LOVE ON WHEELCHAIR ‘รัก’ ช่วยเติมเต็มความขาด

คือความแตกต่างที่ลงตัว ระหว่าง ฟ้า – วิญธัชชา ถุนนอก พร่องแค่ทางร่างกาย แต่จิตใจแข็งแรงเต็มเปี่ยม ขณะที่ สต๊อป – กอบกิจจันทร์เจิดกาญจน์ ร่างกายแมนเกินร้อย แต่จิตใจกลับเสียศูนย์ เมื่อทั้งสองมาเจอกัน ความขาดจึงถูกเติมเต็มจนกลายเป็นชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์

“ตอนนี้ชีวิตผมมีความสุข เพราะฝันตั้งแต่เด็กว่า อยากมีลูกสักคนไว้เป็นเพื่อนตอนแก่ ก็สมหวังแล้ว เพียงแต่ครอบครัวผมไม่เหมือนคนอื่น” คุณสต๊อปพูดพลางมองหน้าคุณฟ้าที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ หรือที่หลายคนรู้จักเธอในโลกโซเชียลว่า ‘นางฟ้ารถเข็น’ ผู้พิการที่กำลังใจเต็มร้อย เธอเล่าถึงที่มาของฉายาว่า “ต้องขอบคุณแม่ที่สอนให้ฟ้ามองโลกในแง่ดี ให้มองความพิการเป็นเรื่องเด่น ไม่ใช่ปมด้อย ฟ้าเคยถามแม่ว่าทำไมฟ้าจึงไม่เหมือนเพื่อน ไม่เหมือนพี่ แม่บอกตรง ๆ ว่า อาจมีข้อผิดพลาด เพราะมดลูกแม่ไม่แข็งแรง แม่จะพูดให้ฟ้ารู้สึกดีว่า เราเป็นคนพิเศษ ไม่ได้แตกต่าง ฟ้าก็พยายามพัฒนาตนเองในด้านการใช้ชีวิตแบบคนพิการ 70 – 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ไปสมัครเข้าเรียนที่ไหนเขาก็ไม่รับพออายุ 4 ขวบพ่อกับแม่แยกทางกัน พี่สาวเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ แม่จึงขายสวน พาฟ้ามาอยู่กับพี่สาว เผอิญแม่รู้จักกับเพื่อนของผู้อำนวยการโรงเรียนจึงฝากให้เรียนร่วมกับคนปกติ เพื่อนมองเราเหมือนเป็นตัวประหลาด ทำไมไม่มีขา ขาเธอไปไหน วนเวียนอยู่ที่คำถามเกี่ยวกับขาขาด ขาด้วนนี่ละ จากที่เคยดีใจได้ใส่กระโปรงเอี๊ยมแดงไปโรงเรียนกลายเป็นไม่อยากไป ถามแม่ว่า ไม่มีขาแล้วผิดตรงไหนแม่พยายามปลอบใจ และกระตุ้นให้คิดบวก จากวันนั้นก็เริ่มมองว่าเราสวยต่างจากคนอื่น บวกกับผ่านไปสัก 2 – 3 ปีที่โรงเรียนก็เริ่มรับได้ว่าเราทำทุกอย่างได้เหมือนคนอื่น จึงใช้ชีวิตมาจนจบ ป.6

