“หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล” ต้นแบบของข้าราชการผู้ภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

หม่อมหลวงปนัดดาได้รับการกล่าวขานถึงอย่างกว้างขวางในความเป็นข้าราชการผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอดชีวิตการรับราชการ ตราบจนเกษียณอายุราชการในปี 2559

หลายคนคงจะได้ยินชื่อของท่านอยู่บ่อยครั้ง อย่างเช่น ข่าวล่าสุดในโลกออนไลน์ คนแห่ชื่นชมหม่อมหลวงปนัดดา หลังต่อแถวขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน ยกเป็น “ข้าราชการตัวอย่าง” ซึ่งโลกออนไลน์ดังกล่าวได้มีการแชร์ภาพสุดประทับใจของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เข้าแถวต่อคิวรอขึ้นเครื่องบินโดยสารเหมือนกับประชาชนคนธรรมดาทั่วไป โดยภาพดังกล่าวได้เผยให้เห็นว่าคือ “ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” สวมเสื้อผ้าไหมสีฟ้า ถือกระเป๋าเอกสาร ยืนหันหลังต่อแถวเตรียมขึ้นเครื่องบินที่สนามบิน

5

ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ได้เผยแพร่ภาพระบุข้อความว่า “ประทับใจภาพ ม.ล.ปนัดดาต่อแถวขึ้นเครื่องบินของสายการบินโลว์คอสต์ เพื่อเดินขึ้นเครื่องเช่นเดียวกับผู้โดยสารคนอื่นๆ เมื่อพนักงานตรวจตั๋วเดินทางส่งบัตรโดยสารคืนให้ ท่านก็กล่าวถ้อยคำว่า ขอบคุณครับ ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ถ่อมตน เมื่อผมเดินตามท่านไปถึงประตูเครื่อง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินยกมือไหว้ ท่านก็ยกมือไหว้ตอบ และกล่าวคำว่า สวัสดีครับ ด้วยน้ำเสียงเช่นเดิม พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร” ซึ่งทำให้เรานึกถึงบทสัมภาษณ์หนึ่งของท่านเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามแบบในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเล่าว่า

capture-20161021-165633

“ตั้งแต่เด็ก คุณพ่อ (พลตรี หม่อมราชวงศ์สังขดิศ ดิศกุล) สอนผมเสมอว่า สมเด็จปู่ (สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) สอนว่า เกิดเป็นคนไทยต้องจงรักภักดี รักชาติ รักในหลวง ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ สิ่งที่คุณพ่อพูดย้ำให้ผมฟังบ่อยๆคือ ‘พระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของความเป็นชนชาติไทย และทรงเป็นทุกลมหายใจของปวงประชาราษฎร์’ ซึ่งเป็นประโยคที่มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะทรงเป็นทุกลมหายใจของเรา ดังนั้นไม่ว่าเราทำอะไร ควรคิดถึงพระองค์ท่าน บ้านเมืองจึงจะเกิดความร่มเย็นเป็นสุข มีจริยธรรมและการปกครองตามครรลองครองธรรม

“ในฐานะที่ผมเป็นลูกชายคนเดียว ตอนเด็กจึงมีโอกาสติดตามพ่อเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ รวมถึงสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ ความที่เราเห็นพ่อแม่รักเคารพและเทิดทูนทุกพระองค์ ฉะนั้นเราก็คิดแบบนั้นด้วย บวกกับครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนสาธิตประสานมิตรย้ำสอนลูกศิษย์ทุกเช้าถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย กลายเป็นสิ่งหล่อหลอมให้เป็นเราวันนี้

lace wedding dress

“การที่ผมรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาถึงวันนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่สอนเสมอว่า ‘ให้รักเกียรติที่พึงมีต่อวงศ์ตระกูล มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง’ อย่างวังวรดิศแห่งนี้เคยมีทั้งสถานทูตและช็อปปิ้งมอลล์ติดต่อขอซื้อให้ราคามหาศาล แต่เพราะพ่อยึดหลักคำสอนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เรื่อง ‘ความพอเพียง’ หรือที่ชาวต่างประเทศบางคนเรียกว่า ‘A Simple Life’ พ่อบอกว่าแค่คิดจะขายก็ผิดแล้ว เพราะเกียรติยศและความซื่อสัตย์ต่างๆเป็นสิ่งที่ติดตัวเราและส่งผลไปจนถึงลูกหลาน ทำให้ได้รับความเมตตากรุณาจากผู้คน ซึ่งที่ท่านพูดเป็นความจริง เพราะหลังจากนั้นผมได้รับโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิต คือรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า สืบตระกูลในสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมาก

