Zipmex คริปโตเคอร์เรนซี่

จับตา 2 ผู้บริหารนักสู้มาแรงแห่ง Zipmex บนโลกคริปโตเคอร์เรนซี่

Alternative Textaccount_circle
event
Zipmex คริปโตเคอร์เรนซี่
Zipmex คริปโตเคอร์เรนซี่

จัดเป็นปีที่ร้อนแรงมากสำหรับธุรกิจแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในเมืองไทยที่ต่างเติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งในแนวหน้าคือ Zipmex ภายใต้การนำของ “คุณแบงค์ – ดร.เอกลาภ ยิ้มวิไล” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ “คุณต่อ – ตรัยคุณ ศรีหงส์” Country Manager ที่พร้อมต่อสู้ผลักดันให้ธุรกิจยุคใหม่ของไทยก้าวไปสู่โลกอนาคต

การแพร่ระบาดของโควิด-19 เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคไปอย่างไร และส่งผลกระทบกับ Zipmex อย่างไรบ้างคะ

คุณแบงค์ตอบก่อน  “ผมว่าการแพร่ระบาดของโควิดทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนมาอยู่บนออนไลน์มากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร  Work From Home รวมถึงเรื่องเงินและการลงทุนด้วย  เห็นได้จากเราเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้น  ยิ่งเมื่อมีปัญหาทางเศรษฐกิจ  คนจึงหันมาสนใจศึกษาและมองหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ มากขึ้น  ที่ชัดเจนเลยคือจากคนที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน  กระโดดข้ามมาที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเลยก็มี  ซึ่งโชคดีที่ Zipmex เป็นบริษัทดิจิทัลอยู่แล้ว  ลูกค้าที่สนใจอยากเปิดบัญชีและใช้งานแพลตฟอร์มของเราจึงสามารถทำทุกอย่างผ่านโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้หมด  ต้องบอกว่าโมเดลธุรกิจของเราเข้ากับสถานการณ์พอดี  จึงทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้งานมากขึ้น  อย่างในประเทศไทย  ถ้าดูตัวเลขปีนี้คนเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าเปิดบัญชีหุ้น 4 – 5 เท่าแล้วนะครับ  ส่วน Zipmex เองก็เติบโตขึ้นมาเป็นพันเปอร์เซ็นต์  แสดงว่าคนรุ่นใหม่สนใจตลาดนี้มากขึ้น

“แต่พอลูกค้าสนใจใช้บริการเรามากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือเราต้องเร่งพัฒนาระบบและดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดซึ่งการทำงานของเราอยู่บนออนไลน์ทั้งหมดอยู่แล้ว ตั้งแต่การยืนยันตัวตน  เปิดบัญชี  ทำการซื้อขาย  หรือแม้กระทั่งการให้ข้อมูลและสื่อสารกับลูกค้าก็สามารถทำได้ผ่านออนไลน์ที่มีคนคอยตอบตลอด 24 ชั่วโมงทั้งทางเว็บไซต์  แอพพลิเคชั่น  เฟซบุ๊ก  และไลน์  โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่เราเน้นย้ำคือการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ลูกค้า  ทั้งเรื่องความเสี่ยงและประโยชน์ที่จะได้รับจากสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี่” [Cryptocurrency คือสกุลเงินเข้ารหัสที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นสื่อกลางของการแลกเปลี่ยน  โดยใช้วิทยาการเข้ารหัสหรือรหัสลับ (Cryptography) ในการป้องกันและยืนยันธุรกรรม] 

คริปโตเคอร์เรนซี่ยังเป็นเรื่องใหม่มากๆ ในเมืองไทย Zipmex มีวิธีสื่อสารกับลูกค้าอย่างไรให้มีความเข้าใจและเท่าทันในเรื่องนี้คะ