2

“ฟ้าเรียน ม.1 ที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ขอนแก่น ของมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่นี่เราไม่รู้สึกแตกต่าง เพราะมีคนพิการหมด แต่พอไปเป็นตัวแทนเข้าค่ายลูกเสือโลกร่วมกับเด็กนักเรียนปกติจากหลาย ๆ ประเทศ ฟ้าจับกลุ่มกับโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง เขามองฟ้าแปลก ๆ แล้วพูดให้ได้ยินว่าไม่มีขา ก็อดคิดไม่ได้ว่า ไม่มีขาแล้วทำไมหรือ แต่ก็ช่างอย่าหาเรื่องแล้วกัน พอจบ ม.3 ฟ้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนขามแก่นนครที่จังหวัดขอนแก่น เป็นโรงเรียนปกติ ฟ้าพยายามเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นจิตอาสาไปออกค่ายบนดอยรุ่นพี่ช่วยแบกตัวเราขึ้นหลัง อีกคนแบกรถเข็นขึ้นไปทำกิจกรรมด้วยกันเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ขณะเดียวกันอยากบอกสังคมว่า คนพิการไม่ได้แตกต่าง พอเราได้เจอคนมากมาย ก็ทำให้มั่นใจในตัวเอง กล้าออกสู่สังคมมากขึ้น จบ ม.6 ฟ้าสอบชิงทุน ก.พ.ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่อังกฤษสาขาสังคมและอาชญกรรม ซึ่งฟ้าชอบด้านนี้ เพราะเจาะลึกสังคมให้รู้จักกับพฤติกรรมของคนในสังคมมากขึ้น และเรียนทางด้านกฎหมาย”ระหว่างที่เธอมุ่งมั่นกับการเรียน พร้อมกับรักษาสุขภาพ ก็มีเทรนเนอร์ฟิตเนสกล้ามงามเข้ามาคุยด้วยในเฟซบุ๊ก แล้วคุยไม่เลิก คุยจนกลายเป็นสามีในที่สุด คุณสต๊อปเปิดใจด้วยรอยยิ้มว่า

“ผมเป็นเพื่อนเฟซบุ๊กกับพี่เต้ยที่เป็นเทรนเนอร์ฟิตเนส ที่น่าทึ่งคือ ขาสองข้างเขาพิการต้องนั่งวีลแชร์ แต่กล้ามท้องเป็นมัด ๆ ประกวดเพาะกายด้วย ผมมองเขาเป็นแรงบันดาลใจ เพราะตอนนั้นผมอ้วนเกือบ 100 กิโลกรัม อยากมีแฟน จึงกินยาลดความอ้วน โดยไม่แตะข้าวเลย กินแต่แอ๊ปเปิ้ล 3 เดือนลงมา 27 กิโลกรัม พอเข้าเดือนที่ 4 ใจสั่น ผลจากยาทำให้เกิดปฏิกิริยาโยโย่ อารมณ์เหวี่ยงขึ้นลง ผมจึงหยุดยาแล้วไปเข้าฟิตเนสน้ำหนักค่อย ๆ ลง พร้อมกับบิลด์หุ่นขึ้น แล้วยึดอาชีพเป็นเทรนเนอร์โดยมีพี่เต้ยเป็นไอดอลมาตลอด วันหนึ่งเขาแชร์รูปฟ้าที่ถ่ายในฟิตเนสที่อังกฤษสะท้อนกระจก ไม่มีขา ผมสะดุดตาว่าผู้หญิงคนนี้เจ๋ง อยากรู้จักว่าเป็นใคร จึงตามอ่านเรื่องราวย้อนหลัง เขาชอบเขียนข้อความให้กำลังใจคน และอัดคลิปเล่นกับแฟนคลับ ก็รู้สึกว่าน่ารักดี ตั้งแต่นั้นเข้าไปส่องเฟซบุ๊กฟ้าทุกวัน จนกระทั่งตัดสินใจอินบ๊อกซ์เข้าไปบอกว่าติดตามอยู่นะครับ และขอบคุณที่ให้กำลังใจคนอื่นรวมถึงผมด้วยผมจะติดตามตลอด ตั้งแต่นั้นผมรอตี 3 ตี 4 เพื่อให้ได้คุยกับเขา เล่าเรื่องราวต่าง ๆ นานาที่เกิดในชีวิต ทั้งร้ายและดี เหมือนเราอยากระบายกับใครสักคน เห็นเขามีกำลังใจเยอะ จึงอยากได้กำลังใจมาใช้ในการดำเนินชีวิต (หัวเราะ) แต่อย่าว่าตอบกลับเลยครับ อ่านก็ยังไม่อ่านผมเขียนเป็นเดือน ตอบมาสั้น ๆ ว่า ขอบคุณค่ะ”

“อ่านผ่าน ๆ ค่ะ” คุณฟ้าชี้แจง “เขาพิมพ์มาอย่างเยอะจนอดคิดไม่ได้ว่า ผู้ชายคนนี้เต็มหรือเปล่า จู่ ๆ ก็มาเล่าชีวิตประจำวันให้ฟังเลยไม่กล้าตอบ”ในที่สุด ‘ความจริงใจ’ ก็เอาชนะทุกสิ่ง รวมทั้งคุณฟ้า คุณสต๊อปเปิดใจเล่าว่า

