“แอ๊คทีฟ เอกซ์ตรีม โพสิทีฟ” พลอย ปิ่นแสง เซเลบสาวสตรอง เข้าคลาสสปินนิ่ง ปั่นมาแล้วทั่วโลก!

เซเลบสาวสตรอง
เซเลบสาวสตรอง

เซเลบสาวสตรอง พลอย ปิ่นแสง สปินนิ่ง ปั่นมาทั่วโลก! 

เซเลบสาวสตรอง พลอย ปิ่นแสง นอกจากจะเป็นลูกสาวของจันทมาศ และกนกศักดิ์ ปิ่นแสง อดีตกรรมการ เลขานุการ อุปนายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และผู้ร่วมกันก่อตั้ง “สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ พีอีเอ” (สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) เธอยังมีสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่น เก๋ และเท่สุดๆ ในเรื่องความสปอร์ตตี้ เพราะเล่นกีฬาได้เกือบทุกชนิด แต่ที่ยกให้เป็นหนึ่งในดวงใจเวลานี้คือ สปินนิ่ง การปั่นจักรยานเข้าสเต็ปแดนซ์สุดมัน จนต้องลุกขึ้นมาเปิด “Tribe” สตูดิโอปั่นจักรยานของตัวเอง!!

พลอยเล่าถึงที่มาของความคลั่งไคล้ในการปั่นจักรยานอินดอร์ว่า “แต่ก่อนพลอยชอบเล่นกีฬา แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย…สำหรับพลอย กีฬาเป็นกิจกรรมที่ต้องทำเป็นกลุ่มหรือเล่นเพื่อการแข่งขัน เช่น แบดมินตัน บาสเกตบอล หรือขี่ม้า แต่การออกกำลังกายนั้นเหมือนการเข้ายิม ทำให้ดูฟิต ไม่ใช่แนวพลอยเท่าไร (หัวเราะ)

กระทั่งได้มาลองคลาสสปินนิ่งหรือปั่นจักรยานในร่มนี่แหละค่ะ เคยลองครั้งแรกที่สิงคโปร์แล้วสนุกมาก เพราะได้ทั้งออกกำลังและแดนซ์ไปในตัว ยิ่งได้ปั่นพร้อมทุกคนในห้อง เหมือนมีการส่งพลัง ช่วยกระตุ้นแรงฮึดให้เราแบบ เฮ้ย เราจะยอมแพ้ไม่ได้ (หัวเราะ) หลังจากนั้นเวลาเดินทางไปไหน ประเทศอะไร ก็จะหาคลาสปั่นตลอด เรียกว่าไปปั่นมาทั่วโลกแล้ว (ยิ้ม) พูดภาษาเขาไม่ได้ก็ยังไปปั่น อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส เกาหลี หรือญี่ปุ่น ซึ่งจองยากมาก เพราะเขาให้แต่คนในพื้นที่เท่านั้น เราต้องให้คนที่อยู่ญี่ปุ่นจองให้ แล้วไม่ว่าจะไปปั่นที่ไหน พลอยจะต้องขอลองทุกที่ ทุกคลาส ทุกคุณครู อย่างที่ญี่ปุ่นมี 8 สาขา 6 หลักสูตร พลอยก็จะไปปั่นให้ครบ (หัวเราะ) เพราะอยากรู้ว่าครูคนไหนมีเทคนิคการสอนอย่างไร ซึ่งครูที่ดีจะมีการใช้หลักจิตวิทยามาพูดบิลด์ให้เราที่กำลังจะหมดแรง มีแรงปั่นต่อได้จนสุด คือเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของเรา

 

