ช่อดอกไม้เจ้าสาว แบบฉบับเจ้าหญิงที่แท้จริงเป็นอย่างไร มาดูกัน

account_circle
event

อุ่นเครื่องแบบเคาน์ดาวน์กันสักนิดกับ ช่อดอกไม้เจ้าสาว ของเจ้าหญิงที่แท้ทรู

พิธีแต่งงานที่คนทั่วโลกต่างรอคอยกำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งอีกหนึ่งรายละเอียดที่หลายคน (อาจจะ) อยากรู้ และมักจะเป็นอีกหนึ่งกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ที่มักจะเป็นที่พูดถึงหลักจากพิธีผ่านพ้นไปแล้วก็คือ ช่อดอกไม้เจ้าสาว แพรว wedding เลยขออุ่นเครื่องด้วยการรวบรวมช่อดอกไม้งานแต่งที่เหล่าเจ้าหญิงถือเข้าสู่พิธีแต่งงานมาให้ได้ชมกัน ว่ามีดอกอะไรบ้าง จะสวยงามหรูหรา หรือเรียบง่ายขนาดไหน ตามไปส่องกันเลย

ช่อดอกไม้เจ้าสาว

พระราชินีวิคตอเรีย

พระราชินีวิคตอเรียถือได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มการถือช่อบูเกต์เข้าพิธีแต่งงานคนแรกของงานแต่งงานราชวงศ์ก็ว่าได้ ซึ่งพระองค์ได้ถือช่อดอกไม้เมอร์เทิลเข้าพิธีแต่งงานเมื่อปี 1840 และพระองค์ก็ได้นำดอกไม้อันสวยงามจากช่อบูเกต์ช่อนั้นไปปลูกไว้ที่สวนดอกไม้ด้านทิศตะวันออกของพระราชวังฟูแลม และจากนั้นเป็นต้นมาเจ้าสาวทุกคนในครอบครัวราชวงศ์ของพระองค์ก็ได้นำดอกเมอเทิลมาเป็นส่วนหนึ่งในช่อบูเกต์เจ้าสาวอยู่เสมอ

สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี

สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี เข้าพิธีอภิเสกสมรสกับเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก เมื่อปี 1923 ซึ่งช่อบูเกต์ของพระองค์นั้นประกอบไปด้วยหมู่มวลแห่งดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์ และบรรดาดอกกุหลาบ แต่ช่อดอกไม้ช่อนี้กลับหายไปในภาพถ่ายงานแต่งงานของพระองค์!!!

เพราะก่อนการเฉลิมฉลอง สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี ได้ทรงนำช่อบูเกต์ไปวางไว้ที่ เวสต์มินสเตอร์ เอ๊บบี้ ซึ่งเชื่อกันว่าเพื่อเป็นการรำลึกถึงพี่ชายของพระองค์ (Fergus Bowes-Lyon) ที่เสียชีวิตระหว่าง Battle of Loos เมื่อปี 1925 และสิ่งนี้ก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมสำหรับเจ้าหญิงพระองค์อื่นที่จะต้องส่งช่อดอกไม้ไปที่ เอ๊บบี้ หลังจากงานฉลองมงคลสมรส ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ก็ได้ทำตามประเพณีนี้ในงานแต่งงานของพระองค์เมื่อปี 1947 รวมไปถึงดัชเชสแห่งยอร์กคนอื่นๆ และเจ้าหญิงเคต ก็ทำตามประเพณีนี้เช่นกันเมื่อปี 2011

พระราชินีอลิซาเบธ

พระราชินีอลิซาเบธเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นของพระองค์คือ เจ้าชายฟิลลิป เมื่อปี 1947 ซึ่งพิธีแต่งงานได้จัดขึ้นอย่างใหญ่โต และไม่เหมือนกันงานแต่งงานทั่วๆ ไป เพราะทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ตามที่หนังสือพิมพ์ The Telegraph ของอังกฤษได้ตีพิมพ์ไว้ว่า ช่อดอกบูเกต์ดอกกล้วยไม้ของพระนางนั้นไม่ได้เป็นช่อดอกไม้ที่พระนางตั้งใจจะถือตั้งแต่แรก เพราะช่อดอกไม้จริงๆ ที่พระนางจะต้องถือนั้นได้เกิดสูญหายไประหว่างทางที่ทำการจัดส่งมายังพระราชวังบักกิ้งแฮม ในระหว่างที่พระนางและเจ้าชายฟิลลิปกำลังจะเดินทางไปยังพระราชวังเพื่อรับประทานอาหารเช้าที่งานแต่งงานของพระองค์

ต่อมาบรรดานักจัดดอกไม้จึงได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในครั้งนี้ด้วยการทำช่อดอกไม้จำลองหรือช่อดอกไม้สำรองไว้อีกช่อหนึ่งเผื่อเกิดกรณีฉุกเฉินอย่างเช่นเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นเอง