“ผมเขียนเป็นเดือนกว่าเขาจะยอมตอบ แล้วเมื่อยิ่งเขียนก็สนิทกันมากขึ้น ผมยอมรับแมน ๆ เลยครับ ก็ถามใจตัวเองเหมือนกันว่าจะจีบฟ้าจริงหรือ เรารับได้จริงหรือ แต่คำที่แม่เคยบอกว่า ไม่ว่าคนบนโลกนี้จะอยู่ในรูปลักษณ์ไหนก็เป็นคน ไม่ควรดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขา ผมจึงคิดว่า ที่ผ่านมาแม้มีแฟนสวยระดับพริตตี้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในความรัก เพราะฉะนั้นหากฟ้ารักผมจริง คือคำตอบสุดท้าย จึงหลอกถามว่า ชอบผู้ชายแบบไหน”

“ตอบตรง ๆ เลยนะว่าสต๊อปไม่ใช่สเป็ค” คุณฟ้าอมยิ้ม “สเป็คฟ้าต้องเคป็อป เกาหลี ขาวสูง ไม่ใช่สายบึ้กแบบนี้ แต่เขาพยายามคุยเฟซตลอด คิดว่าคงเหงา เราอยู่ที่นั่นไม่มีคนไทยให้คุยก็พิมพ์คุยกันไป จากนั้นเริ่มขอไลน์ เปิดวิดีโอคอลล์คุยกัน ฟ้าจึงถามตรง ๆ ว่าจะจีบจริงหรือ เราพิการไม่มีขา กล้าเดินด้วยหรือ ทำใจไว้ได้เลยว่าจะถูกสังคมมอง เขาบอกลองดู ก็รักน่ะ ฟ้าจึงชั่งใจ บอกว่า เดี๋ยวกลับไทยแล้วไปกินข้าว ดูหนังกัน”

เดทแรกของเธอคือเดทวัดใจ คุณฟ้าอยากรู้ว่าคุณสต๊อปรับเธอได้จริงไหม ขณะที่ฝ่ายชายก็อยากรู้ว่าสามารถดูแลคนรักได้จริงหรือเปล่าคุณสต๊อปเล่าว่า

“วินาทีแรกที่เจอฟ้า ผมตกใจ เพราะผิดจากภาพที่คิดว่าตัวใหญ่แต่กลายเป็นว่าตัวเล็กมาก น้ำหนักแค่ 24 กิโลกรัม ขณะที่ผมบิลด์กล้ามใหญ่ หนัก 94 กิโลกรัม ผมมือสั่น ไม่กล้าจับ กลัวเขาเจ็บ ก่อนที่จะเจอเขาผมศึกษาวิธีการดูแลคนพิการจากคู่รักฝรั่งในยูทูบ แต่เชื่อไหมครับเดทครั้งแรก จากที่เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจอกับสายตาของคนรอบข้างแต่ไม่คิดว่าจะเยอะและมีพลังขนาดนั้น บางคนมองตั้งแต่ศีรษะไล่ลงไปถึงล้อรถเข็น แล้วมองที่ขาฟ้า เด็กวัยรุ่นมองแบบไม่ค่อยดี เด็กเล็กเดินมาชี้ให้แม่ดูฟ้าว่าขาขาด ผมยอมรับว่าไม่พอใจ ทำไมพ่อแม่ไม่อธิบายให้ลูกฟัง”