คุณต่อตอบบ้าง  “ต้องยอมรับว่ายังมีคนไทยจำนวนไม่มากที่เข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัล  หลายคนยังมีความกลัว  กังวล  และไม่กล้าลงทุนอยู่  แม้กระทั่งลูกค้าของเราเองก็มีทั้งกลุ่มที่เพิ่งเริ่มลงทุนและกลุ่มที่มีความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วระดับหนึ่ง  วิธีของเราคือต้องทำให้ลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจมากที่สุด  โดยสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าได้เรียนรู้ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น  เว็บไซต์zipmex.com  เฟซบุ๊กและไลน์ของ Zipmex  ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญต่างๆ รวมถึงข่าวสารที่เกิดขึ้นในโลกคริปโตเคอร์เรนซี่  ซึ่งเราพบว่านอกจากคอนเทนต์ที่เรานำเสนอ  ช่องทางเหล่านี้ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่มีความรู้ความเข้าใจในคริปโตเคอร์เรนซี่ดีเข้ามาพูดคุยเพื่อสร้างคอมมูนิตี้กันในนั้น  กลายเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ความสนใจไปในตัว นอกจากนี้เรามีพาร์ตเนอร์ Online Learning Platform  เช่น  SkillLane, FutureSkill  ที่เสนอคอร์สคริปโตเคอร์เรนซี่  ซึ่งสอนโดยทีมของ Zipmex ในแพลตฟอร์มของเขา  ส่วนในแอพพลิเคชั่นของเราเองก็ยังมีCustomer Service Channel ให้ลูกค้าติดต่อสอบถามเรื่องที่ยังไม่เข้าใจได้24 ชั่วโมง

“ถัดมาที่เราพยายามจะเพิ่มคือการร่วมมือกับสื่อและองค์กรต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้างมากขึ้น  อย่างล่าสุดเราเป็นพาร์ตเนอร์กับ The 1 Card (เดอะวันการ์ดของกลุ่มเซ็นทรัล)  ให้ลูกค้านำพ้อยต์มาแลกเป็นZMT (Zipmex Token) ได้  เพื่อเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า  จากเดิมที่นำไปแลกเป็น บัตรกำนัลหรือของในเซ็นทรัล  ถือเป็นจุดเชื่อมและเปิดมุมมองให้คนเห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซี่ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลตัว  ขณะเดียวกันเราก็คุยกันว่าอยากให้ลูกค้าของ The 1 สามารถเรียนรู้บทความต่างๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่บนแอพพลิเคชั่น ของ The 1 ได้  ก็ถือเป็นอีกช่องทางในการให้ความรู้แก่ลูกค้า”

ตลอดปีที่ผ่านมา Zipmex ผุดโปรดักต์และโปรเจ็กต์ต่างๆ มากมาย มีแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้แตกต่างและโดดเด่นอย่างไรคะ

คุณแบงค์เล่าก่อน  “วิสัยทัศน์ตั้งแต่แรกเริ่มของ Zipmex คืออยากเป็น สะพานเชื่อมระหว่างโลกสินทรัพย์ดิจิทัลและโลกปกติ  ซึ่งทุกวันนี้มีโปรดักต์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายในโลกของคริปโตเคอร์เรนซี่  แต่คนทั่วไปยังไม่ทราบ  เราจึงอยาก แปรรูปโปรดักต์และบริการเหล่านั้นมาให้คนทั่วไปเข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย  ใช้สะดวก อย่างโปรแกรม ZipUp  ซึ่งเดิมเริ่มมาจากไอเดียว่าทำอย่างไรให้คนรู้สึกว่าเขาได้ ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ดิจิทัล  ซึ่งความจริงก็คล้ายกับตลาด DeFi (Decentralized Finance  โลกการเงินที่ไร้ตัวกลาง  สามารถปล่อยกู้และยืมเงินกันได้ โดยนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาวางค้ำประกัน)  แต่คนทั่วไปอาจรู้สึกว่ายุ่งยาก  ไม่เข้าใจ  เราจึงนำมาปรับให้ง่ายขึ้น  คือคุณแค่ฝากเงินไว้กับเรา  คุณก็ได้โบนัสเลย  เป็น กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่าไป”

