เพราะความรักคือแรงบันดาลใจ เกรท สพล แฟนคลับเกรด A ที่เชื่อว่าการติ่งไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

เกรท สพล
เกรท สพล

จับเข่าคุยนักแสดงหนุ่มหน้าใส เกรท สพล อัศวมั่นคง แฟนคลับเกรด A ของวง BLACKPINK ที่เชื่อว่าการติ่งไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

การเป็นแฟนคลับดูเหมือนว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่หากลองมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นว่าการมีไอดอลสักคนเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตัวเราก้าวไปข้างหน้าก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เช่นเดียวกับหนุ่มฮ็อตคนนี้ “ เกรท สพล อัศวมั่นคง ” นักแสดงหนุ่มแห่งช่อง 7 ที่ออกตัวว่าเป็นติ่งของ “ลิซ่า” วง BLACKPINK เขาไม่ได้ชื่นชอบเธอที่ความสวย ความน่ารักเท่านั้น แต่เขายังชื่นชมในฐานะศิลปินและต้นแบบของคนดังในดวงใจอีกด้วย

เกรท สพล

นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งจากช่อง 7 สี 

“เกรท” ชื่อจริง “สพล อัศวมั่นคง” เกิดเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2536 ปัจจุบันอายุ 25 ปี โดยก่อนที่เขาจะเข้าสู่วงการบันเทิง หนุ่มคนนี้เป็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลมีเดีย เพราะเขาเป็นเชียร์ลีดเดอร์รูปหล่อของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 70

โดยเกรทเริ่มต้นจากการประกวดหนุ่มหล่อและได้รับรางวัลชนะเลิศ จากนั้นก็มีงานถ่ายแบบ เป็นดีเจ และถ่ายมิวสิควีดีโอ “หลุมรัก” ของวง “อินสติงก์”  โดยก่อนที่จะกลายเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 นั้น หนุ่มคนนี้เคยร่วมงานแสดงในซีรีส์มาแล้วหลายเรื่องอาทิ ” รูมอะโลน 2″, ” Bangkok รัก Stories” , “พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง” ในส่วนของงานแสดงกับช่อง 7 นั้นก็มี “รักหวานบ้านวุ่น”, “เจ้าสาวช่างยนต์”, “หลงเงาจันทร์” และ “สองนรี”

ล่าสุดเกรทได้รับแสดงงานภาพยนตร์ชิ้นแรกในเรื่อง “แสงกระสือ” รับบทเป็น “เจิด” ซึ่งเกรทได้เล่าถึงบทบาที่เขาได้รับว่า ในเรื่องนี้รับบทบาทเป็น “เจิด” เด็กหนุ่มที่ค่อนข้างจะห้าวๆ ทำอะไรตามความคิดตัวเอง แม้จะเป็นเด็กต่างจังหวัด แต่ฐานะที่บ้านค่อนข้างดี ดังนั้นเด็กๆคนอื่นๆจึงยกให้เจิดเป็นผู้นำ สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตนี้เขาบอกว่าเป็นอีกหนึ่งความฝันเพราะเป็นคนที่ชื่นชอบการดูหนังมาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว ยิ่งพอได้อ่านบทก็ยิ่งอยากรู้จักตัวละครนี้ให้มากขึ้นด้วย เกรทยังบอกอีกว่าอันที่จริงแล้วตอนแคสติ้งตัวละคร เขามาแคสเป็น”น้อย” (แสดงโดย โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) แต่เมื่อผู้กำกับ “โดม สิทธิศิริ มงคลสิริ” (ผู้กำกับ Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย) เห็นการแสดง จึงมอบบทนี้ให้แทน เพราะรู้สึกว่าเหมาะกับบทเจิดมากกว่า

เกรท สพล

เมื่อถามถึงอุปสรรคสำหรับการทำงานในครั้งนี้หนุ่มเกรทเล่าว่า “ก็มีผิดคิวเล็กๆ น้อยๆ คือมันเป็นฉากที่เราจะต้องโมโหแล้วต่อย”น้อย” ซึ่งซีนนั้น เราต้องใส่อารมณ์เต็มที่กับเขามากเลย ก็เตี๊ยมกันไว้แล้วว่าให้ต่อยลงเบาะ แต่ว่าพอถึงเวลาจริงๆแล้ว มีการผิดคิวเล็กน้อย เลยจุดมาร์กไปหน่อย มือก็เลยไปลงที่พื้น ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่าควรจะหยุดหรือไปต่อ แต่รู้สึกว่าอารมณ์มันกำลังได้ ทุกอย่างมันกำลังถ่ายทำอยู่ ก็เลยใส่เต็มที่ ต่อยแล้วมีเสียง บั่กๆ นี่คือไม่ได้เข้าเบาะนะครับ เข้าพื้น หมัดกับพื้นล้วนๆ ก็ได้มือบวมกลับไป นิ้วมือก็กระดูกร้าวนิดหน่อย”

