก็ทำให้สามารถฝ่าฝันกระแสดราม่าต่างๆ นานา จนท้ายที่สุดก็ได้อภิเษกสมรสกันในปี ค.ศ. 1959 ซึ่งการอภิเษกสมรสครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกเลยทีเดียวที่หญิงสามัญชนได้เป็นพระชายาเอกของสมาชิกราชวงศ์ อีกทั้งมิชิโกะยังสามารถเอาชนะใจชาวญี่ปุ่นได้อย่างไร้ข้อกังขา จนเกิดกระแส “มิชิ บูม” (Mitchi Boom) ที่ยกให้เธอเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นยุคใหม่และประชาธิปไตย […]

keyboard_arrow_up