คุณต่อช่วยเพิ่มเติมว่า  “คือเวลาคิดเรายึดหลักว่าอะไรที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึง คริปโตเคอร์เรนซี่ได้ง่ายที่สุด  เราจึงนำเรื่องการออม  การลงทุน  และการใช้จ่าย มาเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโปรดักต์  อย่าง ZLaunch โปรดักต์ใหม่ล่าสุดที่เวลา Zipmex ออกเหรียญอะไรใหม่ๆ ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์รับส่วนแบ่งไปฟรีๆ เพียงถือ เหรียญ ZMT ของเราไว้  ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องการออม  สอง  เป็นการสร้าง รูปแบบการใช้งานให้เหรียญ ZMT  คือถ้าลูกค้าถือไว้ก็จะมีประโยชน์กับระบบ นิเวศของเราทั้งหมด  เพราะยิ่งถือมาก  ลูกค้าก็จะได้รับอัตราการให้โบนัสสูงขึ้น  ได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมในการลงทุนและการเทรด  อีกทั้งยังมีแผนให้สามารถนำไป ใช้จ่ายในอนาคตได้ด้วย

“นอกจากนี้เรายังร่วมกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ เพื่อขยายขอบเขตการใช้งาน คริปโตเคอร์เรนซี่  เช่น  ที่ผ่านมาก็มีการร่วมมือกับ Renazzo Motor, วสุธากรุ๊ป และล่าสุดก็มีทาง B Autohaus ในการใช้คริปโตเคอร์เรนซี่ซื้อรถยนต์ หรือการจับมือกับบริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในการซื้อคอนโด หรือกับบริษัทกรุงศรี ฟินโนเวต (Krungsri Finnovate) ที่มาลงทุนกับเรา ก็สามารถ ต่อยอดเรื่องการนำเทคโนโลยีของธนาคารมาช่วยพัฒนาระบบการเปิดบัญชีให้ลูกค้า ได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น  เรื่อยไปจนถึงการเป็นพาร์ตเนอร์กับทาง The 1 อย่างที่เล่าไป  และการจับมือกับทางสยามพิวรรธน์เพื่อจัดบริการหรือประสบการณ์ หรูหราสุดเอกซ์คลูซีฟ  เช่น  1 Day Personal Shopper หรือ Exclusive Afternoon Tea ที่สยามพารากอน  ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าหรือบริการโดยใช้ เหรียญ ZMT ผ่านทาง ZipWorld  เป็นต้นครับ”

ทุกวันนี้การแข่งขันในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ดุเดือดแค่ไหนใครคือคู่แข่งของ Zipmex แล้วทำอย่างไรจึงจะนำคู่แข่งได้คะ

คุณแบงค์ยิ้ม  “จริงๆ แล้วผมว่าการมีคู่แข่งในทางธุรกิจเป็นเรื่องดีนะครับ เพราะหมายถึงเรามาถูกทางแล้ว  ไม่ได้คิดอยู่คนเดียว  แต่คนอื่นก็คิดเหมือนกัน (หัวเราะ)  เพียงแต่เราโชคดีที่เข้ามาเป็นกลุ่มแรกๆ ปัจจุบันคู่แข่งของเราก็คือ  ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีคู่แข่งมากขึ้น  เราก็ต้อง แย่งลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดกัน  ขนาดทำร้านก๋วยเตี๋ยวยังมีคู่แข่งเลยครับ  แต่จะน่ากลัวตรงที่ถ้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ดีๆ แล้วมีคู่แข่งยักษ์ใหญ่ที่มีขนาดตลาด และส่วนแบ่งทางการตลาดเยอะกระโดดเข้ามาขายก๋วยเตี๋ยวด้วย  อย่างกรณีที่ทาง SCB เข้ามาในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่  ผมเชื่อว่าเขาอาจใช้เวลานานกว่าจะปรับปรุง ให้เข้าที่เข้าทาง  แต่พอเขาทำเรียบร้อยแล้วถือว่าน่ากลัว