ในการได้ร่วมงานกับพี่ “โดม สิทธิศิริ มงคลสิริ” เกรทเปิดเผยว่า“พี่โดมเป็นคนสุดในหลายด้าน และมีมุมมองใหม่ ที่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า ใครได้มาดูจะรู้สึกว่ามันมุมมองของหนังผี แล้วก็หนังรัก ที่ผมว่าแทบจะไม่มีใครเคยเล่าในมุมมองนี้มาก่อน พี่โดมจะมองในมุมใหม่ๆ มองในมุมที่รู้สึกว่ามันไม่เชย ไม่จำเจ รู้สึกว่าเป็นพี่ผู้กำกับที่เต็มที่คนหนึ่ง เขามีมุมมองใหม่ๆ คือเขาคิดมาแล้ว แต่พอถึงหน้างานมันมีความคิดของเขาที่มันพรั่งพรูออกมา เขาก็อยากให้เราลอง บางทีเราก็สามารถนำเสนอความคิดและมุมมองของเราได้ด้วย เลยยิ่งมิกซ์กันแล้วมันออกมาได้น่าสนใจขึ้นมากๆเลยครับ”

เกรท สพล

สำหรับผลงานนี้ไม่ใช่หนังผีธรรมดาๆ แต่เป็นหนังผีที่ปนความโรแมนติก ซึ่งเกรทได้พูดถึงเนื้องานนี้ว่า“ พี่โดมก็ไม่อยากให้เราเล่าเรื่องเป็นหนังผีน่ากลัวอย่างเดียว เขาอยากจะให้ใส่ความรักที่มันสามารถจับต้องได้ด้วย ก็เป็นความรักของเด็กสาว ของสาย ที่มีทั้งความรักเพื่อน รักครอบครัว รักเชิงชู้สาวด้วย ซึ่งจะมีตัวละครอย่างผม ที่รับบทเป็นเจิด แล้วก็คุณโอบที่รับบทเป็นน้อย ก็เข้ามาเกี่ยวพันกับตัวละครของสาย สายเป็นตัวละครเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่อยากเติบโตเป็นสาวสวย เป็นนางพยาบาล เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง แต่บทมันดันไปทวิสต้องกลายเป็นกระสือ ทุกอย่างมันเลยเกิดเรื่องราวนี้ขึ้นมาครับ”

เกรท สพล

แฟนคลับเกรด Aของ “ลิซ่า” วง BLACKPINK

อย่างที่หลายคนทราบกันว่าเกรทนอกจากจะเป็นนักแสดงรูปหล่อที่คว้าหัวใจของสาวๆ แล้ว เขายังเป็นแฟนคลับตัวยงของ “ลิซ่า” วง BLACKPINK ไม่ใช่แค่ชอบผิวเผินเท่านั้น เพราะหนุ่มคนนี้ลงทุนบินไปงานแจกลายเซ็นที่เกาหลีใต้ รวมถึงคอนเสิร์ตล่าสุดที่เมืองไทยเขาก็ตามไปดูถึง 3 วัน นั่นทำให้บรรดาแฟนคลับ BLACKPINK เอง ก็ชื่นชมที่หนุ่มคนนี้ไม่น้อย

เกรทเล่าถึงที่มาที่ไปของการเป็นแฟนคลับ BLACKPINK ว่า “จริงๆ ผมไม่ได้เป็นสาวกเคป๊อป แต่พี่สาวผมชอบเคป๊อปมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนแรกผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบบ้าบอขนาดนี้  แต่พอตัวเองได้โตขึ้นมาผมก็เริ่มกลายเป้นแฟนคลับ คนแรกที่ผมชื่นชอบมากๆ คือ “น้องชูใจ” (ลูกสาว ฟักกลิ้ง ฮีโร่) ผมเริ่มติดตาม ในรายการเดอะ The Return of Superman Thailand เขาเป็นเด็กที่น่ารักมาก พอยิ่งมีโอกาสได้ไปเจอกับน้องเขา ต่อให้ตอนแรกๆน้องจะวิ่งหนีผม ผมก็ยังรักน้อง ยังรู้สึกว่าเอ็นดูน้องอยู่ดี มันเป็นความไร้เดียงสาของน้องเขามากกว่า”