1

“ใช่ค่ะ เราเข้าใจว่าเด็กก็คือเด็ก” คุณฟ้าบอกเสียงเศร้า “แม้วันนี้ฟ้าจะรับอะไรได้เยอะ แต่ภาพที่พ่อแม่เดินจูงมือลูกหนี ฟ้าไม่เคยทำใจได้เลย เพราะสิ่งที่ฟ้าพยายามต่อสู้เพื่อคนพิการมาตลอดชีวิตคือ ไม่อยากให้คนปกติมองคนพิการเหมือนตัวประหลาด”คุณสต๊อปจึงเปลี่ยนบรรยากาศว่า “จำคุณป้าคนนั้นได้หรือเปล่าที่เดินมาชมเราว่า น่ารักจังเลย แล้วมีคนถ่ายรูปเราเดินจับมือไปลงในเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นกระแสอยู่พักหนึ่ง เพราะด้วยความสูงของวีลแชร์ที่ไม่พอดีกับตัวผม พอก้มเข็นรถนาน ๆ ก็ปวดหลัง ผมจึงจูงมือฟ้าแล้วลากรถไปด้วย โดยฟ้าใช้มืออีกข้างบังคับล้อ พอเข้าไปดูหนัง ปรากฏว่าไม่มีทางลาด ผมยกฟ้าทั้งรถเดินไปตรงกลางของโรงหนังที่เป็นทางเดินแล้วเทียบรถเข็นตรงเบาะที่นั่ง เพื่อให้ฟ้ายกตัวขึ้นนั่งบนเบาะ ส่วนผมพับรถเข็นพิงไว้ข้างตัว แล้วก็นั่งดูหนังกัน”

“ฟ้าอยากลองใจ เพราะผู้ชายส่วนมากแคร์คนอื่น” คุณฟ้าเผย“เราอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไร จะยกรถเราไหม อายคนอื่นไหม ซึ่งเขาผ่านทุกด่าน ไม่ทิ้ง แต่ลึก ๆ ก็กลัวว่า หากหมดโปรโมชั่นแล้วเขาจะทิ้งเราหรือเปล่า เราไม่อยากเจ็บ แต่ฟ้าก็เปิดใจลองคบดู ผ่านไปได้ 1 เดือน ฟ้ากลับไปเรียนต่อปริญญาโท”ภายใน 1 เดือนนั้น ความรักของทั้งคู่ก็เติบโตงอกงาม โลกนี้กลายเป็นสีชมพู โดยที่คุณฟ้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้กลับไปคนเดียวแต่ได้พาอีกหนึ่งชีวิตกลับไปด้วย คุณสต๊อปเล่าว่า

“เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไปเที่ยว ดูหนัง พาซ้อนบิ๊กไบค์ เขากลัวอาจเป็นเพราะไม่มีขาในการรักษาสมดุลและมองไม่เห็นทาง กอดเอวผมแน่น เปลี่ยนให้นั่งซ้อนด้านหน้า คนก็มอง จนฟ้ากลับไปเรียนต่อแล้วบอกผมว่า ท้องได้ 2 เดือน ยอมรับว่าอึ้ง เพราะไม่ได้วางแผนชีวิตไว้ทำงานได้เงินมาก็หมดกับการแต่งตัว เที่ยวเล่น ซื้อบิ๊กไบค์ 3 คัน แต่คำว่าลูก ทำให้ผมยอมขายมอเตอร์ไซค์ 2 คัน เหลือคันที่รักเพียงคันเดียว เตรียมเงินเพื่อเดินทางไปอยู่กับเขา ปรากฏว่ายื่นวีซ่า 2 ครั้งไม่ผ่าน ผมจึงต้องรออยู่ที่นี่ ณ เวลานั้นเป็นเทรนเนอร์ที่ฟิตเนสทำอาหารคลีนขาย เล่นดนตรีกลางคืนด้วย เหนื่อย แต่ก็ทน เตรียมเก็บเงินตอนที่เขากลับมา ใช้วิธีติดต่อทางวิดีโอคอลล์ เขาถ่ายรูปตัวเองให้ดู เห็นแล้วเป็นห่วง เพราะจากสภาพร่างกายของคนพิการที่มีปัญหากระดูกหลังคดอยู่แล้ว พอมีน้องก็ไปเบียดอวัยวะภายในเช่น กระเพาะปัสสาวะ ระบบขับถ่าย อยู่คนเดียวลำบาก ผมถามว่ากลับมาอยู่เมืองไทยไหม ฟ้าจึงคุยกับทางมหาวิทยาลัยขอดร็อปเรียนแต่กว่าจะได้กลับ อายุครรภ์ก็ 5 เดือนแล้ว”ว่าจะได้กลับ อายุครรภ์ก็ 5 เดือนแล้ว”