“ซึ่งพลอยก็ได้นำเทคนิคเหล่านี้มาใช้เมื่อได้เปิด Tribe สปินนิ่งสตูดิโอของตัวเอง เพราะพลอยเป็นครูสอนเองด้วย เราต้องให้กำลังใจคนเป็น แต่จะให้กำลังใจคนได้ เราก็ต้องคิดบวกให้เป็นก่อน ตั้งแต่สปินนิ่งมาก็รู้สึกว่าชีวิตเราสดใสและมองโลกโพสิทีฟมากขึ้น ช่วงนี้พลอยอุทิศเวลาให้ Tribe เป็นหลัก เพราะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าช่วงแรก แต่ก่อนพลอยทำทุกอย่างเลย ตื่นตี 5 นั่งมอเตอร์ไซค์มาเปิดร้านเอง รับลูกค้า ทำรีเซ็ปชั่น ไปจนถึงขัดทำความสะอาดจักรยานเอง (ยิ้ม) แต่มีความสุขค่ะ เพราะเราได้เจอสิ่งที่ใช่ และได้ทำงานกับเพื่อนสนิท คือ หลวง (พสุ ลิปตพัลลภ) และจอย (ณัฐภาณุ์ ศรียุกต์สิริ) ที่เป็นพาร์ตเนอร์กัน แม้จะดูแลรับผิดชอบกันคนละส่วน แต่ก็สามารถปรึกษาและตัดสินใจร่วมกันได้ ทำให้มีกำลังใจในการทำงาน ทุกวันนี้เราก็พยายามเพิ่มอะไรใหม่ๆ เข้าไปใน Tribe เช่น มีอีเว้นต์เป็น Live DJ ให้ดีเจมาเปิดเพลงสนุกๆ ทำให้คนปั่นคึกคักมากขึ้น เหมือนได้ไปแดนซ์ในคลับ นอกจากนี้ก็ยังมี Barre Class ที่ผสมเทคนิคจากบัลเลต์เข้าไป ช่วยโทนร่างกายให้เฟิร์มขึ้น คือพลอยอยากให้ Tribe เป็นมากกว่าแค่สปินนิ่งสตูดิโอ แต่เป็นสถานที่ที่นำเสนอการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ ที่ทันสมัยและน่าสนใจ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่สปินนิ่งอย่างเดียว

“ส่วนขี่ม้า พลอยก็ยังไม่ทิ้ง เพราะเราขี่มาตลอดตั้งแต่ 4 ขวบ เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้ว ยิ่งช่วงนี้เป็นฤดูกาลแข่งโปโลพอดี พลอยจะแบ่งเวลาไปขี่ม้าช่วงเย็น 4 ครั้งต่อสัปดาห์ คือ เสาร์ อาทิตย์ และวันธรรมดาอีก 2 วัน พอหมดฤดูกาลก็คงไปโฟกัสที่ Tribe เหมือนเดิม

แม้จะทำงานหนักขนาดไหน สิ่งที่พลอยไม่เคยขาดคือการให้เวลาคนรอบข้าง “พลอยว่าพลอยค่อนข้างจะแอ๊คทีฟและเอกซ์ตรีม คือลุยมาก จะทำอะไรต้องให้ถึงที่สุด เวลาพักก็พักสุดๆ นอนนิ่งๆ ไม่ทำอะไรเลย หรือเวลาออกกำลังกายก็จะบ้าออกกำลังอย่างเดียวจนแทบไม่ได้นอน เคยไปอยู่อังกฤษครั้งหนึ่ง แล้วไปปั่นจักรยานวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ช่วงบ่ายก็ตีโปโลทุกวัน เสร็จแล้วก็ต้องไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็อยากไปช็อปปิ้งด้วย กลับมานอนงีบได้ 2 – 3 ชั่วโมงก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อน กลับมานอน 2 – 3 ชั่วโมง ก็ตื่น 6 โมงเช้าไปปั่นจักรยานอีก คืออะดรีนาลินพลุ่งพล่านมาก เป็นอย่างนี้อยู่กว่า 10 วัน พอกลับมาเมืองไทยปุ๊บ ร่างกายแหลกเลย นอนตาย ไม่โทร.หาใคร ต้องพักฟื้น (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้วนะคะ เริ่มบาลานซ์เวลาได้ดีขึ้น โดยให้การออกกำลังกายเป็นหลัก เพราะเราติดแล้ว

“วันไหนไม่ได้ออกกำลังจะอึดอัดมาก”

เรื่อง : โทมาลิน

ภาพ : แพรว และ IG : cloudywithchance of ploy

 

 

 

keyboard_arrow_up