“พอเราเริ่มโตขึ้น มาทำงานในวงการมากขึ้น เราก็เริ่มฟังเพลงหลากหลายแนว ทั้งฝรั่ง อีดีเอ็ม ไปถึงแนวเคป๊อป พอวันหนึ่งหลวมตัวเข้าไปดู “ลิซ่า” ก็รู้สึกว่าเขาน่ารักจัง จากนั้นก็เริ่มไปดูผลงานเขา จากเพลง ” Boombaya” ตั้งแต่นั้นก็เริ่มติดตามเขามาตลอด ยิ่งพอไปย้อนดูเรื่องราวของเขา เขาเป็นคนที่มีพัฒนาการก้าวกระโดด ใครจะคิดว่า “น้องป๊อกแป๊ก” (ชื่อเก่าของลิซ่า) จะกลายเป็นศิลปินในสังกัดใหญ่ วายจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และสร้างชื่อเสียงให้กับคนไทย ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย  ที่เด็กไทยจะได้รับโอกาสผมเชื่อว่าเขาอยู่ตรงนั้นเขาเจอแรงกดดันมากมากมาย สำหรับเด็กน้อย ที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว ผมเห็นแบบนั้นแล้ว มันทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจและช่วยผลักดันให้เราได้พัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรเราจะไม่ยอมแพ้”

เกรท สพล

เชื่อว่าการติ่งไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

“ในฐานะนักแสดง ตอนแรกเลยผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่าความรู้สึกแฟนคลับเขาเป็นอย่างไร ทำไมเขาถึงต้องมาตามเราขนาดนี้ มาชื่นชอบเราขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ไปทำอะไรให้เขาเลย แต่เขากลับมาชื่นชอบเรา สนับสนุนเราโดยที่ไม่มีข้อแม้ เราทำอะไรเขาก็สนับสนุนเรา เป็นกำลังใจให้เราในวันที่เราเหนื่อย เราท้อ เขาก็เป็นกำลังใจให้เรา

แต่พอเราได้ไปเริ่มเป็นแฟนคลับ เริ่มติดตามใครสักคน เริ่มชื่นชอบใครสักคน เราก็เริ่มรู้แล้วว่าบางทีมันไม่จำเป็นต้องว่าเขามาทำอะไรให้เรา แค่เราเห็นหน้าเขา หรือเห็นผลงานเขา เห็นรอยยิ้มของเขามันก็มีกำลังใจในการทำงานต่อไปแล้ว และยิ่งพอผมมีโอกาสได้ไปแฟนไซน์ที่เกาหลีใต้ มันทำให้ผมเปิดโลกมากขึ้น ความรู้สึกกับคำว่าติ่งไม่เหมือนเดิม ยอมรับว่าตอนแรกผมก็แอบแอนตี้นิดหนึ่ง  แต่พอเราได้ไปเจอกับแฟนคลับที่หลายคนเรียกว่าติ่ง รู้เลยว่ามันเป็นแค่มุมเล็กๆ ที่เราไปโฟกัส เหมือนเราไปโฟกัสของเสียที่มันเล็กนิดเดียว มันก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่จริงๆ มีสิ่งดีๆ อีกเยอะมาก ผมเชื่อว่าคนไม่ดีมันมีอยู่ทุกที่ ทุกวงการอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเราจะไปโฟกัสมันหรือเปล่า

เกรท สพล

พอผมได้ไป ผมก็รู้สึกเปิดโลก อยากจะพัฒนาตัวเอง ต่อไปด้วย แล้วยิ่งผมทำงานตรงจุดนี้ ได้เจอแฟนคลับเข้ามา ยิ่งรู้สึกว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดี ถ้าวันไหนที่เราทำไม่ดี มันจะกลายเป็นว่าความรักที่เขาให้มา เราใช้ความรักของเขาไม่คุ้มค่า ทั้งที่เขาอุตส่าห์ซัพพอร์ตเราขนาดนี้