“แต่ถ้ามองอีกมุม  การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง SCB เข้ามาในตลาดนี้ ก็เป็นการยืนยันว่าเรามาถูกทางแล้ว  แต่จะทำอย่างไรไม่ให้มีการผูกขาดครองตลาด อยู่เพียงเจ้าเดียว  ก็ต้องอาศัยคู่แข่งเจ้าอื่นๆ อย่าง Zipmex มาร่วมแข่งขันด้วย  ซึ่งคู่แข่งทุกคนก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเองและสินค้าให้ดีที่สุด  รวมถึงลดค่าใช้จ่าย ให้ลูกค้ามากที่สุด  ซึ่งสุดท้ายแล้วคนที่จะได้รับประโยชน์ก็คือผู้บริโภคนั่นเอง  ถือเป็นข้อดีที่สุดสำหรับการแข่งขันเลยครับ  ยิ่งมีการแข่งมาก  ก็ยิ่งมีลูกค้ามาก  ทุกคนก็จะยิ่งรู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น  และมีทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้นไปอีก”

คุณต่อเสริมบ้าง  “ผมว่าจุดเด่นที่ทำให้ Zipmex ต่างจากคู่แข่งอื่นๆ ในตลาดไทยคือเราดำเนินการอยู่ในหลายประเทศ  ทั้งไทย  สิงคโปร์  อินโดนีเซีย  และ ออสเตรเลีย  จึงมีทั้งทีมบริหารที่แข็งแกร่งและพนักงานเก่งๆ ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ จากกันและกันได้  อีกทั้งยังมีการหมุนเวียนของข้อมูลข่าวสารและนำประสบการณ์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศมาปรับใช้ในการทำงานของเราได้อย่างรวดเร็ว  สอง คือ  เรามีพาร์ตเนอร์ชั้นนำ  นอกจากนักลงทุนของเราอย่างกรุงศรี  ฟินโนเวต,  Plan B และมาสเตอร์แอด (MACO)  เราก็ยังมีกลุ่มพันธมิตรอีกหลายบริษัท  ผมมองว่า  เราสามารถร่วมมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่แตกต่างให้ตรงกับ ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้  ตรงนี้ช่วยทำให้เราแข่งขันได้มากขึ้น”

ความโหดของสายงานนี้คืออะไรคะ

คุณแบงค์บอกว่า  “หลายอย่างเลยครับ  หนึ่ง  เราเป็นธุรกิจที่เป็น Retail Base  คือเจอลูกค้าแบบ One On One เลย  แล้วลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเข้ามาคอมเมนต์ ให้ฟีดแบ็กอยู่ตลอด  ดังนั้นเราต้องรับฟีดแบ็กจากลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนา  ไหนจะ เรื่องความปลอดภัยอีก  แล้วความที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่เปิด 24 ชั่วโมง  7 วัน ต่ออาทิตย์  เราจึงไม่มีวันหยุด  ต้องมีคนคอยดูระบบตลอด  ทุกคืนก็ต้องเข้าเวร สลับกันนอน  ส่วนผมในฐานะผู้บริหารก็ต้องสแตนด์บายเสมอ  อย่างวันเสาร์กินข้าว อยู่กับครอบครัว  พอมีประเด็นด่วนเข้ามาก็ต้องลุกไปแก้ปัญหาทันที  หรือบางที ฝ่ายกำกับดูแลมีกฎระเบียบออกใหม่ตอนเที่ยงคืน  โดยที่เราไม่รู้มาก่อน  เราก็ต้อง รีบวางนโยบายบริษัทหรือกลยุทธ์ใหม่เพื่อรับมือ”