“แม้กระทั่งตอนที่ผมย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองกำลังคุกรุ่น มีหลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิตข้าราชการของผม ยิ่งใกล้เลือกตั้งยิ่งมีกระแสข่าวว่าจะถูกย้ายเข้ากรุงเทพฯ ความที่เราเป็นมนุษย์ปุถุชนย่อมรู้สึกเสียใจเป็นธรรมดา เพราะผมไม่ได้มีทัศนคติเรื่องการเมืองการปกครองเป็นภัยกับใคร นอกจากยึดหลักความเป็นข้าราชการของแผ่นดินอยู่ในหัวใจตนเอง ตอนนั้นนอกจากคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวให้กำลังใจแล้ว จะมีใครเล่าที่สำคัญเหนือกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพราะภาพที่ผมจำติดตามาตั้งแต่เด็กคือ ทั้งสองพระองค์เสด็จฯไปทรงเยี่ยมพสกนิกรทุกหนแห่ง เป็นแบบอย่างที่พระองค์ท่านทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนมชีพ คือความเสียสละอันใหญ่หลวง

3

“ดังนั้นไม่ว่าครอบครัวเราจะเผชิญความทุกข์หรือพบความสุข เรามีทั้งสองพระองค์คอยปกปักรักษาและเป็นกำลังใจให้กับทุกเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไข ผมจึงนำหลักคำสอนพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เรื่อง ‘รู้รักสามัคคี มีความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและแผ่นดิน ไม่เอารัดเอาเปรียบสังคมและเพื่อนร่วมชาติ’ รวมทั้ง ‘ความกตัญญูรู้คุณเป็นสิ่งที่คนดีควรกระทำ’ เป็นกำลังใจในการทำงาน เพราะสิ่งเหล่านี้คือความเป็นคนไทยที่ต้องยึดถือและร่วมกันปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นแล้วหากเกิดความท้อแท้ใจ ความหวังและความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นได้อย่างไร เราจึงควรร่วมใจกันทำประโยชน์สุขให้เกิดกับประเทศชาติ ไม่เห็นแก่ตัว สร้างความรักใคร่สามัคคี อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เสแสร้งแกล้งทำเพราะเมื่อสังคมเกิดความร่มเย็นเป็นสุข พระองค์ท่านจะได้มีความสุข สบายพระราชหฤทัย พระชันษายืนยาว เพราะทั้งประเทศมีจิตและวิญญาณของพระองค์ท่านอยู่ทุกอณู

“มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ถึงทุกวันนี้คือ ในงานเทศกาลฤดูหนาวปีแรกที่ผมรับตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่ มีสุภาพสตรีวัยกลางคนเดินมาหาผมและบอกว่า ‘ท่านผู้ว่าฯคะ วันนี้มีโอกาสได้พบท่าน อยากเรียนให้ท่านทราบว่าดิฉันรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก แม้ไม่ได้มีโอกาสมากรุงเทพฯ เพราะทำมาค้าขายที่เชียงใหม่ แต่ดิฉันสวดมนต์ถวายพระพรทุกคืน ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอยู่กับพวกเราอีกนานแสนนาน’ ผมฟังแล้วน้ำตาคลอ เพราะผมเห็นด้วยกับเธอว่าคนไทยขาดพระองค์ท่านไม่ได้

6

“ทุกครั้งที่มีโอกาสผมมักพูดกับข้าราชการทั้งในส่วนภูมิภาคและในกรุงเทพฯเสมอว่า เอกลักษณ์ของคนเป็นข้าราชการคือ ‘ความซื่อสัตย์’ ประชาชนจึงจะไว้เนื้อเชื่อใจและให้เกียรติ หากเราขาดซึ่งเอกลักษณ์ข้อนี้ คนย่อมดูถูก ซึ่งพระองค์ท่านพระราชทานคำสอนแด่บรรดาข้าราชการเสมอว่า ให้มุ่งมั่นปฏิบัติให้จงได้ จะได้เป็นศักดิ์เป็นศรีแก่สถาบันราชการสืบไป

“ดังนั้นการทำหน้าที่ในราชการประจำคือ ต้องมุ่งมั่นทำงานในสายงานที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถตราบจนเกษียณอายุ และอยากให้ข้าราชการทุกคนนำการปกครองไปสู่การทำให้บ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ลูกหลาน เยาวชนเป็นคนดีของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างสิ่งที่ผมทำตอนนี้คือ การเป็นอาจารย์พิเศษทั้งในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เป็นวิทยากรอบรมข้าราชการหลักสูตรต่างๆ เพราะสมัยที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก เวลาว่างพระองค์ท่านมักทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือด้วย

2

“เพราะทรงเห็นว่าการเป็นนักปกครองกับความเป็นครูต้องไปด้วยกัน การศึกษาช่วยให้การปกครองเกิดความราบรื่น การเป็นข้าราชการฝ่ายปกครองจึงต้องมีความเป็นครูที่ดีอยู่ในตัว และยังช่วยให้เรารู้ซึ้งถึงความมุ่งมั่นที่อยากให้เกิดสิ่งที่ต้องการ ทุกวันนี้ไม่ว่าไปบรรยายที่ไหน หัวข้อหนึ่งที่ผมพูดถึงบ่อยๆคือ ความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และน้อมนำพระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้ในโอกาสต่างๆมาปรับใช้ในการทำงานเสมอ

ที่มา : นิตยสารแพรว ปี 2555 ฉบับที่ 800, วิกิพีเดีย

keyboard_arrow_up