เจ้าหญิงไดอาน่า

ถือได้ว่าเป็นไอคอนิคของราชวงศ์ที่มีอิทธิพลกับเจ้าสาวทั่วโลกตลอดกาลก็ว่าได้ เจ้าหญิงไดอาน่า และลุคในชุดแต่งงานของพระองค์เมื่อปี 1981 ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ ทันทีที่พระองค์ปรากฏตัว แถมยังกลายเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าช่อบูเกต์ของพระองค์นั้นก็ใหญ่ไม่แพ้กับกระโปรงที่ฟูฟ่อง! (รวมไปถึงแขนเสื้อด้วย!!) ซึ่งช่อดอกไม้ของพระองค์ก็ประกอบไปด้วยดอกการ์ดิเนีย, ดอกซ่อนกลิ่นเถา (Stephanotis), ดอกกล้วยไม้ในตระกูล Odontoglossum, ดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์, ดอกกุหลาบ Earl Mountbatten, ดอกฟรีเซีย, ดอกเวโรนิกา, ดอกไอวี่, ว่านกาบหอย และแน่นอนว่าจะขาดดอกเมอร์เทิล สัญลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษไปไม่ได้ และสุดท้ายช่อดอกไม้สไตล์นี้ก็ได้กลายเป็นช่อดอกไม้ที่รับความนิยมในหมู่เจ้าสาวมาโดยตลอดเช่นกัน

คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส

สำหรับการแต่งงานครั้งที่สองของเจ้าชายชาร์ลสเมื่อปี 2005 กับ คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส นั้นคามิลลาได้ถือช่อดอกไม้ขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์, ดอกพริมโรสสีเหลือง สีม่วง สีขาว และแน่นอนว่าต้องมีดอกเมอร์เทิลแซมเอาไว้ด้วย และตามที่สื่อ The Telegraph ได้บอกไว้ว่า ช่อดอกไม้ช่อนี้ที่ส่งให้เธอเพื่อเป็นของขวัญนั้นมาจากผู้หวังดีจากคอร์นวอลล์

เคต มิดเดิลตัน

ถึงแม้ช่อดอกไม้ของเจ้าหญิงเคตจะมีขนาดเล็ก แต่กลับให้ความพอดิบพอดีกับลุคที่ดูหรูหราและเพอร์เฟกต์สำหรับลุคในชุดแต่งงานของพระองค์เป็นอย่างมาก เมื่อ ดัชเชสแห่งแคมบริจ ได้เดินเข้าสู่พิธีแต่งงานเมื่อปี 2011 พระองค์ได้ถือช่อบูเกต์ขนาดเล็กมาด้วย ซึ่งช่อดอกไม้ช่อนี้ออกแบบโดย เชน คอนนอลลี่ โดยประกอบไปด้วยดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์, ดอก Sweet William, ดอกไฮอาซินธ์ และแน่นอน ดอกเมอร์เทิล และหลังจากจบพิธี ดัชเชสแห่งแคมบริจได้นำช่อดอกไม้ช่อนี้ไปวางไว้ที่หลุมฝังศพ ณ เวสต์มินสเตอร์ เอ๊บบี้

เกรซ เคลลี่

เกรซ เคลลี่ เข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าชายแรนีเยที่ 3 องค์อธิปัตย์แห่งโมนาโก เมื่อปี 1956 พร้อมกับช่อบูเกต์ที่สวยงามจนกลายเป็นตำนาน รวมไปถึงชุดแต่งงานที่กลายเป็นไอคอนิคให้กับเจ้าสาวทั่วโลก เจ้าหญิงแห่งโมนาโกถือช่อดอกไม้ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นช่อดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์ พร้อมกับคัมภีร์ไบเบิ้ลเล่มเล็กสำหรับการเดินเข้าสู่พิธีแต่งงานของเธอ ส่วนชุดแต่งงานของเธอนั้นด้านบนเป็นชุดที่ตัดเย็บจากผ้าไหมที่ให้ลุคนุ่มนวลจากแผนกเสื้อผ้าของ MGM พร้อมเสื้อคลุมผ้าลูกไม้ appliqué ที่ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยไข่มุก จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งช่อดอกไม้และชุดแต่งงานของเธอจะกลายเป็นไอคอนิคที่อยู่ในใจสาวๆ มาตลอดกาล

มาเรียแห่งเท็ค

มาเรียแห่งเท็ค พระนางเป็นพระอัครมเหสีในพระเจ้าจอร์จที่ 5 ซึ่งเข้าพิธีอภิเสกสมรสเมื่อปี 1893 ซึ่งพระนางเดินเข้าสู่พิธีแต่งงานพร้อมกับถือช่อดอกไม้ที่ประกอบไปด้วย ดอกกุหลาบ Provence, ดอกกล้วยไม้ และดอก Orange Blossoms ซึ่งเพื่อนเจ้าสาวของพระนางก็ได้ถือช่อดอกไม้ที่มีลักษณะคล้ายกันพร้อมกับเสียบดอกกุหลาบไว้ที่ผมของพวกเธอด้วย

และนี่คือเหล่าช่อดอกไม้ของบรรดาเจ้าหญิง และอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้เราก็กำลังจะได้เห็นช่อดอกไม้ที่จะกลายเป็นตำนานอีกหนึ่งช่อในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล ชักจะอยากรู้ซะแล้วสิว่าจะมีดอกอะไรบ้าง เอาเป็นว่าตามไปส่อง อัพเดท! การจัดดอกไม้ในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล

เรียบเรียงข้อมูลและภาพจาก brides.com

Praew Recommend

keyboard_arrow_up