รักในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่แพ้คนไทย “คนูลท์ โคลเซ่” ฝรั่งหัวใจไทย 100 %

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ผู้ชายคนนี้แสดงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการเป่าทรัมเป็ตถวายพระพรทุกวันที่ 5 ธันวาคม และในทุกครั้ง ทุกที่เมื่อมีโอกาส เพื่อให้ทุกคนรับรู้และได้ยินเสียงที่เปล่งออกมาจากหัวใจเขาว่า “ผมรักในหลวง”

รู้จัก “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ผ่านรูปที่มีทุกบ้าน

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเพื่อนร่วมงานกับคุณหทัย (ภรรยา) ที่ศูนย์สาธารณสุข เมืองมุนสเตอร์ ประเทศเยอรมนี เขามักเห็นเธอพกรูปบุคคลหนึ่งติดตัวตลอดเวลา นั่งในรถก็เห็น ไปที่บ้านก็เจอ จนต้องเอ่ยปากถามว่ารูปใคร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รับรู้เรื่องราวและพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9

“ช่วงเที่ยงพักกินข้าวเรามักคุยกันถึงเรื่องเมืองไทย สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อประชาชน เพื่อนชาวเยอรมันที่เคยมาเมืองไทยรักในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถมาก หทัยเองมักเล่าให้ฟังว่าคนไทยอยู่เย็นเป็นสุขได้เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ตอนนั้นผมไม่รู้จักเมืองไทยเลย เธอจึงชวนมาเที่ยว ลูกชายเธอพาผมไปดูหน่วยงานราชการต่างๆ พาไปเที่ยวเขื่อนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสร้าง เวลาดูทีวีหรืออ่านหนังสือ เขาอธิบายให้ผมฟังว่า ท่านทรงทำอะไรบ้าง ซึ่งไม่ว่าไปที่ไหนจะเห็นรูปท่านเสมอ ทำให้รู้ว่าคนไทยรักในหลวงรัชกาลที่ 9 และผมคิดว่าคงไม่มีแผ่นดินใดบนโลกใบนี้ที่มีพระมหากษัตริย์ปกครองแผ่นดินด้วยความเป็นธรรม เพื่อพสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุขเท่าประเทศไทยอีกแล้ว ขนาดทุกวันนี้ท่านมีพระชนมายุมากแล้ว แต่ก็ยังทรงงานไม่หยุด”

musician_01-553x420

เป่าทรัมเป็ตถวายพระพร

“ผมรักในหลวงมากๆครับ” ตั้งแต่นั้นมาเวลาสถานทูตไทยในเยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดงานฉลองพระชนมพรรษาวันที่ 5 ธันวาคม และเชิญเขากับภรรยาไปร่วมงานด้วย เขามักจะเป่าทรัมเป็ตเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ เพียงแต่เปลี่ยนจากเป่าเพลงทั่วไปเป็นเพลงพิเศษ โดยขอให้ภรรยาร้องเพลงเกี่ยวกับในหลวงให้ฟังแล้วเขาแกะโน้ตดนตรีเอง

“เพลงแรกที่ผมเป่าทรัมเป็ตได้คือ ‘สดุดีมหาราชา’ และเพลงพระราชนิพนธ์ ‘สายฝน’ ที่ภรรยาผมชอบเป็นการส่วนตัว จากนั้นเพลงอื่นๆก็ตามมา อย่าง ‘พ่อแห่งแผ่นดิน’ ‘ยามเย็น’ ‘ความฝันอันสูงสุด’ ‘ค่าน้ำนม’ ‘วอลซ์นาวี’ ‘ขอให้เหมือนเดิม’ ฯลฯ” คุณโคลเซ่เล่าพร้อมกับเปิดสมุดโน้ตที่เขียนชื่อเพลงภาษาไทยด้วยลายมือตัวเองให้ดูเพื่อยืนยัน

จนเมื่อเกษียณอายุทั้งเขาและภรรยาเดินทางกลับมาเมืองไทย น้องสาวคุณหทัยจึงแนะนำให้พาคุณโคลเซ่ไปเป่าทรัมเป็ตที่งาน “80 ชั่วโมงร่วมด้วยช่วยร้อง” ซึ่งจัดที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ปรากฏว่ามีผู้บริจาคช่วงที่เขาเป่าทรัมเป็ตได้เงินกว่า 200,000 บาท นับแต่นั้นมาเขาจึงถูกเชิญให้เดินสายเป่าทรัมเป็ตในงานฉลองพระชนมพรรษาหรืองานอื่นๆ เกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9 และบางครั้งก็หาโอกาสเป่าทรัมเป็ตตามสถานที่ต่างๆที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเป็นสนามหลวง วงเวียนใหญ่ ลานพระบรมรูปทรงม้า ฯลฯ เพื่อถวายพระพรและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

