จากกรรมกรโรบินฮู้ด สู่เศรษฐีพันล้าน ‘วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ’ เพราะเคยจน ผมถึงรวย!

โชว์รูมเพิงหมาแหงน

หลังจากที่มาช่วยงานกิจการขายรถเก่าของพี่ชาย คุณวสันต์ก็ได้เรียนรู้และทำงานที่นี่จนชำนาญในทุกๆ ด้าน และมองเห็นโอกาสของธุรกิจการซื้อขายรถยนต์ จึงไปติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายรถกระบะและรถบรรทุก ซึ่งยอมตกลงแม้ว่าคุณวสันต์จะยังไม่มีโชว์รูมใหญ่โตเลยก็ตาม มีแต่เพิงหมาแหงนเล็กๆ เท่านั้น! แต่ที่เพิงหมาแหงนนี่เองที่ขายรถได้เดือนละ 20 คัน แบบที่โชว์รูมบางที่ยังทำไม่ได้

วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ

จากรถในฝันสู่การเป็นเจ้าพ่อเบนซ์ทองหล่อ

หลังจากเข้าสู่วงการขายรถอย่างเต็มตัวแล้ว ก้าวต่อมาคือการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถหรู คุณวสันต์จึงรวบรวมความกล้าไปติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่าย “เบนซ์” รถในฝันของเขา แม้ว่าจะยังไม่มีโชว์รูม ไม่มีเงินมาซื้อไปขายต่อ และไม่มีวงเงินธนาคารเหมือนเดิม แต่คราวนี้ยึดเทคนิคว่า “ขายให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาซื้อ” วันนั้นคุณวสันต์จึงได้แค็ตตาล็อกรถเบนซ์มาเสนอขายลูกค้าปากเปล่า เมื่อลูกค้าตกลงซื้อ คุณวสันต์ก็จะไปหาเงินซื้อรถมาขายให้ลูกค้าอีกทีหนึ่ง ทำเช่นนี้อยู่ 3 ปีจึงมีโชว์รูมเป็นของตัวเอง

วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ

รู้ซึ้งความจน  รู้ทันความรวย

เบนซ์ทองหล่อเคยเผชิญวิกฤติในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำปี 2540 จากที่เคยค้าขายคล่องตัว กลับมีรถสปอร์ตที่ขายไม่ออกตกค้างอยู่เป็นร้อยคัน ที่ดินที่เคยมีมูลค่าสูงกลับราคาตกต่ำ จนเป็นหนี้สินอยู่ถึงสองพันล้านบาท แต่คุณวสันต์มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าว่าอย่างน้อยต้องประคับประคองลูกน้องอีกเกือบ 500 ชีวิตให้ยังพออยู่ได้ โดยมีหลักธรรมะเป็นเครื่องนำทาง (คุณวสันต์สนใจการปฏิบัติธรรมตาม ดร.เจษฎ์สุภา ภรรยา)

เมื่อทำใจได้ว่าชีวิตมีขึ้นสูงก็ต้องมีตกต่ำไปเป็นธรรมดา ถ้าจุดที่เป็นอยู่นี้ถือว่าเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดแล้วของชีวิต นั่นหมายความว่าอนาคตข้างหน้าย่อมสามารถกลับคืนสู่จุดที่สูงกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน

คุณวสันต์ตัดสินใจจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศมาเสนอแผนประนอมหนี้กับธนาคาร เปลี่ยนร้านอาหารหรูย่านทองหล่อมาขายข้าวเหนียวส้มตำ และยังเปิด “ตลาดนัดคนเคยรวย” ให้คนภายนอกนำของเคยรักเคยหวงมาขาย ได้เงินมาต่อลมหายใจธุรกิจของตัวเองได้อีก เรียกว่าไม่ละทิ้งทั้งลูกน้องและผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน กว่าธุรกิจจะฟื้นตัวและพ้นจากหนี้สินต้องใช้เวลาถึง 15 ปี แต่ใจที่สู้อย่างไม่ท้อถอยในวันนั้นก็ทำให้เบนซ์ทองหล่อของคุณวสันต์ยังคงยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้

วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ

เคล็ดลับการ “ขายดี” ของคุณวสันต์ เบนซ์ทองหล่อ

-ทุกปัญหามีทางออกหรือต้องออกตรงทางเข้า และทุกสิ่งที่เราปรารถนาสามารถเป็นจริงได้ด้วยการเดินหน้าเข้าไปเจรจากัน อย่ามัวแต่นั่งรอให้โอกาสเข้ามาหาเรา เราต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปขอโอกาส พร้อมกับยื่นข้อเสนอที่เป็นไปได้และมีประโยชน์กับอีกฝ่าย ถ้าเราแสดงเจตนาที่ชัดเจนของเราออกไป โลกก็จะตอบรับ แล้วเราก็จะได้สิ่งที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งและสำคัญที่สุดคือ ข้อเสนอนั้นมีประโยชน์กับเขา ย่อมไม่มีใครปฏิเสธเราได้ลง

-หัวใจของการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่การสร้างกำไร แต่อยู่ที่การสร้างคอนเน็กชั่น เพราะการมีคอนเน็กชั่นที่ดีนั้นคือกำไรที่ยิ่งใหญ่กว่าเงิน คอนเน็กชั่นที่ดีก็เหมือนกับบารมี ยิ่งมีมาก ต่อไปเราจะทำอะไรก็ทำได้ง่าย และอยู่ที่ไหนก็มีความสุข หลักในการสร้างคอนเน็กชั่นคือ ให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเขาไปหมดทุกเรื่อง ใครดีให้คบใกล้ชิด ส่วนคนไม่ดีก็แค่รู้จักกันไว้

-บางปัญหาที่แก้ได้ยาก เพื่อให้ปัญหาจบ เราอาจจะต้องยอมเจ็บหรือยอมเสียอะไรไปบ้าง ไม่ว่าจะเสียผลประโยชน์ เสียเงิน เสียหน้า เสียเปรียบ ฯลฯ บางกรณีต้องยอมเป็นฝ่ายเสียเล็กน้อยเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่า เช่น ยอมเสียเงินหลักสิบล้านเพื่อเห็นแก่บุคคลที่ช่วยเหลือในยามทุกข์ยาก และทำให้มีหลักทรัพย์เป็นพันๆ ล้านอย่างทุกวันนี้ได้

วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ

 ที่มา : หนังสือ ขายดี เพราะไม่ได้ดีแต่ขาย สำนักพิมพ์ Amarin How to

keyboard_arrow_up