ให้ภาพเล่าเรื่อง การทำดีไม่ต้องมีใครเห็น

เปิดภาพคนไทยทุกหมู่เหล่าร่วมแรงร่วมใจทำดีในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รูปถ่ายหนึ่งใบสามารถบอกอะไรได้มากมาย แทนความทรงจำ แทนความรู้สึก เช่นเดียวกับภาพถ่ายของ นพสิทธิ์ วงศ์แววประเสริฐ ผู้ใช้เฟซบุ๊คที่ชื่อว่า Noppasit Wongwaeoprasert ที่ได้เล่าถึงการทำดีของคนหลายๆกลุ่มในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในฐานะช่างภาพสื่อมวลชน ผ่านมุมมอง “บุคคลผู้ปิดทองหลังพระ” โดยนอกจากภาพชุดดังกล่าวแล้ว ยังมีข้อความสั้นๆที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ระบุว่า หากไม่มีบุคคลเหล่านี้ ทหาร, ตำตรวจ, หมอ, พยาบาล, จิตอาสา รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีหัวใจความโอบอ้อมอารี ประชาชนคงจะไม่มียาดม ,ผ้าเย็น,น้ำดื่ม,อาหาร,คนจัดระเบียบ,ความปลอดภัย,ความสงบ คนทั่วโลกอาจจะไม่ได้เห็นพลังแห่งความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่๙เช่นนี้อย่างแน่นอน ภาพจาก :  Noppasit Wongwaeoprasert 

ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง

เชื่อว่า คนไทย  ไม่ว่าจะอยู่บนแผ่นดินไทยหรือแผ่นดินนอก ต้องเคยได้อ่านหรือได้ยินพระราชดำรัสทรงคุณค่าที่ว่า “…ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง” มาแล้วแน่ๆ ทว่าจะมีสักกี่คนที่เคยอ่านพระราชดำรัสนี้แบบเต็มๆ ประโยค  วันนี้แพรวขออัญเชิญความตอนนี้ซึ่งอยู่ในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีไปถึงพระสหายในต่างประเทศ ภายหลังจากที่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ดังนี้ “…เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่าประเทศของข้าพเจ้าคืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้มีการติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่า ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง…” นั่นทำให้เราคนไทยมีภาพความทรงจำแสนคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ ทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก ประทับยืน หรือนั่ง อยู่ท่ามกลางประชาชน และหลายครั้งก็ทรงคุกพระชานุต่อหน้าพสกนิกรของพระองค์ กระทั่งมีคำพูดว่า ไม่มีพื้นที่ตารางนิ้วไหนของประเทศไทยที่พระองค์ไม่ได้เสด็จฯไป กล่าวได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์หนึ่งเดียวในโลกที่ไม่สมัครพระทัยอยู่แต่ในปราสาทราชวัง แต่ทรงเลือกที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชนแบบลงพื้นที่ด้วยพระองค์เอง ภาพพระเสโทหยดริน พระวรกายเปียกชุ่มจากสายฝน ทั้งบุกป่าฝ่าดง ไม่เว้นแม้กระทั่งยามค่ำคืน คนไทย โชคดีนัก เพราะไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ไหนในโลกนี้ที่จะทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรได้เทียบเทียมพระองค์อีกแล้ว และหากนับว่าวันที่พระองค์เสด็จฯขึ้นครองราชย์ยังทรงเป็นยุวกษัตริย์ ด้วยทรงมีพระชนมายุยังไม่เต็ม 19 พรรษาดีนัก ย่อมกล่าวได้ว่าตลอดห้วงแห่งการครองราชย์ 70 […]

“สี่แผ่นดิน” ปี 60 กรองทุกความรู้สึกเพื่อคนไทย เข้าใจ “แม่พลอย” มากกว่าเดิม

เปิดม่านทำการแสดงรอบกาล่าไปเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมาแล้ว สำหรับ “สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล” ซึ่งปีนี้บิ๊กบอสซีเนริโอ “บอย – ถกลเกียรติ วีรวรรณ” รับประกันว่าเวอร์ชั่นนี้จะพิเศษกว่าที่ผ่านมา เพราะการตีความและกลั่นกรองจากทุกความรู้สึกของเหล่าทีมงานมือฉมัง ปรับเปลี่ยนการเล่าเรื่องในส่วนต้นเรื่องและท้ายเรื่อง เพื่อให้เรื่องราวสามารถเชื่อมต่อกับคนในยุคนี้ได้ ซึ่งยังคงเดินทางตามแกนหลักของเรื่องอยู่ แต่จะมีการเพิ่มเติมมุมมองใหม่ๆ เข้าไปในตัวละคร อารมณ์ของผู้ชมจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะอิ่มเอมและซาบซึ้งมากขึ้นกว่าเดิม และการทำงานในวันนี้ของ “บอย – ถกลเกียรติ” ทั้งในฐานะผู้กำกับและคนดูมีความเข้าใจในความรู้สึกของ “แม่พลอย” มากขึ้นเช่นกัน เข้าใจความรู้สึกในวันที่ “แม่พลอย” ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รัก นอกจากนี้ยังมีเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ให้เข้ากับอารมณ์และความรู้สึกของคนไทยในปี พ.ศ.2560 อย่างแท้จริง สำหรับ “สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล” เป็นบทประพันธ์ชิ้นเอกของ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” ที่ถูกยกย่องให้เป็น “วรรณคดีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ซึ่งค่ายซีเนริโอ โดยผู้กำกับคนเก่ง “บอย – ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ได้นำ “สี่แผ่นดิน” มาสร้างเป็นละครเพลงเมื่อปี พ.ศ.2554 และปี พ.ศ.2557 สร้างความประทับใจให้แฟนๆ จนมีรอบการแสดงยาวนานเป็นประวัติการณ์ของวงการละครเวที […]

keyboard_arrow_up