คุณต่อช่วยเสริม  “สิ่งที่ท้าทายที่สุดอีกอย่างของเราคือการที่เราต้องรักษาสมดุล ระหว่างการปกป้องนักลงทุนตามกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ กับการพัฒนาระบบนิเวศ ของสินทรัพย์ดิจิทัลในเมืองไทยให้โตทันต่างประเทศ  คือเราเข้าใจว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ แต่เราก็ต้องผลักดันไม่ให้ตึงเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลใน เมืองไทย  เพราะอาจทำให้เราเสียพื้นที่หรือความสามารถในการแข่งขันกับแพลตฟอร์ม อื่นในต่างประเทศ  เราจึงต้องงัดทั้งศาสตร์และศิลป์มาใช้ในการทำงานครับ”

อะไรคือจุดแข็งของ Zipmex ที่ทำให้ผู้ร่วมลงทุนอย่าง กรุงศรี ฟินโนเวต สนใจลงทุนกว่า 1.3 พันล้านบาท ในการระดมทุนรอบ Series B ที่ผ่านมาคะ

คุณแบงค์เป็นตัวแทนตอบ  “ผมเรียนอย่างนี้นะครับ  การลงทุนที่เกิดขึ้น เป็นการลงทุนในฝั่งบริษัทแม่ที่สิงคโปร์  ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผู้ลงทุนสนใจเข้ามา ลงทุนใน Zipmex เรื่องแรกคือ ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปีนี้เติบโตมาก  จะเห็นว่า หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกอย่าง Tesla หรือ MicroStrategy ก็หันมาลงทุนใน บิทคอยน์  จึงพูดได้ว่านี่เป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ  โดยเฉพาะในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียแปซิฟิกที่ยังไม่ค่อยมีผู้เล่นในภูมิภาคเยอะ  และมี อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนในภูมิภาคนี้สูง  คือมีคนใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า มีบัญชีธนาคารอีก  ดังนั้นโอกาสที่คนจะเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลจึงมีมาก  แต่ปัจจุบัน ศูนย์ซื้อขายใหญ่ๆ ระดับโลกในตลาดทุกวันนี้ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลไหนเลย ขณะที่ Zipmex ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากทุกประเทศที่เรามีอยู่  (ไทย  อินโดนีเซีย  สิงคโปร์  และออสเตรเลีย)  นี่คือจุดเด่นของเราที่ไม่มีบริษัทไหน เหมือน  โดยสิ่งที่เราจะทำต่อไปคือนำเงินทุนที่ได้ไปพัฒนาแอพพลิเคชั่นและ แพลตฟอร์มให้ดีขึ้นกว่าเดิม  เพิ่มโปรดักต์ใหม่ๆ ให้มากขึ้น  และศึกษาตลาด ประเทศอื่นๆ ที่เราอยากเข้าไปเปิดตลาดเพิ่มด้วย”

ในฐานะผู้นำขององค์กรเกิดใหม่ ทั้งสองท่านแบ่งหน้าที่และกลยุทธ์ในการบริหารงานอย่างไรคะ

คุณแบงค์ตอบก่อน  “ความที่เราเป็นธุรกิจสมัยใหม่  คนในองค์กรของเรา ก็ถือเป็นคนรุ่นใหม่  ทำให้เราเป็นองค์กรที่เป็นไปในแนวราบ  คือสามารถพูดคุย  เสนอแนะ  แลกเปลี่ยนความคิดและไอเดียกันได้  โดยเราจะสื่อสารกันผ่าน Slack (แอพสำหรับการสื่อสารหรือทำงานในองค์กร)  เวลามีเรื่องอะไรเราก็คุยกันในนั้น ทันที  การสื่อสารจึงรวดเร็ว  วิธีการทำงานคือการร่วมมือกัน  ดังนั้นผมกับคุณต่อ จะรู้ทุกเรื่องและทุกปัญหาที่เกิดขึ้น  รวมถึงรู้ต้นเหตุของปัญหาด้วยว่ามาจากไหน  เพราะเราลงรายละเอียดกันเอง  โดยผมกับคุณต่อจะแบ่งงานกัน  ผมดูเรื่องภาพรวม กับนโยบาย  เพราะผมเป็นกรรมการทางกรุ๊ปที่สิงคโปร์ด้วย  ส่วนคุณต่อดูเรื่องลูกค้า ซึ่งสำคัญที่สุด  โดยเฉพาะเรื่อง Customer Experience ว่าพอใช้บริการเราแล้ว  ลูกค้าแฮ็ปปี้ไหม  ไปจนถึงการดูตัวเลขว่าลูกค้าเข้ามากี่คนแล้ว  มีเป้าหมายอะไร อย่างไร  เราทำงานในลักษณะที่เหมือนขับรถน่ะครับ  คนหนึ่งขับ  อีกคนดูแผนที่  จะได้ช่วยกันไม่ให้หลงทาง”