“ความรู้สึกตอนนั้นมหัศจรรย์มากค่ะ คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะสามารถมีลูกได้ สต๊อปกังวลว่าลูกจะไม่สมบูรณ์ เร่งให้ไปอัลตราซาวนด์ฟ้าก็กังวลไม่ต่างจากเขา เพราะลูกมาเร็ว ไม่ทันได้ปรึกษาหมอเลยฟ้าฝากท้องที่อังกฤษ หมอตรวจละเอียดยิบ ตั้งแต่ดาวนส์ซินโดรมหัดเยอรมัน ผลออกมาสมบูรณ์ แต่ด้วยสภาพร่างกายเราที่ไม่ปกติก็กังวลว่าลูกจะไม่อยู่ จึงพยายามกิน พักผ่อนให้เยอะที่สุด และกินยาตามที่หมอสั่ง พอถึงเมืองไทยลูกเริ่มดิ้น ยิ่ง 7 เดือนไปแล้วหนักมากท้องใหญ่ล้นออกมานอกรถเข็น จนฟ้าไม่สามารถยกตัวเองได้ หากปวดปัสสาวะตอนที่สต๊อปไม่อยู่ ก็ต้องอั้นรอ ตอนนั้นเขาเป็นเทรนเนอร์ฟรีแลนซ์และขายอาหารคลีนด้วย พอมีช่วงว่างจะกลับมาพาเราเข้าห้องน้ำ เตรียมอาหารให้ แล้วออกไปทำงานต่อ ขณะเดียวกันฟ้าอยู่บ้านก็ทำธุรกิจสินค้าความงามทางออนไลน์ หกโมงเย็นเขากลับก็มาช่วยกันแพ็คของส่งลูกค้าถึงตี 1 เป็นอย่างนี้จนถึงวันคลอดเลย ฟ้าคลอดก่อนกำหนดนิดหน่อย ต้องผ่าคลอด เราได้ลูกสาวน้ำหนัก 2.4 กิโลกรัมแต่แข็งแรง ตั้งชื่อว่า ฮาร์เลย์ เพราะพ่อชอบขี่ฮาร์เลย์ ให้กินนมแม่ฟ้าอาจมีอุปสรรคตรงที่ไม่สามารถนั่งขัดสมาธิ จะใช้หมอนรูปตัว C รองตัวลูกไว้แล้วให้นม เห็นเขาเติบโตก็ดีใจ เพราะวันนี้เขา 4 เดือน หนัก 7 กิโลกรัม ถือว่าสมบูรณ์ แต่ลึก ๆ ก็แอบกังวลว่า ลูกจะถูกล้อไหมว่ามีแม่พิการ”

“อาจเป็นเพราะเราถูกกระแสโซเชียลเล่นงานหนัก” คุณสต๊อปบอก“มีตั้งแต่ว่า เห็นผมอยู่กับผู้หญิงอื่น จนถึงผมมาเกาะฟ้า เดี๋ยวก็เลิกกันแรงสุดคือสมน้ำหน้าทำคนพิการท้อง ขณะที่เขียนถึงฟ้าว่าน่าสงสารจังพิการแล้วยังท้องอีก แต่ละประโยค แต่ละคำ มีแต่ทำร้ายจิตใจ ทำไมสังคมไทยมีมุมมองกับคนพิการแบบนี้ แต่ในเมื่อบ้านผมยินดี เพื่อนรอบข้างก็ชื่นชมในสิ่งที่ผมปฏิบัติต่อฟ้า ใครจะพูดอย่างไร ผมไม่สนเพราะถือว่าฟ้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ผมโหยหามาตลอดชีวิต นั่นคือความรักความจริงใจ และความมั่นคง ที่ผมไม่เคยได้รับจากคนที่มีร่างกายสมบูรณ์เลย เพราะฉะนั้นผมจะดูแลเขาตลอดไป”

“หายากค่ะ ผู้ชายแบบนี้ ถือว่าฟ้าโชคดี” คุณฟ้าจบประโยคก่อนทั้งคู่จะจูงมือกันไป

ที่มา : คอลัมน์ LIVE STORIES นิตยสารแพรวฉบับที่ 891

keyboard_arrow_up