ความรักของเขาก็เหมือนเป็นเครื่องผลักดันให้ผมอยากจะพัฒนา อยากจะเก่งขึ้นทุกด้าน แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าผมค่อยๆ ก้าว ก็มีเขาคอยอยู่กับผม วันไหนที่ผมหยุดหรือถอยหลัง ก็จะมีเขาคอยช่วยผลักดันผมอยู่ ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถหาได้จากไหน เงินก็ซื้อแฟนคลับไม่ได้ เงินไม่สามารถซื้อความรักที่เขามีให้ผมได้เหมือนกัน คือเราทำงานมาเหนื่อยแค่ไหน มีเงินได้เงินมามากน้อยแค่ไหน เราอยากซื้อแฟนคลับให้มาช่วยสนับสนุน ก็ซื้อไม่ได้ คือเขาจะมา เขาก็จะมาของเขาเอง เขาจะรักและซัพพอร์ตเราด้วยตัวเขาเอง เหมือนผมเคยบอกไป แฟนคลับก็เหมือนกับสายน้ำ เขาจะคอยอยู่กับเรา เมื่อวันไหนเราท้อ เราเหนื่อย ก็จะมาสายน้ำให้ความร่มเย็น ให้ความสดชื่นกับเรา ยามไหนที่เราไปไม่ไหว ท้อถอย เขาก็เหมือนเป็นสายน้ำที่คอยผลักดันเราไปข้างหน้าตลอด วันไหนที่เรายินดี เขาก็คอยเป็นเหมือนน้ำพุ ที่คอยยินดี ซึมซับไปกับเรา ผมรู้สึกว่าเขาเป็นสิ่งดีๆสิ่งหนึ่งในชีวิต ที่ทำให้เรามีจุดๆนี้ ถ้าผมไม่มีแฟนคลับ ผมอาจจะได้มาอยู่จุดนี้ก็ได้ ”

 

เกรท สพล

อย่างที่หนุ่มเกรทได้เล่าไป เขาไปชมคอนเสิร์ต BLACKPINK  ถึงสามวัน คนภายนอกอาจมองว่าความรู้สึกที่ได้ชม ก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่สำหรับหนุ่มคนนี้ เขาบอกว่าไม่ใช่ เพราะความรู้สึกในการชมการแสดงแต่ละครั้งนั้นจะเปลี่ยนไปเสมอ

“ไม่เบื่อ พอเราชอบแล้วเราฟังเพลงเขามาอยู่แล้ว เราก็รู้สึกส่าเราอยากเห็นในทุกๆวัน ว่าเขาเป็นยังไง เพราะแต่ละวันสคริปท์มันอาจจะเป็นแบบเดิม แต่ด้วยการเล่าเรื่องของเขา ในแต่ละวันมันไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว แล้วยิ่งผมซื้อตั๋วไปคนละโซน ตอนแรกไปเกือบดอย แล้วค่อยๆลงมา แล้วก็ไปยืนในหลุม แต่ละวันของผมแค่ตัวเองก็อยู่ไม่ตรงที่เลย มันก็มีความรู้สึกที่ได้รับไม่เหมือนกัน ไกล กลาง ค่อยๆใกล้ มันก็เปลี่ยนความรู้สึก เปลี่ยนอารมณ์ของเราได้ แล้วน้องๆ เขา ก็จะมีความรู้สึกของเขาที่ส่งออกมาไม่เหมือนกัน ก็ไม่เบื่อครับ แค่รู้ว่าต่อไปเพลงนี้ๆ แค่นั้นเอง แต่เรื่องความเบื่อ พอเราชอบมันก็จะไม่มีความเบื่ออยู่แล้วครับ”

อย่างไรก็ตามอย่างที่เห็นในข่าวคนดังที่เป็นแฟนคลับของ BLACKPINK หลายคนถูกแอนตี้ แต่กลับสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นกับเกรทเลย เกี่ยวกับเรื่องนี้เกรทบอกว่า “บางทีผมไปแอบอ่านมาบ้างนะ บางทีคนที่หมั่นไส้ก็ไม่ใช่แฟนคลับ บางทีเป็นด้อมอื่น เป็นแฟนคลับคนอื่นมาหมั่นไส้ แฟนคลับเขาบางทีก็ยินดี แต่จริงๆ อย่างที่ผมบอก มันมีทุกที่อยู่แล้วคนที่คอยว่าอย่างงั้นอย่างงี้ ก็อย่าไปมองตรงนั้น ทำเอาที่เราสบายใจ สำหรับคนที่เขาโดนหมั่นไส้ผมว่าก็ไม่ได้มีอะไร เขารู้จักกันอยู่แล้วด้วย แล้วเขามีโอกาสได้เข้าไป ผมก็ยินดีที่เขาได้เข้าไป แต่บางทีก็รู้สึกโชคดีที่ไม่โดนเขาด่า ไม่โดนเขาเกลียด ก็คงเป็นบุญของเรา ที่เราไม่โดนเขาเกลียด แล้วเราก็พยายามรักษาระยะห่างด้วย ไม่ได้อยากเข้าไปใกล้ขนาดนั้น อยากให้ความรู้สึกว่าเป็นแค่แฟนคลับ ไม่ต้องใกล้ขนาดนั้น ติดตามผลงาน สนับสนุนผลงานก็พอครับ”


 

keyboard_arrow_up