“แรกๆไปเป่าที่ไหนก็มีปัญหา โดนแม่ค้า เทศกิจ คนขับรถตุ๊กๆแถวศิริราชไล่ให้ไปเป่าที่อื่น ทั้งที่ผมไม่ได้เกะกะใคร จนภรรยาซึ่งเป็นคนพาผมไปรู้สึกท้อและอาย ถึงกับทะเลาะกันก็มี แต่ผมให้กำลังใจเขาว่า ผมทำสิ่งเล็กๆน้อยๆเพื่อแสดงออกว่ารักในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นสิ่งพิเศษสุดสำหรับผม ทั้งที่ผมไม่ใช่คนไทยยังไม่เห็นอายเลย แล้วเขาจะอายทำไม ตอนนี้ภรรยาจึงพาไปเป่าทรัมเป็ตด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ

“พอเหนื่อยก็หยุด เปลี่ยนมาร้องเพลง ‘เถียนมีมี่’ หรือไม่ก็เพลงไทย ’ขอให้เหมือนเดิม’ แทน เพราะเป่าทรัมเป็ตต้องใช้พลังมาก เป่าได้อย่างมากแค่ 2 ชั่วโมง พอร้องจบผมยกมือไหว้และตะโกนว่า ผมรักในหลวงมากๆครับ ทรงพระเจริญๆ บางทีมีคนบริจาคเงิน ผมก็จะรวบรวมเงินไปบริจาคช่วยคนอื่นต่อ ล่าสุดเป่าทรัมเป็ตหาเงินบริจาคไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ”

musician_02-592x420

เดินตามรอยพ่อ

“เมื่อก่อนเวลาไปเป่าทรัมเป็ตตามสถานที่ต่างๆผมใส่เสื้อสีเหลือง ตอนหลังเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูผูกไท ใส่สูท และสายรัดข้อมือสีส้มที่มีคำว่า ‘เรารักในหลวง’ สวมรองเท้าหนังขัดมันวับ มีพระบรมฉายาลักษณ์ใบเล็กๆ เป็นรูปสมเด็จย่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงฉายพระรูปร่วมกัน ใส่ซองพลาสติกติดที่กระเป๋าเสื้อ มีธงชาติไทยและธงตราสัญลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดไปด้วย

“ฝรั่งบางคนถึงกับเดินมาถามผมว่า ดูจากการแต่งตัวแล้วไม่ได้บ่งบอกว่าผมจน มาเป่าทรัมเป็ตอย่างนี้ไม่อายหรือ ผมบอกไปว่า เขามาเที่ยวเมืองไทยควรหัดเรียนรู้ว่าคนไทยรักในหลวง ผมมีภรรยาเป็นคนไทย ผมเป็นคนไทย และผมรักในหลวงรัชกาลที่ 9 การเป่าทรัมเป็ตไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ผมมาแสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ถ้ามีคนบริจาคให้ก็เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งผมไม่ได้นำไปใช้ส่วนตัว แต่เก็บไปบริจาคช่วยเหลือคนไทยต่อไป เพราะฉะนั้นผมเลือกที่จะเป่าทรัมเป็ตบริเวณที่มีคนไทย เพราะเขาฟังแล้วซาบซึ้ง มีความภาคภูมิใจ รางวัลที่ผมได้รับคือเสียงปรบมือจากคนไทยที่เข้าใจในสิ่งที่ผมทำเพื่อแผ่นดินไทย ถ้าเป่าให้ฝรั่งฟังเขาก็แค่ยิ้มๆ เพราะไม่รู้เรื่อง

musician_03

“ทุกวันนี้ถ้าอยู่บ้าน ทุกหกโมงเย็นผมเป่าทรัมเป็ตเพลงชาติไทยกับเพลงสดุดีมหาราชาเพื่อถวายพระพร และตราบใดที่ปอดยังแข็งแรงผมจะแสดงออกซึ่งความรักในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการเป่าทรัมเป็ตตลอดไป  จนกว่าจะหมดลมหายใจสุดท้าย”

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 774 ปักษ์วันที่ 25 พ.ย. 54

ภาพ : Facebook – damnnakdontree

keyboard_arrow_up