Love Yourself Even More! ปีนี้มาตั้งเป้าเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่ที่สดใสกว่าเดิมกัน

หลายคนตั้งเป้า New Year’s Resolutions ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจังในปีนี้ ไม่ว่าปีที่ผ่านมาจะบรรลุเป้าหมายอะไรกันไปบ้างแล้ว แต่ในทุกๆ ปี เป้าหมายของทุกคนต่างก็ต้องการจะมีความสุขยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ในยุคที่คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้นแบบนี้ วันนี้ แพรวดอทคอม จึงมีคำแนะนำดีๆ ของคุณทนงศักดิ์ วงษาโสม Fitness Training and Development Manager จากฟิตเนส เฟิรส์ท ให้มาลองเช็คกันหน่อยว่า คุณมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนตัวเองใหม่ให้สดใสกว่าเดิมเหล่านี้หรือยัง? 1. กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ปีที่ผ่านมาละเลยมาเท่าไหร่ กินอะไรเข้าไปบ้าง กินผักน้อยไปมั้ย หรือกินตามสะดวก ตามใจตัวเองมากไป ปีใหม่ตั้งเป้าการกินใหม่ด้วยอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น ค่อยๆ ปรับด้วยสัดส่วนการกินก่อน โดยในแต่ละมื้อควรกินโปรตีนไม่ติดไขมัน ¼ แป้งไม่ขัดสีหรือโฮลเกรน ¼ ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งคือผักและผลไม้ ร่างกายจะได้รับสารอาหารครบถ้วนและไม่เป็นภาระต่อระบบเผาผลาญมากเกินไป 2. นอนหลับพักผ่อนให้มากขึ้น การนอนเป็นสิ่งที่สำคัญต่อสุขภาพมาก หากพักผ่อนน้อยเกินไป จะสังเกตได้ว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง รวมทั้งเจ็บป่วยง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น การพักผ่อนต้องมีความสำคัญพอๆ กับการใช้ชีวิต อย่างที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าควรนอนพักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าทำไม่ได้ทุกวัน อย่างน้อยก็ไม่ควรต่ำกว่า 6 ชั่วโมง 3. เครียดให้น้อยลงมีสติและใจเย็น ความเครียดไม่เพียงบั่นทอนสุขภาพให้โทรมเร็วแบบติดสปีด แต่ยังบั่นทอนสุขภาพจิตด้วย ควรหันกลับมาทบทวนตัวเอง มีอะไรที่รบกวนใจอยู่ แล้วมองหาทางออกของปัญหาที่จะทำให้เราเครียดน้อยลง ปรับสมดุลของเวลาในการใช้ชีวิต เวลางานและเวลาส่วนตัวควรแยกออกจากกัน ถ้ามีอะไรต้องทำเป็นล้านอย่าง […]

แค่ออกกำลังกายอย่างฉลาดก็ ‘หุ่นดี’ ได้ไม่ต้องโหมหนักให้โทรมเหมือนป่วย

ข้อดีของการออกกำลังกายมีมากมาย ไม่ว่าจะร่างกายแข็งแรง คลายเครียด สุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ป้องกันการเจ็บป่วย ฯลฯ แต่จะออกกำลังกายอย่างไรจึงจะเรียกว่าออกกำลังกายอย่างฉลาดไม่ใช่ออกกำลังกายอย่างหนักจนส่งผลร้ายต่อร่างกายแทน แพรวดอทคอม ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณทนงศักดิ์ วงษาโสม Fitness Training and Development Manager จากฟิตเนส เฟิรส์ท ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย ซึ่งบอกเล่าถึงอีกมุมหนึ่งของคนที่ชอบออกกำลังกายหนักๆ ว่าส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร แนะนำวิธีสังเกตเพื่อให้รู้ได้ว่าเรากำลังก้าวไปสู่จุดที่เรียกว่าออกกำลังหนักเกินไปหรือยัง พร้อมทั้งแนะนำวิธีการออกกำลังอย่างฉลาดให้นำไปปฏิบัติกันอีกด้วย Train Too Hard การออกกำลังกายหนักเกินไปเกิดจากการออกกำลังกายไปสักพักแล้วรู้สึกติด อยากทำให้เห็นผลชัดขึ้น อยากลดสัดส่วนให้ได้เร็วขึ้น อยากมีกล้ามเนื้อตามที่หวัง อยากออกกำลังให้ได้เป้าหมายสูงสุดตามที่ตั้งไว้ จึงหาเวลาออกกำลังให้ได้มากขึ้นหรือบ่อยขึ้น โดยอาจจะใช้ระยะเวลายาวนานเกินไป ไม่มีวันหยุดพักหรือออกกำลังอย่างเข้มข้นและหนักเกินไป พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ระบบประสาทส่วนกลางของร่างกายที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อทำงานหนักจนไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายใช้กำลังเกินขีดจำกัดอย่างต่อเนื่องเกินกว่าที่ร่างกายจะสามารถฟื้นฟูกลับคืนมา ส่งผลเสียให้เกิดอาการเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อตึงเครียด ประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ ถดถอย ความดันสูง ส่งผลเสียไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน เรียกได้ว่ายิ่งออกกำลังกลับยิ่งแย่ 7 อาการที่แสดงถึงการออกกำลังกายหนักเกินไป 1. รู้สึกอ่อนเพลียแทนที่จะสดชื่นกระปรี้กระเปร่าหลังออกกำลังกาย 2. ออกกำลังแล้วไม่เห็นผลเหมือนช่วงแรก 3. มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ข้อต่อ หรือกระดูก เรื้อรังไม่หายเสียที 4. เครียด […]

keyboard_arrow_up