คุณต่อตอบบ้าง  “เสริมจากที่คุณแบงค์พูดนะครับ  ในฐานะที่ผมรับผิดชอบ เรื่องลูกค้า  เราจะให้ความสำคัญกับการฟังลูกค้ามากๆ เพราะเขาคือผู้ใช้งานจริง  ดังนั้นไม่ว่าจะมีปัญหา  คอมเมนต์  หรือคำแนะนำใดๆ เราต้องนำมาแก้ไขและ เรียนรู้พัฒนาต่อยอดอยู่เสมอ  อย่างเรื่องจำนวนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้เทรดบนกระดาน Zipmex จากตอนแรกที่มีแค่สิบเหรียญ พอมีลูกค้ารีเควสต์มามากๆ เราก็เพิ่ม เหรียญเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันเรามีกว่า 50 เหรียญ  ถือว่าเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของผู้ให้บริการในเมืองไทยเลยครับ  เช่นเดียวกับการคิดพัฒนาอะไรก็ตาม  เราทำ เพื่อตอบโจทย์ภารกิจของ Zipmex  คือการทำให้การใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ ง่ายสำหรับลูกค้า  เราจึงเปิดให้พนักงานทุกระดับสามารถเสนอไอเดียและริเริ่มงาน ได้อย่างเต็มที่  ซึ่งกลายเป็นทำให้เขารู้สึกภูมิใจในการทำงานและรู้สึกมีส่วนร่วม ในการเป็นเจ้าของบริษัทอย่างเต็มที่  ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถดึงคนเก่งๆ ที่มีความสามารถเข้ามาได้  ผมเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสู้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้ และเติบโตมาตลอดครับ”

ปีหน้าเราจะได้เห็นโปรเจ็กต์ใหม่ๆ จาก Zipmex อีกไหมคะ

คุณแบงค์  “ถ้าอิงจากในโร้ดแม็ปของเรา อนาคตเรามีแพลนทำ Debit Card กับ VISA เพื่อให้สามารถนำคริปโตเคอร์เรนซี่มาใช้จ่ายได้จริง  และเรากำลัง ให้ความสำคัญกับตลาด NFT (Non-Fungible Token เหรียญที่แสดงการเป็น กรรมสิทธิ์ของทรัพย์สิน จะมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ไม่มีใครทำซ้ำได้) แม้ในประเทศไทยจะมีการห้ามเทรด NFT แต่ยังพอทำได้ในกรอบที่กำหนดไว้ ที่มองเรื่อง NFT เพราะน่าสนใจตรงที่เป็นเรื่อง ของการนำทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้มาทำการค้าเชิงพาณิชย์  ไม่ว่าจะเป็นไอเดียหรืองานศิลปะต่างๆ มันคือการเป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์สิ่งต่างๆ ในโลกดิจิทัล อย่างปัจจุบันเราเห็นแล้วว่า Metaverse กำลังมา  ขนาดเฟซบุ๊กยังเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เลย ดังนั้นในอนาคตคนจะใช้ชีวิตอยู่ในโลก Metaverse มากขึ้น  และในโลกนั้นก็จะมีNFT เป็นกรรมสิทธิ์ข้าวของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน ฯลฯ จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก

“ส่วนที่เรากำลังทำอยู่แล้ว แต่จะทำให้ดีขึ้นในอนาคตก็คือ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นและแพลตฟอร์มของเรา  โดยจะมีการลิสต์ เหรียญใหม่ๆ มากขึ้น จะมีโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ออกใน  ZLaunch และ ZipWorld มากขึ้น  ความจริงตอนนี้ ZipWorld ที่ทำอยู่ยัง เป็นตัวเทสต์นะครับ  แต่ประสบความสำเร็จมาก  เรียกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของสินค้าใน ZipWorld คือขายหมดเกลี้ยงภายใน หนึ่งชั่วโมง  ทำให้เห็นเลยว่าการเชื่อมโลกลงทุนกับไลฟ์สไตล์ เข้าด้วยกันนั้นเวิร์คมาก เหมือนเขาได้กำไรจากการลงทุนมาแล้วก็นำเงินไปใช้ซื้ออย่างอื่นในแพลตฟอร์มของเราต่อได้เลย สเต็ปเดียวจบ โดยเรามีดีลหรือส่วนลดพิเศษให้”

สุดท้ายหลักยึดในการต่อสู้เพื่อดำเนินธุรกิจของ Zipmex คืออะไรคะ

คุณแบงค์ตอบทันที  “วิสัยทัศน์ของ Zipmex คือพยายามให้การเข้าถึงโลกสินทรัพย์ดิจิทัลง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้  และสะดวกสบายที่สุด  เราไม่เคยตั้งเป้าว่าต้องเอาชนะอะไร  มูลค่าบริษัทต้อง เป็นเท่าไร  หรือต้องเป็นยูนิคอร์นของประเทศให้ได้  อันนั้นเป็น เรื่องรอง  ผมคิดแค่ว่าหากเราทำให้ดีที่สุด  เหมือนที่ผมย้ำมาตลอด ว่าถ้าเราทำสินค้าที่ดี  ดูแลลูกค้าให้ดี  มีความปลอดภัย  ให้เขาเชื่อใจ  วันหนึ่งเรื่องอื่นๆ ก็จะตามมาเอง  ทั้งรายได้  มูลค่าบริษัท เดี๋ยวผลงานจะพูดด้วยตัวมันเอง  สุดท้ายผมก็หวังว่า Zipmex จะทำให้โลกของสินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนอยู่เคียงข้างคน รุ่นใหม่ไปตลอด  อย่างแต่ก่อนเยาวชนไม่ค่อยสนใจเรื่องการออม การลงทุน  แต่ปัจจุบันจากข้อมูลเราพบว่าเยาวชนและคนรุ่นใหม่ เริ่มเก็บออมและลงทุนมากขึ้น  หรือพ่อแม่บางคนเริ่มเก็บออม บิทคอยน์เพื่อลูกด้วยซ้ำ  จึงดีใจที่ได้มีส่วนร่วมสร้างพฤติกรรม การออมและการลงทุนให้คนรุ่นใหม่ครับ” (ยิ้ม)

คุณต่อพูดปิดท้ายว่า  “ผมขอเสริมจากคุณแบงค์ว่า  สิ่งที่เรามุ่งหวังมาตลอดคือต้องการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน  หมายความว่า ต้องสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง  แม้ทุกวันนี้เราจะกำไรแล้ว  แต่เรา มองว่าตลาดของ Zipmex ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย  ด้วยศักยภาพและแพลตฟอร์มของเราสามารถเสิร์ฟลูกค้าทั้งเอเชียแปซิฟิกได้  เราจึงเตรียมความพร้อมเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องนี้  คือทำอย่างไร ให้ลูกค้าสามารถใช้คริปโตเคอร์เรนซี่ได้ในหลายๆ มุม  เราจึงเน้นลงทุนเรื่องความรู้ภายในบริษัทและโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท เพื่อตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้  เราพยายามจะเตรียมความพร้อมใน ทุกด้านและสถานการณ์  เพื่อที่ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสเข้ามา

“เราก็พร้อมที่จะคว้าโอกาสได้ตลอดครับ”

Zipmex คริปโตเคอร์เรนซี่


 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up